‹ กลับ
กลหวิวาทสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 444 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๕๖๑๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๔๔] ชื่อว่า ความถือตัว ในคำว่า ความถือตัว ความดูหมิ่น และความพูดส่อเสียด พึงทราบอธิบายดังนี้ บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังความถือตัวให้เกิดโดยชาติบ้าง โดยโคตรบ้าง โดยความเป็นบุตรแห่งสกุลบ้าง โดยความเป็นผู้มีรูปงามบ้าง โดยทรัพย์บ้าง โดยการปกครอง บ้าง โดยหน้าที่การงานบ้าง โดยหลักแหล่งแห่งศิลปศาสตร์บ้าง โดยวิทยฐานะบ้าง โดยการ ศึกษาบ้าง โดยปฏิภาณบ้าง โดยวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งบ้าง. ชื่อว่า ความดูหมิ่น คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมดูหมิ่นผู้อื่นโดยชาติบ้าง โดย โคตรบ้าง ฯลฯ โดยวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งบ้าง. ชื่อว่า ความพูดส่อเสียด คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาจาส่อเสียด คือ ฟังจากข้างนี้แล้วไปบอกข้างโน้น เพื่อทำลายคนหมู่นี้ หรือฟังจากข้างโน้นแล้วมาบอกข้างนี้ เพื่อ ทำลายคนหมู่โน้น เป็นผู้ทำลายคนที่พร้อมเพรียงกันบ้าง สนับสนุนคนที่แตกกันแล้วบ้าง ชอบ ผู้ที่เป็นก๊กกัน ยินดีผู้ที่เป็นก๊กกัน เพลินคนที่เป็นก๊กกัน เป็นผู้กล่าววาจาที่ทำเป็นก๊กกัน นี้ เรียกว่า ความพูดส่อเสียด. อีกอย่างหนึ่ง บุคคลย่อมนำคำส่อเสียดเข้าไปด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ นำคำส่อเสียดเข้าไปด้วยความมุ่งหมายเป็นที่รัก ๑ มีความประสงค์ให้เขาแตกกัน จึงนำคำ ส่อเสียดเข้าไป ๑. บุคคลนำคำส่อเสียดเข้าไปด้วยความมุ่งหมายเป็นที่รักอย่างไร? บุคคลนำคำส่อเสียดเข้า ไปด้วยความมุ่งหมายเป็นที่รักอย่างนี้ว่า เราจักเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจ เป็นที่สนิท เป็นภายใน เป็นที่ดีใจ ของบุคคลนี้. บุคคลผู้มีความประสงค์ให้เขาแตกกัน จึงนำคำส่อเสียดเข้าไปอย่างไร? บุคคลผู้มีความ ประสงค์ให้เขาแตกกันอย่างนี้ว่า ชนเหล่านี้ พึงเป็นต่างกัน แยกกัน เป็นก๊กกัน เป็นสองเหล่า สองพวก สองฝ่าย ชนเหล่านี้ พึงแตกกัน ไม่ปรองดองกัน พึงอยู่ลำบากไม่ผาสุก ด้วยอุบาย อย่างไร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ความถือตัว ความดูหมิ่น และความพูดส่อเสียด.
เทียบรายประโยค (17 ประโยค)
mnd11:6.1 #
มานาติมานา สหเปสุณา จาติ✎ ร่าง
Mānātimānā sahapesuṇā cāti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.308 · พุทธชยันตี 33.348
mnd11:12.9 #
Piyaṁ vatthuṁ rakkhanti gopenti pariggaṇhanti mamāyanti maccharāyanti.
mnd11:6.2 #
มาโนติ อิเธกจฺโจ มานํ ชเนติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา โกลปุตฺติเกน วา วณฺณโปกฺขรตาย วา ธเนน วา อชฺเฌเนน วา กมฺมายตเนน วา สิปฺปายตเนน วา วิชฺชฏฺฐาเนน วา สุเตน วา ปฏิภาเณน วา อญฺญตรญฺญตเรน วา วตฺถุนา ฯ✎ ร่าง
Mānoti idhekacco mānaṁ janeti jātiyā vā gottena vā kolaputtiyena vā vaṇṇapokkharatāya vā dhanena vā ajjhenena vā kammāyatanena vā sippāyatanena vā vijjāṭṭhānena vā sutena vā paṭibhānena vā aññataraññatarena vā vatthunā.
mnd11:6.3 #
อติมาโนติ อิเธกจฺโจ อญฺญํ ๑- อติมญฺญติ ชาติยา วา โคตฺเตน วา ฯเปฯ อญฺญตรญฺญตเรน วา วตฺถุนา ฯ✎ ร่าง
Atimānoti idhekacco paraṁ atimaññati jātiyā vā gottena vā …pe… aññataraññatarena vā vatthunā.
mnd11:6.4 #
เปสุญฺญนฺติ อิเธกจฺโจ ปิสุณวาโจ โหติ✎ ร่าง
Pesuññanti idhekacco pisuṇavāco hoti—
mnd11:6.5 #
อิโต สุตฺวา อมุตฺร อกฺขาตา อิเมสํ เภทาย อมุตฺร วา สุตฺวา อิเมสํ อกฺขาตา อมูสํ เภทาย✎ ร่าง
ito sutvā amutra akkhātā imesaṁ bhedāya, amutra vā sutvā imesaṁ akkhātā amūsaṁ bhedāya.
mnd11:6.6 #
อิติ สมคฺคานํ วา เภตฺตา ภินฺนานํ วา อนุปฺปทาตา วคฺคาราโม วคฺครโต วคฺคนนฺที วคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา โหติ✎ ร่าง
Iti samaggānaṁ vā bhettā, bhinnānaṁ vā anuppadātā, vaggārāmo vaggarato vagganandī vaggakaraṇiṁ vācaṁ bhāsitā hoti—
mnd11:6.7 #
อิทํ วุจฺจติ เปสุญฺญํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vuccati pesuññaṁ.
mnd11:6.8 #
อปิจ ทฺวีหิ การเณหิ เปสุญฺญํ อุปสํหรติ✎ ร่าง
Api ca dvīhi kāraṇehi pesuññaṁ upasaṁharati—
mnd11:6.9 #
ปิยกมฺยตาย วา เภทาธิปฺปาโย ๒- วา ฯ✎ ร่าง
piyakamyatāya vā bhedādhippāyena vā.
mnd11:6.10 #
กถํ ปิยกมฺยตาย เปสุญฺญํ อุปสํหรติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ piyakamyatāya pesuññaṁ upasaṁharati?
mnd11:6.11 #
อิมสฺส ปิโย ภวิสฺสามิ มนาโป ภวิสฺสามิ วิสฺสาสิโก ภวิสฺสามิ อพฺภนฺตริโก ภวิสฺสามิ สุหทโย ภวิสฺสามีติ✎ ร่าง
Imassa piyo bhavissāmi, manāpo bhavissāmi, vissāsiko bhavissāmi, abbhantariko bhavissāmi, suhadayo bhavissāmīti—
mnd11:6.12 #
เอวํ ปิยกมฺยตาย เปสุญฺญํ อุปสํหรติ ฯ✎ ร่าง
evaṁ piyakamyatāya pesuññaṁ upasaṁharati.
mnd11:6.13 #
กถํ เภทาธิปฺปาโย ๓- เปสุญฺญํ อุปสํหรติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhedādhippāyena pesuññaṁ upasaṁharati?
mnd11:6.14 #
กถํ อิเม นานา อสฺสุ วินา อสฺสุ วคฺคา อสฺสุ เทฺวธา อสฺสุ เทฺวชฺฌา อสฺสุ เทฺวปกฺขา อสฺสุ ภิชฺเชยฺยุํ น สมาคจฺเฉยฺยุํ ทุกฺขํ น @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปรํ ฯ ๒-๓ ม. ยุ. เภทาธิปฺปาเยน ฯ อิโต ปรํ เอวํ ญาตพฺพํ ฯ ผาสุ วิหเรยฺยุนฺติ✎ ร่าง
Kathaṁ ime nānā assu, vinā assu, vaggā assu, dvidhā assu, dvejjhā assu, dve pakkhā assu, bhijjeyyuṁ na samāgaccheyyuṁ, dukkhaṁ na phāsu vihareyyunti—
mnd11:6.15 #
เอวํ เภทาธิปฺปาโย เปสุญฺญํ อุปสํหรตีติ✎ ร่าง
evaṁ bhedādhippāyena pesuññaṁ upasaṁharatīti—
mnd11:6.16 #
มานาติมานา สหเปสุณา จ ฯ✎ ร่าง
mānātimānā sahapesuṇā ca.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน