‹ กลับ
คุหัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 46 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๘๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๖] คำว่า เพราะฉะนั้นแล สัตว์ผู้เกิดมาพึงศึกษาในศาสนานี้แหละ มีความว่า คำว่า เพราะฉะนั้น เพราะการณ์นั้น เพราะเหตุนั้น เพราะปัจจัยนั้น เพราะนิทานนั้น คือ เพราะเห็น โทษนั้นในกามทั้งหลาย. คำว่าพึงศึกษา มีความว่า พึงศึกษาสิกขาทั้ง ๓ คือ อธิศีลสิกขา ๑ อธิจิตตสิกขา ๑ อธิปัญญาสิกขา ๑. อธิศีลสิกขา เป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวมแล้วด้วยการสำรวม ในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร เห็นภัยในโทษมีประมาณเล็กน้อย สมาทานศึกษา อยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ศีลขันธ์น้อย ศีลขันธ์ใหญ่ ศีล ที่ตั้ง เบื้องต้น เบื้องบาท ความ สำรวม ความระวัง ปาก ประธาน แห่งความถึงพร้อมด้วยกุศลธรรมทั้งหลาย นี้เรียกว่าอธิศีล- *สิกขา. อธิจิตตสิกขา เป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม ทั้งหลาย บรรลุปฐมฌาน มีวิตกมีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่. เพราะวิตกและวิจารสงบไป จึงบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายในเป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มี ปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่. เพราะปีติสิ้นไป จึงมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุข ด้วยนามกาย บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข. เพราะละสุขและทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ จึงบรรลุจตุตถฌานไม่ มีทุกข์ ไม่มีสุข มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ นี้เรียกว่าอธิจิตตสิกขา. อธิปัญญาสิกขา เป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีปัญญา ประกอบด้วยปัญญา อันให้ถึงความเกิดและความดับ อันประเสริฐ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ภิกษุ นั้น ย่อมรู้ชัด ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินี ปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้เหตุให้เกิดอาสวะ นี้ความดับอาสวะ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับอาสวะ นี้เรียกว่าอธิปัญญาสิกขา. สัตว์ผู้เกิดมา เมื่อนึกถึงสิกขาทั้ง ๓ นี้ เมื่อรู้ เมื่อเห็น เมื่อพิจารณา เมื่ออธิษฐานจิต เมื่อน้อมใจไปด้วยความเชื่อ เมื่อประคองความเพียร เมื่อตั้งสติ เมื่อตั้งจิต เมื่อรู้ชัดด้วย ปัญญา เมื่อรู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ซึ่งธรรมที่ควรกำหนดรู้ เมื่อละธรรมที่ควรละ เมื่อเจริญธรรมที่ควรเจริญ เมื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง พึงศึกษา พึงประพฤติเอื้อเฟื้อ ประพฤติเอื้อเฟื้อโดยชอบสมาทานประพฤติ. คำว่า ในศาสนานี้ คือ ในความเห็นนี้ ในความ ควรนี้ ในความชอบใจนี้ ในความยึดถือนี้ ในธรรมนี้ ในวินัยนี้ ในธรรมวินัยนี้ ในปาพจน์นี้ ในพรหมจรรย์นี้ ในสัตถุศาสน์นี้ ในอัตภาพนี้ ในมนุษย์โลกนี้. คำว่า สัตว์ผู้เกิดมา คือ สัตว์ นระ ฯลฯ มนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เพราะฉะนั้นแล สัตว์ผู้เกิดมาพึงศึกษาในศาสนานี้ แหละ.
เทียบรายประโยค (37 ประโยค)
mnd2:55.1 #
ตสฺมา หิ สิกฺเขถ อิเธว ชนฺตูติ✎ ร่าง
Tasmā hi sikkhetha idheva jantūti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.45
mnd2:55.2 #
ตสฺมาติ ตสฺมา@เชิงอรรถ: ๑ โป. ยุ. เทวา กึ ... ฯ ๒ ยุ. เหตุ ฯ ตํการณา ตํเหตุ ตปฺปจฺจยา ตํนิทานา เอตํ อาทีนวํ สมฺปสฺสมาโน กาเมสูติ✎ ร่าง
Tasmāti taṅkāraṇā taṁhetu tappaccayā taṁnidānā, etamādīnavaṁ sampassamāno kāmesūti—
mnd2:55.3 #
ตสฺมา ฯ✎ ร่าง
tasmā.
mnd2:55.4 #
สิกฺเขถาติ ติสฺโส สิกฺขา✎ ร่าง
Sikkhethāti tisso sikkhā—
mnd2:55.5 #
อธิสีลสิกฺขา อธิจิตฺตสิกฺขา อธิปญฺญาสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
adhisīlasikkhā, adhicittasikkhā, adhipaññāsikkhā.
mnd2:56.1 #
กตมา อธิสีลสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
Katamā adhisīlasikkhā?
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.56
mnd2:56.2 #
อิธ ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาฏิโมกฺข- สํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ✎ ร่าง
Idha bhikkhu sīlavā hoti, pātimokkhasaṁvarasaṁvuto viharati ācāragocarasampanno, aṇumattesu vajjesu bhayadassāvī, samādāya sikkhati sikkhāpadesu.
mnd2:56.3 #
ขุทฺทโก สีลกฺขนฺโธ มหนฺโต สีลกฺขนฺโธ สีลํ ปติฏฺฐา อาทิ จรณํ สํยโม สํวโร มุขํ ๑- ปมุขํ กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา✎ ร่าง
Khuddako sīlakkhandho, mahanto sīlakkhandho, sīlaṁ patiṭṭhā ādi caraṇaṁ saṁyamo saṁvaro mokkhaṁ pāmokkhaṁ kusalānaṁ dhammānaṁ samāpattiyā—
mnd2:56.4 #
อยํ อธิสีลสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ adhisīlasikkhā.
mnd2:57.1 #
กตมา อธิจิตฺตสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
Katamā adhicittasikkhā?
mnd2:57.2 #
อิธ ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Idha bhikkhu vivicceva kāmehi vivicca akusalehi dhammehi savitakkaṁ savicāraṁ vivekajaṁ pītisukhaṁ paṭhamaṁ jhānaṁ upasampajja viharati.
mnd2:57.3 #
วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Vitakkavicārānaṁ vūpasamā ajjhattaṁ sampasādanaṁ cetaso ekodibhāvaṁ avitakkaṁ avicāraṁ samādhijaṁ pītisukhaṁ dutiyaṁ jhānaṁ upasampajja viharati.
mnd2:57.4 #
ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทติ ยนฺตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารีติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Pītiyā ca virāgā upekkhako ca viharati sato ca sampajāno sukhañca kāyena paṭisaṁvedeti, yaṁ taṁ ariyā ācikkhanti—“upekkhako satimā sukhavihārī”ti tatiyaṁ jhānaṁ upasampajja viharati.
mnd2:75.1 #
“Na ca kenaci koci hāyati,
อ้างอิงPTS 44
mnd2:57.5 #
สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ✎ ร่าง
Sukhassa ca pahānā dukkhassa ca pahānā pubbeva somanassadomanassānaṁ atthaṅgamā adukkhamasukhaṁ upekkhāsatipārisuddhiṁ catutthaṁ jhānaṁ upasampajja viharati—
mnd2:57.6 #
อยํ อธิจิตฺตสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ adhicittasikkhā.
mnd2:58.1 #
กตมา อธิปญฺญาสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
Katamā adhipaññāsikkhā?
อ้างอิงPTS 40 · สยามรัฐ 29.46
mnd2:58.2 #
อิธ ภิกฺขุ ปญฺญวา โหติ อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต อริยาย นิพฺเพธิกาย @เชิงอรรถ: ๑ ม. โมกฺขํ ปโมกฺขํ ฯ สมฺมาทุกฺขกฺขยคามินิยา✎ ร่าง
Idha bhikkhu paññavā hoti udayatthagāminiyā paññāya samannāgato, ariyāya nibbedhikāya sammādukkhakkhayagāminiyā.
mnd2:58.3 #
โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ✎ ร่าง
So “idaṁ dukkhan”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ dukkhasamudayo”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ dukkhanirodho”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ dukkhanirodhagāminī paṭipadā”ti yathābhūtaṁ pajānāti.
mnd2:58.4 #
อิเม อาสวาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ อาสวสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ อาสวนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ อาสวนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ✎ ร่าง
“Ime āsavā”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ āsavasamudayo”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ āsavanirodho”ti yathābhūtaṁ pajānāti, “ayaṁ āsavanirodhagāminī paṭipadā”ti yathābhūtaṁ pajānāti—
mnd2:58.5 #
อยํ อธิปญฺญาสิกฺขา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ adhipaññāsikkhā.
mnd2:59.1 #
อิมา ติสฺโส สิกฺขา อาวชฺเชนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
Imā tisso sikkhāyo āvajjanto sikkheyya,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.29 · พุทธชยันตี 33.58
mnd2:59.2 #
ชานนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
jānanto sikkheyya,
mnd2:59.3 #
ปสฺสนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
passanto sikkheyya,
mnd2:59.4 #
ปจฺจเวกฺขนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
paccavekkhanto sikkheyya,
mnd2:59.5 #
จิตฺตํ อธิฏฺฐหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
cittaṁ adhiṭṭhahanto sikkheyya,
mnd2:59.6 #
สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
saddhāya adhimuccanto sikkheyya,
mnd2:59.7 #
วิริยํ ปคฺคณฺหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
vīriyaṁ paggaṇhanto sikkheyya,
mnd2:59.8 #
สตึ อุปฏฺฐหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
satiṁ upaṭṭhapento sikkheyya,
mnd2:59.9 #
จิตฺตํ สมาทหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
cittaṁ samādahanto sikkheyya,
mnd2:59.10 #
ปญฺญาย ปชานนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
paññāya pajānanto sikkheyya,
mnd2:59.11 #
อภิญฺเญยฺยํ อภิชานนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
abhiññeyyaṁ abhijānanto sikkheyya,
mnd2:59.12 #
ปริญฺเญยฺยํ ปริชานนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
pariññeyyaṁ parijānanto sikkheyya,
mnd2:59.13 #
ปหาตพฺพํ ปชหนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
pahātabbaṁ pajahanto sikkheyya,
mnd2:59.14 #
ภาเวตพฺพํ ภาเวนฺโต สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
bhāvetabbaṁ bhāvento sikkheyya,
mnd2:59.15 #
สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกโรนฺโต สิกฺเขยฺย อาจเรยฺย สมาจเรยฺย สมาทาย วตฺเตยฺย ฯ✎ ร่าง
sacchikātabbaṁ sacchikaronto sikkheyya ācareyya samācareyya samādāya vatteyya.
mnd2:60.1 #
อิธาติ อิมิสฺสา ทิฏฺฐิยา อิมิสฺสา ขนฺติยา อิมิสฺสา รุจิยา อิมสฺมึ อาทาเย อิมสฺมึ ธมฺเม อิมสฺมึ วินเย อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อิมสฺมึ ปาวจเน อิมสฺมึ พฺรหฺมจริเย อิมสฺมึ สตฺถุสาสเน อิมสฺมึ อตฺตภาเว อิมสฺมึ มนุสฺสโลเก✎ ร่าง
Idhāti imissā diṭṭhiyā imissā khantiyā imissā ruciyā imasmiṁ ādāye imasmiṁ dhamme imasmiṁ vinaye imasmiṁ dhammavinaye imasmiṁ pāvacane imasmiṁ brahmacariye imasmiṁ satthusāsane imasmiṁ attabhāve imasmiṁ manussaloke—
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน