เนื้อความทั้งข้อ
[๔๒๕] คำว่า บุคคลนั้นได้ข้ามตัณหาอันชื่อว่าวิสัตติกาแล้ว ความว่า ตัณหาเรียกว่า
วิสัตติกา ได้แก่ ราคะ สาราคะ ฯลฯ อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล คำว่า วิสัตติกา ความว่า
เพราะอรรถว่าอะไร ตัณหาจึงชื่อว่า วิสัตติกา. เพราะอรรถว่าซ่านไป เพราะอรรถว่าแผ่ไป เพราะ
อรรถว่าไม่สม่ำเสมอ เพราะอรรถว่าครอบงำ เพราะอรรถว่าสะท้อนไป เพราะอรรถว่าเป็นเหตุ
ให้พูดผิด เพราะอรรถว่ามีมูลรากเป็นพิษ เพราะอรรถว่ามีผลเป็นพิษ เพราะอรรถว่ามีเครื่อง
บริโภคเป็นพิษ ตัณหาจึงชื่อว่า วิสัตติกา.
อีกอย่างหนึ่ง ตัณหานั้นแผ่ไปในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สกุล คณะ
อาวาส ฯลฯ แล่นไป ซ่านไปในรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่น รส โผฏฐัพพะที่ทราบ
ธรรมารมณ์ที่รู้แจ้ง เพราะฉะนั้น ตัณหาจึงชื่อว่า วิสัตติกา. คำว่า บุคคลนั้นได้ข้ามตัณหา
อันชื่อว่าวิสัตติกาแล้ว ความว่า บุคคลนั้น ได้ข้าม ข้ามพ้น ล่วงเลย เป็นไปล่วงตัณหาอัน
ชื่อว่าวิสัตติกานี้แล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลนั้นได้ข้ามตัณหาอันชื่อว่าวิสัตติกาแล้ว.
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
เรากล่าวบุคคลนั้นผู้ไม่เพ่งในกามทั้งหลายว่า เป็นผู้เข้าไปสงบ กิเลสเป็น
เครื่องผูกพันทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลนั้น บุคคลนั้นได้ข้ามตัณหา
อันชื่อว่าวิสัตติกาแล้ว.
อตาริ โส วิสตฺติกนฺติ✎ ร่าง
Atarī so visattikanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.297
วิสตฺติกา วุจฺจติ ตณฺหา✎ ร่าง
Visattikā vuccati taṇhā.
โย
ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ ฯ✎ ร่าง
Yo rāgo sārāgo …pe… abhijjhā lobho akusalamūlaṁ.
วิสตฺติกาติ
เกนตฺเถน วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
Visattikāti kenaṭṭhena visattikā?
วิสตาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
Visatāti visattikā,
วิสาลาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visālāti visattikā,
วิสฏาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaṭāti visattikā,
วิสมาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visamāti visattikā,
วิสกฺกตีติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visakkatīti visattikā,
วิสํหรตีติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaṁharatīti visattikā,
วิสํวาทิกาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaṁvādikāti visattikā,
วิสมูลาติ
วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visamūlāti visattikā,
วิสผลาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaphalāti visattikā,
วิสปริโภคาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visaparibhogāti visattikā,
วิสาลา วา ปน สา ตณฺหา รูเป สทฺเท คนฺเธ รเส โผฏฺฐพฺเพ
กุเล คเณ อาวาเส ฯเปฯ ทิฏฺฐ สุต มุต วิญฺญาตพฺเพสุ
ธมฺเมสุ วิสฏา ๒- วิตฺถตาติ วิสตฺติกา ฯ✎ ร่าง
visālā vā pana sā taṇhā rūpe … sadde … gandhe … rase … phoṭṭhabbe … kule … gaṇe … āvāse …pe… diṭṭhasutamutaviññātabbesu dhammesu visaṭā vitthatāti visattikā.
อตาริ โส วิสตฺติกนฺติ✎ ร่าง
Atarī so visattikanti.
โส อิมํ วิสตฺติกํ ตณฺหํ อตาริ อุตฺตริ ปตฺตริ ๓- สมติกฺกมิ วีติวตฺตตีติ✎ ร่าง
So imaṁ visattikaṁ taṇhaṁ atari uttari patari samatikkami vītivattīti—
อตาริ โส วิสตฺติกํ ฯ✎ ร่าง
atarī so visattikaṁ.
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.181
ตํ พฺรูมิ อุปสนฺโตติ✎ ร่าง
“Taṁ brūmi upasantoti,
กาเมสุ อนเปกฺขินํ✎ ร่าง
kāmesu anapekkhinaṁ;
คนฺถา ตสฺส น วิชฺชนฺติ✎ ร่าง
Ganthā tassa na vijjanti,
อตาริ โส วิสตฺติกนฺติ ฯ✎ ร่าง
atarī so visattikan”ti.