‹ กลับ
ปุราเภทสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 413 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๖๑๒ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๑๓] คำว่า มีอุเบกขา ในคำว่า บุคคลเป็นผู้มีอุเบกขา มีสติทุกเมื่อ ความว่า เป็นผู้ประกอบด้วยอุเบกขามีองค์ ๖ กล่าวคือ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่. ได้ยินเสียงด้วยหู สูดดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องโผฏฐัพพะ ด้วยกาย รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่. เห็นรูปที่ชอบใจด้วยจักษุแล้ว ย่อมไม่ติดใจ ไม่ยินดี ไม่ให้ราคะเกิด. กายของบุคคลนั้น ตั้งอยู่ (ไม่หวั่นไหว) จิตก็ตั้งอยู่ ดำรงดีอยู่ ณ ภายใน พ้นวิเศษดีแล้ว. อนึ่ง เห็นรูปที่ไม่ชอบ ใจด้วยจักษุแล้ว ก็ไม่เสียใจ ไม่โกรธ ไม่หดหู่ ไม่พยาบาท. กายของบุคคลนั้น ตั้งอยู่ จิตก็ตั้งอยู่ ดำรงดีอยู่ ณ ภายใน พ้นวิเศษดีแล้ว. ได้ยินเสียงที่ชอบใจด้วยหู สูดดมกลิ่นที่ ชอบใจด้วยจมูก ลิ้มรสที่ชอบใจด้วยลิ้น ถูกต้องโผฏฐัพพะที่ชอบใจด้วยกาย รู้แจ้งธรรมารมณ์ที่ ชอบใจด้วยใจแล้ว ย่อมไม่ติดใจ ไม่ยินดี ไม่ให้ราคะเกิด. กายของบุคคลนั้น ตั้งอยู่ จิตก็ ตั้งอยู่ ดำรงดีอยู่ ณ ภายใน พ้นวิเศษดีแล้ว. รู้แจ้งธรรมารมณ์ที่ไม่ชอบใจด้วยใจแล้ว ก็ไม่ เสียใจ ไม่โกรธ ไม่หดหู่ ไม่พยาบาท. กายของบุคคลนั้น ตั้งอยู่ จิตก็ตั้งอยู่ ดำรง ดีอยู่ ณ ภายใน พ้นวิเศษดีแล้ว. เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว กายของบุคคลนั้นตั้งเฉยอยู่ในรูปที่ ชอบใจและไม่ชอบใจ จิตก็ตั้งเฉย ดำรงดีอยู่ ณ ภายใน พ้นวิเศษดีแล้ว. ได้ยินเสียงด้วยหู สูดดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว กายของบุคคลนั้นตั้งเฉยอยู่ในธรรมารมณ์ที่ชอบใจและไม่ชอบใจ จิตก็ตั้งเฉย ดำรงดีอยู่ ณ ภายใน พ้นวิเศษดีแล้ว. เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ย่อมไม่กำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความ กำหนัด ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง ไม่หลงในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความ หลง ไม่โกรธในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความโกรธ ไม่เศร้าหมองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความ เศร้าหมอง ไม่มัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา. ได้ยินเสียงด้วยหู สูดดมกลิ่นด้วย จมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่กำหนัด ในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง ไม่หลง ในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความหลง ไม่โกรธในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความโกรธ ไม่เศร้าหมองใน อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความเศร้าหมอง ไม่มัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา. บุคคลนั้น เป็นแต่เพียงเห็นในรูปที่เห็น เป็นแต่เพียงได้ยินในเสียงที่ได้ยิน เป็นแต่เพียงทราบในกลิ่น รส โผฏฐัพพะที่ทราบ เป็นแต่เพียงรู้แจ้งในธรรมารมณ์ที่รู้แจ้ง ไม่ติดในรูปที่เห็น ไม่ติดใน เสียงที่ได้ยิน ไม่ติดในกลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่ทราบ ไม่ติดในธรรมารมณ์ที่รู้แจ้ง. ไม่มีตัณหา อันตัณหาทิฏฐิไม่อาศัย ไม่พัวพัน พ้นขาด ไม่เกี่ยวข้องในรูปที่เห็น ย่อมมีจิตปราศจากแดน กิเลสอยู่. ไม่มีตัณหา อันตัณหาทิฏฐิไม่อาศัย ไม่พัวพัน พ้นขาด ไม่เกี่ยวข้อง ในเสียงที่ ได้ยิน ในกลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่ทราบ ในธรรมารมณ์ที่รู้แจ้ง ย่อมมีจิตปราศจากแดนกิเลส อยู่. พระอรหันต์มีจักษุปรากฏ ย่อมเห็นรูปด้วยจักษุ แต่มิได้มีฉันทราคะ มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว. มีหูปรากฏ ย่อมได้ยินเสียงด้วยหู แต่มิได้มีฉันทราคะ มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว. มีจมูกปรากฏ ย่อมสูดดมกลิ่นด้วยจมูก แต่มิได้มีฉันทราคะ มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว. มีลิ้นปรากฏ ย่อมลิ้มรส ด้วยลิ้น แต่มิได้มีฉันทราคะ มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว. มีกายปรากฏ ย่อมถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย แต่มิได้มีฉันทราคะ มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว. มีใจปรากฏ ย่อมรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจ แต่มิได้มี ฉันทราคะ มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว. จักษุเป็นธรรมชาติชอบรูป ยินดีในรูป ชื่นชมในรูป พระ- *อรหันต์ฝึก คุ้มครอง รักษา สำรวมจักษุ และย่อมแสดงธรรมเพื่อความสำรวมจักษุนั้น. หูเป็น ธรรมชาติชอบเสียง จมูกเป็นธรรมชาติชอบกลิ่น ลิ้นเป็นธรรมชาติชอบรส กายเป็นธรรมชาติ ชอบโผฏฐัพพะ ใจเป็นธรรมชาติชอบธรรมารมณ์ ยินดีในธรรมารมณ์ ชื่นชมในธรรมารมณ์ พระอรหันต์ฝึก คุ้มครอง รักษา สำรวมใจ และแสดงธรรมเพื่อความสำรวมใจนั้น. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ชนทั้งหลาย ย่อมนำพาหนะที่เขาฝึกแล้วไปสู่ที่ประชุม พระราชาทรงขึ้น พาหนะที่เขาฝึกแล้ว บุคคลผู้ฝึกฝนแล้ว อดกลั้นถ้อยคำที่ล่วงเกินได้ เป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์. ม้าอัสดร ม้าสินธพผู้อาชาไนย ช้าง ใหญ่กุญชร ที่เขาฝึกแล้ว เป็นสัตว์ประเสริฐ บุคคลผู้ฝึกตนแล้ว ประเสริฐกว่าสัตว์เหล่านั้น. ใครๆ ไม่พึงไปถึงนิพพาน อันเป็นทิศ ที่ไม่เคยไป ด้วยยานเหล่านั้น เหมือนบุคคลผู้ฝึกแล้ว มีตนอันฝึกแล้ว ฝึกดีแล้ว ย่อมไปถึงได้. พระอรหันต์ไม่หวั่นไหวในมานะทั้งหลาย เป็นผู้พ้นขาดแล้วจากภพใหม่ เป็นผู้บรรลุถึงแล้วซึ่งภูมิที่ฝึกแล้ว ๑- พระ อรหันต์เหล่านั้น เป็นผู้ชนะแล้วในโลก. ผู้ใดอบรมอินทรีย์ทั้งหลาย ในโลกทั้งปวง ทั้งในภายในทั้งในภายนอก ผู้นั้นฝึกดีแล้ว ทราบโลก นี้และปรโลกแล้ว รอคอยอยู่ซึ่งกาลมรณะ. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้มีอุเบกขา. คำว่า ทุกเมื่อ คือ ในกาลทุกเมื่อ ในกาลทั้งปวง ตลอดนิตยกาล ตลอดกาลยั่งยืน ฯลฯ ในตอนวัยหลัง. คำว่า ผู้มีสติ คือ เป็นผู้มีสติด้วยเหตุ ๔ ประการ กล่าวคือ เมื่อเจริญ กายานุปัสสนาสติปัฏฐานในกาย ก็ชื่อว่ามีสติ เมื่อเจริญเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐานในเวทนา ทั้งหลาย ก็ชื่อว่ามีสติ เมื่อเจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานในจิต ก็ชื่อว่ามีสติ เมื่อเจริญธัมมานุ- *ปัสสนาสติปัฏฐานในธรรมทั้งหลาย ก็ชื่อว่ามีสติ ฯลฯ บุคคลนั้นเรียกว่า มีสติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติทุกเมื่อ.
เทียบรายประโยค (72 ประโยค)
mnd10:92.1 #
อุเปกฺขโก สทา สโตติ✎ ร่าง
Upekkhako sadā satoti.
อ้างอิงPTS 242 · สยามรัฐ 29.290 · พุทธชยันตี 33.328
mnd10:92.2 #
อุเปกฺขโกติ ฉฬงฺคุเปกฺขาย สมนฺนาคโต✎ ร่าง
Upekkhakoti chaḷaṅgupekkhāya samannāgato.
mnd10:92.3 #
จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน ฯ✎ ร่าง
Cakkhunā rūpaṁ disvā neva sumano hoti na dummano, upekkhako viharati sato sampajāno.
mnd10:92.4 #
โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ✎ ร่าง
Sotena saddaṁ sutvā …pe…
mnd10:92.5 #
มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน ฯ✎ ร่าง
manasā dhammaṁ viññāya neva sumano hoti na dummano, upekkhako viharati sato sampajāno.
mnd10:92.6 #
จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มนาปํ นาภิคิชฺฌติ นาภิหสติ ๓- น ราคํ ชเนติ ฯ ตสฺส ฐิโตว กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Cakkhunā rūpaṁ disvā manāpaṁ nābhigijjhati nābhihaṁsati na rāgaṁ janeti, tassa ṭhitova kāyo hoti, ṭhitaṁ cittaṁ ajjhattaṁ susaṇṭhitaṁ suvimuttaṁ.
mnd10:92.7 #
จกฺขุนา โข ปเนว รูปํ ทิสฺวา อมนาปํ น มงฺกุ โหติ อปฺปติฏฺฐีนจิตฺโต ๔- อาทินมนโส ๕- อพฺยาปนฺนเจตโส ฯ ตสฺส ฐิโตว กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Cakkhunā kho paneva rūpaṁ disvā amanāpaṁ na maṅku hoti appatiṭṭhitacitto alīnamanaso abyāpannacetaso, tassa ṭhitova kāyo hoti, ṭhitaṁ cittaṁ ajjhattaṁ susaṇṭhitaṁ suvimuttaṁ.
mnd10:92.8 #
โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯ✎ ร่าง
Sotena saddaṁ sutvā …
mnd10:92.9 #
ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ✎ ร่าง
ghānena gandhaṁ ghāyitvā …
mnd10:92.10 #
ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ✎ ร่าง
jivhāya rasaṁ sāyitvā …
mnd10:92.11 #
กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ✎ ร่าง
kāyena phoṭṭhabbaṁ phusitvā …
mnd10:92.12 #
มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มนาปํ นาภิคิชฺฌติ นาภิหสติ @เชิงอรรถ: ๑ ม. รเสสุ ฯ ๒ มญฺญเต ฯ ๓ โป. ม. นาภิหํสติ ฯ ๔ โป. ม. อปฺปติฏฺฐิตจิตฺโต ฯ@๕ ม. อาทีนมนโส ฯ น ราคํ ชเนติ ฯ ตสฺส ฐิโตว กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
manasā dhammaṁ viññāya manāpaṁ nābhigijjhati nābhihaṁsati na rāgaṁ janeti, tassa ṭhitova kāyo hoti, ṭhitaṁ cittaṁ ajjhattaṁ susaṇṭhitaṁ suvimuttaṁ.
mnd10:92.13 #
มนสา โข ปเนว ธมฺมํ วิญฺญาย อมนาปํ น มงฺกุ โหติ อปฺปติฏฺฐีนจิตฺโต อาทินมนโส อพฺยาปนฺนเจตโส ฯ ตสฺส ฐิโตว กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Manasā kho paneva dhammaṁ viññāya amanāpaṁ na maṅku hoti appatiṭṭhitacitto alīnamanaso abyāpannacetaso, tassa ṭhitova kāyo hoti, ṭhitaṁ cittaṁ ajjhattaṁ susaṇṭhitaṁ suvimuttaṁ.
mnd10:93.1 #
จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มนาปามนาเปสุ รูเปสุ ตสฺส ฐิโตว กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Cakkhunā rūpaṁ disvā manāpāmanāpesu rūpesu tassa ṭhitova kāyo hoti, ṭhitaṁ cittaṁ ajjhattaṁ susaṇṭhitaṁ suvimuttaṁ.
mnd10:93.2 #
โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ✎ ร่าง
Sotena saddaṁ sutvā …pe…
mnd10:93.3 #
มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มนาปามนาเปสุ ธมฺเมสุ ตสฺส ฐิโตว กาโย โหติ ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตํ สุสณฺฐิตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
manasā dhammaṁ viññāya manāpāmanāpesu dhammesu tassa ṭhitova kāyo hoti, ṭhitaṁ cittaṁ ajjhattaṁ susaṇṭhitaṁ suvimuttaṁ.
mnd10:94.1 #
จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา รชนีเย น รชฺชติ โทสนีเย น ทุสฺสติ โมหนีเย น มุยฺหติ โกปนีเย น กุปฺปติ กิเลสนีเย น กิลิสฺสติ มทนีเย น มชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Cakkhunā rūpaṁ disvā rajanīye na rajjati, dussanīye na dussati, mohanīye na muyhati, kopanīye na kuppati, madanīye na majjati, kilesanīye na kilissati.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.291 · ฉัฏฐสังคายนา 77.177
mnd10:94.2 #
โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ✎ ร่าง
Sotena saddaṁ sutvā …pe…
mnd10:94.3 #
มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย รชนีเย น รชฺชติ โทสนีเย น ทุสฺสติ โมหนีเย น มุยฺหติ โกปนีเย น กุปฺปติ กิเลสนีเย น กิลิสฺสติ มทนีเย น มชฺชติ ฯ✎ ร่าง
manasā dhammaṁ viññāya rajanīye na rajjati dussanīye na dussati, mohanīye na muyhati, kopanīye na kuppati, madanīye na majjati, kilesanīye na kilissati.
mnd10:94.4 #
ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺโต สุเต สุตมตฺโต มุเต มุตมตฺโต วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺโต✎ ร่าง
Diṭṭhe diṭṭhamatto, sute sutamatto, mute mutamatto, viññāte viññātamatto.
mnd10:94.5 #
ทิฏฺเฐ น ลิมฺปติ สุเต น ลิมฺปติ มุเต น ลิมฺปติ วิญฺญาเต น ลิมฺปติ ฯ✎ ร่าง
Diṭṭhe na limpati, sute na limpati, mute na limpati, viññāte na limpati.
mnd10:94.6 #
ทิฏฺเฐ อนูปโย อนิสฺสิโต อปฺปฏิพทฺโธ วิปฺปมุตฺโต วิสญฺญุตฺโต วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Diṭṭhe anūpayo anapāyo anissito appaṭibaddho vippamutto visaññutto vimariyādikatena cetasā viharati.
mnd10:94.7 #
สุเต✎ ร่าง
Sute …
mnd10:94.8 #
มุเต✎ ร่าง
mute …
mnd10:94.9 #
วิญฺญาเต อนูปโย อนิสฺสิโต อปฺปฏิพทฺโธ วิปฺปมุตฺโต วิสญฺญุตฺโต วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรติ ฯ✎ ร่าง
viññāte anūpayo anapāyo anissito appaṭibaddho vippamutto visaññutto vimariyādikatena cetasā viharati.
mnd10:95.1 #
สํวิชฺชติ อรหโต จกฺขุ ปสฺสติ อรหา จกฺขุนา รูปํ✎ ร่าง
Saṁvijjati arahato cakkhu, passati arahā cakkhunā rūpaṁ.
อ้างอิงPTS 243
mnd10:95.2 #
ฉนฺทราโค อรหโต นตฺถิ สุวิมุตฺตจิตฺโต อรหา ฯ✎ ร่าง
Chandarāgo arahato natthi, suvimuttacitto arahā.
mnd10:95.3 #
สํวิชฺชติ อรหโต โสตํ สุณาติ อรหา โสเตน สทฺทํ✎ ร่าง
Saṁvijjati arahato sotaṁ, suṇāti arahā sotena saddaṁ.
mnd10:95.4 #
ฉนฺทราโค อรหโต นตฺถิ สุวิมุตฺตจิตฺโต อรหา ฯ✎ ร่าง
Chandarāgo arahato natthi, suvimuttacitto arahā.
mnd10:95.5 #
สํวิชฺชติ อรหโต ฆานํ ฆายติ อรหา ฆาเนน คนฺธํ✎ ร่าง
Saṁvijjati arahato ghānaṁ, ghāyati arahā ghānena gandhaṁ.
mnd10:95.6 #
ฉนฺทราโค อรหโต นตฺถิ สุวิมุตฺตจิตฺโต อรหา ฯ✎ ร่าง
Chandarāgo arahato natthi, suvimuttacitto arahā.
mnd10:95.7 #
สํวิชฺชติ อรหโต ชิวฺหา สายติ อรหา ชิวฺหาย รสํ ฉนฺทราโค อรหโต นตฺถิ สุวิมุตฺตจิตฺโต อรหา ฯ✎ ร่าง
Saṁvijjati arahato jivhā, sāyati arahā jivhāya rasaṁ …pe…
mnd10:95.8 #
สํวิชฺชติ อรหโต กาโย ผุสฺสติ อรหา กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ฉนฺทราโค อรหโต นตฺถิ สุวิมุตฺตจิตฺโต อรหา ฯ✎ ร่าง
saṁvijjati arahato kāyo, phusati arahā kāyena phoṭṭhabbaṁ …pe…
mnd10:95.9 #
สํวิชฺชติ อรหโต มโน วิชานาติ อรหา มนสา ธมฺมํ✎ ร่าง
saṁvijjati arahato mano, vijānāti arahā manasā dhammaṁ.
mnd10:95.10 #
ฉนฺทราโค อรหโต นตฺถิ สุวิมุตฺตจิตฺโต อรหา ฯ✎ ร่าง
Chandarāgo arahato natthi suvimuttacitto arahā.
mnd10:96.1 #
จกฺขุ รูปารามํ รูปรตํ รูปสมฺมุทิตํ ตํ อรหโต ทนฺตํ คุตฺตํ รกฺขิตํ สํวุตํ ตสฺส จ สํวราย ธมฺมํ เทเสติ ฯ✎ ร่าง
Cakkhu rūpārāmaṁ rūparataṁ rūpasammuditaṁ, taṁ arahato dantaṁ guttaṁ rakkhitaṁ saṁvutaṁ, tassa ca saṁvarāya dhammaṁ deseti.
mnd10:96.2 #
โสตํ สทฺทารามํ ฯ✎ ร่าง
Sotaṁ saddārāmaṁ …pe…
mnd10:96.3 #
ฆานํ คนฺธารามํ ฯ✎ ร่าง
ghānaṁ gandhārāmaṁ …
mnd10:96.4 #
ชิวฺหา รสารามา รสรตา รสสมฺมุทิตา สา อรหโต ทนฺตา คุตฺตา รกฺขิตา สํวุตา ตสฺสา จ สํวราย ธมฺมํ เทเสติ ฯ✎ ร่าง
jivhā rasārāmā rasaratā rasasammuditā, sā arahato dantā guttā rakkhitā saṁvutā, tassā ca saṁvarāya dhammaṁ deseti.
mnd10:96.5 #
กาโย โผฏฺฐพฺพาราโม ฯ✎ ร่าง
Kāyo phoṭṭhabbārāmo …pe…
mnd10:96.6 #
มโน ธมฺมาราโม ธมฺมรโต ธมฺมสมฺมุทิโต โส อรหโต ทนฺโต คุตฺโต รกฺขิโต สํวุโต ตสฺส จ สํวราย ธมฺมํ เทเสติ ฯ✎ ร่าง
mano dhammārāmo dhammarato dhammasammudito, so arahato danto gutto rakkhito saṁvuto, tassa ca saṁvarāya dhammaṁ deseti.
mnd10:97.1 #
ทนฺตํ นยนฺติ สมิตึ✎ ร่าง
“Dantaṁ nayanti samitiṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.330
mnd10:97.2 #
ทนฺตํ ราชาภิรูหติ✎ ร่าง
dantaṁ rājābhirūhati;
mnd10:97.3 #
ทนฺโต เสฏฺโฐ มนุสฺเสสุ✎ ร่าง
Danto seṭṭho manussesu,
mnd10:97.4 #
โยติวากฺยํ ติติกฺขติ ฯ✎ ร่าง
yotivākyaṁ titikkhati.
mnd10:98.1 #
วรมสฺสตรา ทนฺตา✎ ร่าง
Varamassatarā dantā,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.292
mnd10:98.2 #
อาชานิยาว สินฺธวา✎ ร่าง
ājānīyā ca sindhavā;
mnd10:98.3 #
กุญฺชราว มหานาคา✎ ร่าง
Kuñjarā ca mahānāgā,
mnd10:98.4 #
อตฺตทนฺโต ตโต วรํ ฯ✎ ร่าง
attadanto tato varaṁ.
mnd10:99.1 #
น หิ เอเตหิ ยาเนหิ✎ ร่าง
Na hi etehi yānehi,
mnd10:99.2 #
คจฺเฉยฺย อคตํ ทิสํ✎ ร่าง
gaccheyya agataṁ disaṁ;
mnd10:99.3 #
ยถาตฺตนา สุทนฺเตน✎ ร่าง
Yathāttanā sudantena,
mnd10:99.4 #
ทนฺโต ทนฺเตน คจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
danto dantena gacchati.
mnd10:100.1 #
วิธาสุ น วิกมฺปนฺติ✎ ร่าง
Vidhāsu na vikampanti,
mnd10:100.2 #
วิปฺปมุตฺตา ปุนพฺภวา✎ ร่าง
vippamuttā punabbhavā;
mnd10:100.3 #
ทนฺตภูมึ อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
Dantabhūmimanuppattā,
mnd10:100.4 #
เต โลเก วิชิตาวิโน ฯ✎ ร่าง
te loke vijitāvino.
mnd10:101.1 #
ยสฺสินฺทฺริยานิ ภาวิตานิ✎ ร่าง
Yassindriyāni bhāvitāni,
อ้างอิงPTS 244 · ฉัฏฐสังคายนา 77.178
mnd10:101.2 #
อชฺฌตฺตํ จ พหิทฺธา จ สพฺพโลเก✎ ร่าง
Ajjhattaṁ bahiddhā ca sabbaloke;
mnd10:101.3 #
นิพฺพิชฺฌิมํ ปรญฺจ โลกํ✎ ร่าง
Nibbijjha imaṁ parañca lokaṁ,
mnd10:101.4 #
กาลํ กงฺขติ ภาวิโต สุทนฺ✎ ร่าง
Kālaṁ kaṅkhati bhāvito sa danto”ti.
mnd10:102.1 #
Upekkhako sadāti.
mnd10:102.2 #
Sadā sabbadā sabbakālaṁ niccakālaṁ dhuvakālaṁ …pe…
mnd10:102.3 #
pacchime vayokhandhe.
mnd10:102.4 #
Satoti catūhi kāraṇehi sato—
mnd10:102.5 #
kāye kāyānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato,
mnd10:102.6 #
vedanāsu …
mnd10:102.7 #
citte …
mnd10:102.8 #
dhammesu dhammānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato …pe…
mnd10:102.9 #
โตติ✎ ร่าง
so vuccati satoti—
mnd10:102.10 #
อุเปกฺขโก ฯ สทา✎ ร่าง
upekkhako sadā sato.
mnd10:103.1 #
ติ✎ ร่าง
Na loke maññate samanti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน