‹ กลับ
ปุราเภทสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 400 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๖๑๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐๐] คำว่า ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจ ความว่า บุคคลผู้เป็นที่รังเกียจก็มี ผู้ไม่เป็นที่ รังเกียจก็มี. ก็บุคคลผู้เป็นที่รังเกียจเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม มีความประพฤติอันไม่สะอาดที่พึงระลึกด้วยความระแวง มีการงานอันปกปิด ไม่ใช่สมณะ ก็ ปฏิญาณว่าตนเป็นสมณะ มิใช่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ก็ปฏิญาณว่าเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เป็นผู้มีความเน่าอยู่ ณ ภายใน มีจิตชุ่มอยู่ด้วยราคะ เป็นดังว่าหยากเยื่อ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็น ที่รังเกียจ. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลผู้มักโกรธ มีความแค้นเคืองมาก ถูกใครว่าเข้าแต่น้อย ก็ขัดใจ โกรธเคือง มุ่งร้าย ปองร้าย ทำความโกรธ ความเคือง ความไม่ยินดีให้ปรากฏ บุคคลนี้เรียก ว่า ผู้เป็นที่รังเกียจ. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลเป็นผู้มักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด มีมารยา เป็นผู้กระด้าง ถือตัวจัด มีความปรารถนาลามก มีความเห็นผิด มีความถือทิฏฐิของตน มีความถือรั้น มีความสละคืนยาก บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นที่รังเกียจ. ก็บุคคลผู้ไม่เป็นที่รังเกียจเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีลสำรวมด้วย ปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร เห็นภัยในโทษทั้งหลายมีประมาณน้อย สมาทาน ศึกษาอยู่ในสิกขาทั้งหลาย บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจ. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลไม่เป็นผู้มักโกรธ ไม่มีความแค้นเคืองมาก แม้อันใครๆ ว่ามาก ก็ไม่ขัดใจ ไม่โกรธเคือง ไม่มุ่งร้าย ไม่ปองร้าย ไม่ทำความโกรธ ความเคือง ความไม่ยินดี ให้ปรากฏ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจ. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลเป็นผู้ไม่ถือโกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่ลบหลู่ ไม่ตีเสมอ ไม่ริษยา ไม่ตระหนี่ ไม่โอ้อวด ไม่มีมารยา ไม่กระด้าง ไม่ถือตัวจัด ไม่มีความปรารถนาลามก ไม่มีความ เห็นผิด ไม่ถือทิฏฐิของตน ไม่มีความถือรั้น มีความสละคืนง่าย บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ไม่เป็นที่ รังเกียจ. อริยบุคคลทั้งหมดรวมทั้งกัลยาณปุถุชน เรียกว่า ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ไม่คะนอง ไม่เป็นที่รังเกียจ.
เทียบรายประโยค (23 ประโยค)
mnd10:59.3 #
na nevasaññānāsaññāyatanasamāpattiyā lābhī samāno nevasaññānāsaññāyatanasamāpattiyā lābhinā saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ dahati cittena—
mnd10:59.4 #
idaṁ cetasikaṁ pāgabbhiyaṁ.
mnd10:59.5 #
Yassimāni tīṇi pāgabbhiyāni pahīnāni samucchinnāni vūpasantāni paṭipassaddhāni abhabbuppattikāni ñāṇagginā daḍḍhāni, so vuccati appagabbhoti—
mnd10:59.6 #
appagabbho.
mnd10:60.1 #
อเชคุจฺโฉติ✎ ร่าง
Ajegucchoti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.277 · ฉัฏฐสังคายนา 77.169 · พุทธชยันตี 33.314
mnd10:60.2 #
อตฺถิ ปุคฺคโล เชคุจฺโฉ อตฺถิ อเชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
Atthi puggalo jeguccho, atthi ajeguccho.
mnd10:60.3 #
กตโม จ ปุคฺคโล เชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
Katamo ca puggalo jeguccho?
mnd10:81.4 #
Tassa evaṁ hoti—
mnd10:60.4 #
อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม อสุจิสงฺกสฺสรสมาจาโร ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ อนฺโตปูติ อวสฺสุโต กสมฺพุชาโต✎ ร่าง
Idhekacco puggalo dussīlo hoti pāpadhammo asucisaṅkassarasamācāro paṭicchannakammanto assamaṇo samaṇapaṭiñño abrahmacārī brahmacāripaṭiñño antopūti avassuto kasambujāto—
mnd10:60.5 #
อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati puggalo jeguccho.
mnd10:60.6 #
อถวา โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติฏฺฐิยติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ✎ ร่าง
Atha vā kodhano hoti upāyāsabahulo, appampi vutto samāno abhisajjati kuppati byāpajjati patiṭṭhīyati, kopañca dosañca appaccayañca pātukaroti—
mnd10:60.7 #
อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati puggalo jeguccho.
mnd10:60.8 #
อถวา โกธโน โหติ อุปานาหี โหติ มกฺขี โหติ ปฬาสี โหติ อิสฺสุกี โหติ มจฺฉรี โหติ สโฐ โหติ มายาวี โหติ ถทฺโธ โหติ อติมานี โหติ ปาปิจฺโฉ โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ โหติ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาธานคฺคาหี ๑- ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี โหติ✎ ร่าง
Atha vā kodhano hoti upanāhī, makkhī hoti paḷāsī, issukī hoti maccharī, saṭho hoti māyāvī, thaddho hoti atimānī, pāpiccho hoti micchādiṭṭhi, sandiṭṭhiparāmāsī hoti ādānaggāhī duppaṭinissaggī—
mnd10:60.9 #
อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati puggalo jeguccho.
mnd10:61.1 #
กตโม จ ปุคฺคโล อเชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
Katamo ca puggalo ajeguccho?
อ้างอิงPTS 232 · สยามรัฐ 29.278
mnd10:61.2 #
อิธ ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ✎ ร่าง
Idha bhikkhu sīlavā hoti pātimokkhasaṁvarasaṁvuto viharati ācāragocarasampanno aṇumattesu vajjesu bhayadassāvī, samādāya sikkhati sikkhāpadesu—
mnd10:61.3 #
อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อเชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati puggalo ajeguccho.
mnd10:61.4 #
อถวา อกฺโกธโน โหติ อนุปายาสพหุโล พหุมฺปิ วุตฺโต สมาโน น อภิสชฺชติ น กุปฺปติ น พฺยาปชฺชติ น ปติฏฺฐิยติ น โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ✎ ร่าง
Atha vā akkodhano hoti anupāyāsabahulo, bahumpi vutto samāno na abhisajjati na kuppati na byāpajjati na patiṭṭhīyati, na kopañca dosañca appaccayañca pātukaroti—
mnd10:61.5 #
อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อเชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati puggalo ajeguccho.
mnd10:61.6 #
อถวา อกฺโกธโน โหติ อนุปนาหี โหติ อมกฺขี โหติ อปฬาสี โหติ อนิสฺสุกี โหติ อมจฺฉรี โหติ อสโฐ โหติ อมายาวี โหติ อถทฺโธ โหติ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อาทานคฺคาหี ฯ อนติมานี โหติ น ปาปิจฺโฉ โหติ น มิจฺฉาทิฏฺฐิ โหติ อสนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อนาธานคฺคาหี ๑- สุปฏินิสฺสคฺคี โหติ✎ ร่าง
Atha vā akkodhano hoti anupanāhī, amakkhī hoti apaḷāsī, anissukī hoti amaccharī, asaṭho hoti amāyāvī, athaddho hoti anatimānī, na pāpiccho hoti na micchādiṭṭhi, asandiṭṭhiparāmāsī hoti anādānaggāhī suppaṭinissaggī—
mnd10:61.7 #
อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อเชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati puggalo ajeguccho.
mnd10:61.8 #
สพฺโพ กลฺยาณปุถุชฺชนํ อุปาทาย อริยปุคฺคโล อเชคุจฺโฉติ✎ ร่าง
Sabbe bālaputhujjanā jegucchā, puthujjanakalyāṇakaṁ upādāya aṭṭha ariyapuggalā ajegucchāti—
mnd10:61.9 #
อปฺปคพฺโภ อเชคุจฺโฉ ฯ✎ ร่าง
appagabbho ajeguccho.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน