‹ กลับ
คุหัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 49 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๘๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๙] คำว่า นักปราชญ์ทั้งหลายได้กล่าวชีวิตนี้ว่า เป็นของน้อย มีความว่า ชีวิต ได้แก่ อายุ ความตั้งอยู่ ความดำเนินไป ความให้อัตภาพดำเนินไป ความเคลื่อนไหว ความ เป็นไป ความเลี้ยง ความเป็นอยู่ ชีวิตินทรีย์. ก็ชีวิตน้อยโดยเหตุ ๒ ประการ คือ ชีวิตน้อย เพราะตั้งอยู่น้อย ๑ ชีวิตน้อยเพราะมีกิจน้อย ๑. ชีวิตน้อยเพราะตั้งอยู่น้อยเป็นอย่างไร? ชีวิตเป็นอยู่แล้วในขณะจิตเป็นอดีต ย่อมไม่ เป็นอยู่ จักไม่เป็นอยู่. ชีวิตจักเป็นอยู่ ในขณะจิตเป็นอนาคต ย่อมไม่เป็นอยู่ ไม่เป็นอยู่แล้ว. ชีวิตย่อมเป็นอยู่ในขณะจิตเป็นปัจจุบัน ไม่เป็นอยู่แล้ว จักไม่เป็นอยู่. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ชีวิต อัตภาพ สุขและทุกข์ทั้งมวล เป็นธรรมประกอบกันเสมอด้วยจิต ดวงเดียว ขณะย่อมเป็นไปพลัน เทวดาเหล่าใดย่อมตั้งอยู่ตลอดแปด- หมื่นสี่พันกัป เทวดาเหล่านั้น ย่อมไม่เป็นผู้ประกอบด้วยจิตสองดวง ดำรงอยู่เลย ขันธ์เหล่าใดของสัตว์ผู้ตายหรือของสัตว์ที่เป็นอยู่ในโลก นี้ดับแล้ว ขันธ์เหล่านั้นทั้งปวงเทียว เป็นเช่นเดียวกันดับไปแล้ว มิ ได้สืบเนื่องกัน ขันธ์เหล่าใด แตกไปแล้วในอดีตเป็นลำดับและขันธ์ เหล่าใดแตกไปแล้วในอนาคตเป็นลำดับ ความแปลกกันแห่งขันธ์ทั้ง หลาย ที่ดับไปในปัจจุบันกับด้วยขันธ์เหล่านั้น ย่อมมิได้มีในลักษณะ สัตว์ไม่เกิดแล้วด้วยอนาคตขันธ์ ย่อมเป็นอยู่ด้วยปัจจุบันขันธ์ สัตว์ โลกตายแล้วเพราะความแตกแห่งจิต นี้เป็นบัญญัติทางปรมัตถ์ ขันธ์ ทั้งหลาย แปรไปโดยฉันทะ ย่อมเป็นไป ดุจน้ำไหลไปตามที่ลุ่ม ฉะนั้น ย่อมเป็นไปตามวาระ อันไม่ขาดสายเพราะอายตนะ ๖ เป็นปัจจัย ขันธ์ ทั้งหลายแตกแล้ว มิได้ถึงความตั้งอยู่ กองขันธ์มิได้มีในอนาคต ขันธ์ ทั้งหลายที่เกิดแล้วย่อมตั้งอยู่ เหมือนเมล็ดพันธุ์ผักกาด ตั้งอยู่บนปลาย เหล็กแหลม ฉะนั้น ก็ความแตกแห่งธรรมขันธ์ทั้งหลายที่เกิดแล้วนั้น สกัดอยู่ข้างหน้าแห่งสัตว์เหล่านั้น ขันธ์ทั้งหลายมีความทำลายเป็นปกติ มิได้รวมกับขันธ์ที่เกิดก่อน ย่อมตั้งอยู่ ขันธ์ทั้งหลายมาโดยไม่ปรากฏ แตกแล้วก็ไปสู่ที่ไม่ปรากฏ ย่อมเกิดขึ้นและเสื่อมไป เหมือนสายฟ้า แลบในอากาศ ฉะนั้น. ชีวิตน้อยเพราะตั้งอยู่น้อยอย่างนี้. ชีวิตน้อยเพราะมีกิจน้อยอย่างไร? ชีวิตเนื่องด้วยลมหายใจออก ชีวิตเนื่องด้วยลม หายใจเข้า ชีวิตเนื่องด้วยลมหายใจออกและลมหายใจเข้า ชีวิตเนื่องด้วยมหาภูตรูป ชีวิตเนื่อง ด้วยไออุ่น ชีวิตเนื่องด้วยอาหารที่กลืนกิน ชีวิตเนื่องด้วยวิญญาณ. กรัชกายอันเป็นที่ตั้งแห่ง ลมหายใจออกและลมหายใจเข้าเหล่านี้ก็ดี อวิชชา สังขาร ตัณหา อุปาทาน และภพอันเป็น เหตุเดิม แห่งลมหายใจออกและลมหายใจเข้าเหล่านี้ก็ดี ปัจจัยทั้งหลายก็ดี ตัณหาอันเป็นแดน เกิดก่อนก็ดี รูปธรรมและอรูปธรรมที่เกิดร่วมกันแห่งลมหายใจออกและลมหายใจเข้าเหล่านี้ก็ดี อรูปธรรมที่ประกอบกันแห่งลมหายใจออกและลมหายใจเข้าเหล่านี้ก็ดี ขันธ์ที่เกิดร่วมกันแห่งลม หายใจออกและลมหายใจเข้าเหล่านี้ก็ดี ตัณหาอันประกอบกันก็ดีก็มีกำลังทราม ธรรมเหล่านี้มี กำลังทรามเป็นนิตย์ต่อกันและกัน มิได้ตั้งมั่นต่อกันและกัน ย่อมยังกันและกันให้ตกไป เพราะ ความต้านทานมิได้มีแก่กันและกัน ธรรมเหล่านี้จึงไม่ดำรงกันและกันไว้ได้ ธรรมใดให้ธรรม เหล่านี้เกิดแล้ว ธรรมนั้นมิได้มี ก็แต่ธรรมอย่างหนึ่งมิได้เสื่อมไปเพราะธรรมอย่างหนึ่ง ก็ขันธ์ เหล่านี้แตกไปเสื่อมไปโดยอาการทั้งปวง ขันธ์เหล่านี้อันเหตุปัจจัยมีในก่อนให้เกิดแล้ว แม้เหตุ ปัจจัยอันเกิดก่อนเหล่าใด เหตุปัจจัยเหล่านั้นก็ตายไปแล้วในก่อน ขันธ์ที่เกิดก่อนก็ดี ขันธ์ที่ เกิดภายหลังก็ดี มิได้เห็นกันและกันในกาลไหนๆ ฉะนั้น ชีวิตจึงชื่อว่าเป็นของน้อยเพราะมีกิจ น้อยอย่างนี้. อนึ่ง เพราะเทียบชีวิตของเทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา ชีวิตมนุษย์ก็น้อยคือ เล็กน้อย นิดหน่อย เป็นไปชั่วขณะ เป็นไปพลัน เป็นไปชั่วกาลบัดเดี๋ยวเดียว ตั้งอยู่ไม่ช้า ไม่ดำรงอยู่ นาน. เพราะเทียบชีวิตของเทวดาชั้นดาวดึงส์ ... เพราะเทียบชีวิตของเทวดาชั้นยามา ... เพราะ เทียบชีวิตของเทวดาชั้นดุสิต ... เพราะเทียบชีวิตของเทวดาชั้นนิมมานรดี ... เพราะเทียบชีวิตของ เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ... เพราะเทียบชีวิตของเทวดาที่เนื่องในหมู่พรหม ชีวิตมนุษย์น้อย คือ เล็กน้อย นิดหน่อย เป็นไปชั่วขณะ เป็นไปพลัน เป็นไปชั่วกาลบัดเดี๋ยวเดียว ตั้งอยู่ไม่ช้า ดำรงอยู่ไม่นาน. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อายุของพวกมนุษย์นี้น้อย จำต้องละไปสู่ปรโลก มนุษย์ทั้งหลายจำต้องประสบความตายตามที่รู้กันอยู่แล้ว ควรทำกุศล ควร ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีมนุษย์ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดย่อมเป็นอยู่นาน ผู้นั้นก็เป็นอยู่ได้เพียง ๑๐๐ ปี หรือที่เกินกว่า ๑๐๐ ปี ก็มีน้อย. พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงตรัสคาถาประ- *พันธ์ต่อไปอีกว่า อายุของพวกมนุษย์น้อย บุรุษผู้ใคร่ความดี พึงดูหมิ่นอายุที่น้อยนี้ พึงรีบประพฤติให้เหมือนคนถูกไฟไหม้ศีรษะ ฉะนั้น เพราะภาวะความ ตาย จะไม่มาถึงมิได้มี วันคืนย่อมล่วงเลยไป ชีวิตก็กระชั้นเข้าไป สู่ความตาย อายุของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำในแม่น้ำ น้อยย่อมสิ้นไป ฉะนั้น. คำว่า นักปราชญ์ทั้งหลาย ได้กล่าวชีวิตนี้ว่าเป็นของน้อย มีความว่า นักปราชญ์ทั้งหลาย ได้แก่ผู้มีปัญญาทรงจำ ผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาทรงจำ ผู้ติเตียนบาป. ปัญญาเรียกว่าธี ได้แก่ ความรู้ ความรู้ทั่ว ความเลือกเฟ้น ความเลือกเฟ้นทั่ว ความเลือกเฟ้นธรรม ความกำหนดดี ความเข้าไปกำหนด ความเข้าไปกำหนดเฉพาะ ความเป็นบัณฑิต ความเป็นผู้ฉลาด ความเป็น ผู้มีปัญญารักษาตน ปัญญาเป็นเครื่องจำแนก ปัญญาเป็นเครื่องคิด ปัญญาเป็นเครื่องเข้าไปเห็น ปัญญาอันกว้างขวางดุจแผ่นดิน ปัญญาเป็นเครื่องทำลายกิเลส ปัญญาอันนำไปรอบ ปัญญาเป็น เครื่องเห็นแจ้ง ความรู้สึกตัว ปัญญาเป็นเครื่องเจาะแทง ปัญญาเป็นเครื่องเห็นชัด ปัญญา เป็นใหญ่ ปัญญาเป็นกำลัง ปัญญาเป็นศาตรา ปัญญาเพียงดังปราสาท ปัญญาอันสว่าง ปัญญาอันแจ่มแจ้ง ปัญญาอันรุ่งเรือง ปัญญาเป็นดังแก้ว ความไม่หลง ความเลือกเฟ้น ธรรม ความเห็นชอบ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา [ที่เรียกว่า ธี] นั้น จึงชื่อว่า ธีรา [นักปราชญ์]. อีกอย่างหนึ่ง ชนผู้มีปัญญาในขันธ์ มีปัญญาในธาตุ มีปัญญาในอายตนะ มี ปัญญาในปฏิจจสมุปบาท มีปัญญาในสติปัฏฐาน มีปัญญาในสัมมัปปธาน มีปัญญาในอิทธิบาท มีปัญญาในอินทรีย์ มีปัญญาในพละ มีปัญญาในโพชฌงค์ มีปัญญาในมรรค มีปัญญาในผล มีปัญญาในนิพพาน ชื่อว่า ธีรา. ผู้มีปัญญาทั้งหลายนั้นได้กล่าว คือ กล่าว บอก พูด แสดง แถลงว่า ชีวิตมนุษย์น้อย คือ เล็กน้อย นิดหน่อย เป็นไปชั่วขณะ เป็นไปพลัน เป็นไป ตลอดกาลบัดเดี๋ยวเดียว ตั้งอยู่ตลอดกาลไม่ช้า ไม่ดำรงอยู่นาน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นักปราชญ์ ทั้งหลายได้กล่าวชีวิตนี้ว่าเป็นของน้อย. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เพราะฉะนั้นแล สัตว์ผู้เกิดมาพึงศึกษาในศาสนานี้แหละ พึงรู้กรรม อันไม่เสมออย่างใดอย่างหนึ่งในโลกว่า เป็นกรรมอันไม่เสมอ ไม่พึง ประพฤติกรรม อันไม่เสมอเพราะเหตุแห่งกรรมอันไม่เสมอนั้น นัก- ปราชญ์ทั้งหลายได้กล่าวชีวิตนี้ว่าเป็นของน้อย.
เทียบรายประโยค (69 ประโยค)
mnd2:63.1 #
อปฺปญฺหิทํ ชีวิตมาหุ ธีราติ✎ ร่าง
Appañhidaṁ jīvitamāhu dhīrāti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.60
mnd2:63.2 #
ชีวิตนฺติ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ✎ ร่าง
Jīvitanti āyu ṭhiti yapanā yāpanā iriyanā vattanā pālanā jīvitaṁ jīvitindriyaṁ.
mnd2:63.3 #
อปิจ ทฺวีหิ การเณหิ อปฺปกํ ชีวิตํ✎ ร่าง
Api ca dvīhi kāraṇehi appakaṁ jīvitaṁ—
mnd2:63.4 #
ฐิติปริตฺตตาย วา อปฺปกํ ชีวิตํ สรสปริตฺตตาย วา อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
ṭhitiparittatāya vā appakaṁ jīvitaṁ, sarasaparittatāya vā appakaṁ jīvitaṁ.
mnd2:63.5 #
กถํ ฐิติปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ ṭhitiparittatāya appakaṁ jīvitaṁ?
mnd2:63.6 #
อตีเต จิตฺตกฺขเณ ชีวิตฺถ น ชีวติ น ชีวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
Atīte cittakkhaṇe jīvittha, na jīvati na jīvissati;
mnd2:63.7 #
อนาคเต จิตฺตกฺขเณ ชีวิสฺสติ น ชีวติ น ชีวิตฺถ ฯ✎ ร่าง
anāgate cittakkhaṇe jīvissati, na jīvati na jīvittha;
mnd2:63.8 #
ปจฺจุปฺปนฺเน จิตฺตกฺขเณ ชีวติ น ชีวิตฺถ น ชีวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
paccuppanne cittakkhaṇe jīvati, na jīvittha na jīvissati.
mnd2:64.1 #
ชีวิตํ อตฺตภาโว จ✎ ร่าง
“Jīvitaṁ attabhāvo ca,
mnd2:64.2 #
สุขทุกฺขา จ เกวลา✎ ร่าง
sukhadukkhā ca kevalā;
mnd2:64.3 #
เอกจิตฺตสมายุตฺตา✎ ร่าง
Ekacittasamāyuttā,
mnd2:64.4 #
ลหุโส วตฺตติกฺขโณ✎ ร่าง
lahuso vattate khaṇo.
mnd2:65.1 #
จูฬาสีติสหสฺสานิ✎ ร่าง
Cullāsītisahassāni,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.49
mnd2:65.2 #
กปฺปา ติฏฺฐนฺติ เย มรู✎ ร่าง
kappā tiṭṭhanti ye marū;
mnd2:65.3 #
น เตฺวว เตปิ ชีวนฺติ✎ ร่าง
Na tveva tepi jīvanti,
mnd2:65.4 #
ทฺวีหิ จิตฺเตหิ สมาหิตา✎ ร่าง
dvīhi cittehi saṁyutā.
mnd2:66.1 #
เย นิรุทฺธา มรนฺตสฺส✎ ร่าง
Ye niruddhā marantassa,
mnd2:66.2 #
ติฏฺฐมานสฺส วา อิธ✎ ร่าง
tiṭṭhamānassa vā idha;
mnd2:66.3 #
สพฺเพว สทิสา ขนฺธา✎ ร่าง
Sabbepi sadisā khandhā,
mnd2:66.4 #
คตา อปฺปฏิสนฺธิกา✎ ร่าง
gatā appaṭisandhikā.
mnd2:67.1 #
อนนฺตรา จ เย ภงฺคา✎ ร่าง
Anantarā ca ye bhaggā,
mnd2:67.2 #
เย จ ภงฺคา ๓- อนาคตา✎ ร่าง
ye ca bhaggā anāgatā;
mnd2:67.3 #
ตทนฺตเร นิรุทฺธานํ✎ ร่าง
Tadantare niruddhānaṁ,
mnd2:67.4 #
เวสมฺมํ นตฺถิ ลกฺขเณ✎ ร่าง
vesamaṁ natthi lakkhaṇe.
mnd2:68.1 #
อนิพฺพตฺเตน น ชาโต✎ ร่าง
Anibbattena na jāto,
mnd2:68.2 #
ปจฺจุปฺปนฺเน น ชีวติ✎ ร่าง
paccuppannena jīvati;
mnd2:68.3 #
จิตฺตภงฺคมโต ๔- โลโก✎ ร่าง
Cittabhaggā mato loko,
mnd2:68.4 #
ปญฺญตฺติ ปรมตฺถิยา✎ ร่าง
paññatti paramatthiyā.
mnd2:69.1 #
ยถา นินฺนา ปวตฺตนฺติ✎ ร่าง
Yathā ninnā pavattanti,
mnd2:69.2 #
ฉนฺเทน ปริณามิตา✎ ร่าง
chandena pariṇāmitā;
mnd2:69.3 #
อจฺฉินฺนวารา วตฺตนฺติ✎ ร่าง
Acchinnadhārā vattanti,
mnd2:69.4 #
สฬายตนปจฺจยา✎ ร่าง
saḷāyatanapaccayā.
mnd2:70.1 #
อนิธานคตา ภงฺคา✎ ร่าง
Anidhānagatā bhaggā,
อ้างอิงPTS 43 · ฉัฏฐสังคายนา 77.31
mnd2:70.2 #
ปุญฺโช นตฺถิ อนาคเต✎ ร่าง
puñjo natthi anāgate;
mnd2:70.3 #
นิพฺพตฺตาเยว ๖- ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Nibbattā ye ca tiṭṭhanti,
mnd2:70.4 #
อารคฺเค สาสปูปมา✎ ร่าง
āragge sāsapūpamā.
mnd2:71.1 #
นิพฺพตฺตานญฺจ ธมฺมานํ✎ ร่าง
Nibbattānañca dhammānaṁ,
mnd2:71.2 #
ภงฺโค เนสํ ปุเรกฺขโต✎ ร่าง
bhaṅgo nesaṁ purakkhato;
mnd2:71.3 #
ปโลกธมฺมา ติฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
Palokadhammā tiṭṭhanti,
mnd2:71.4 #
ปุราเณหิ อมิสฺสิตา✎ ร่าง
purāṇehi amissitā.
mnd2:72.1 #
อทสฺสนโต อายนฺติ✎ ร่าง
Adassanato āyanti,
mnd2:72.2 #
ภงฺคา คจฺฉนฺติ ทสฺสนํ✎ ร่าง
Bhaṅgā gacchantyadassanaṁ;
mnd2:72.3 #
วิชฺชุปฺปาโทว อากาเส✎ ร่าง
Vijjuppādova ākāse,
mnd2:72.4 #
อุปฺปชฺชนฺติ วยนฺติ จาติ ฯ✎ ร่าง
Uppajjanti vayanti cā”ti.
mnd2:73.1 #
เอวํ ฐิติปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ ṭhitiparittatāya appakaṁ jīvitaṁ.
mnd2:74.1 #
กถํ สรสปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ sarasaparittatāya appakaṁ jīvitaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.50 · พุทธชยันตี 33.62
mnd2:74.2 #
อสฺสาสูปนิพทฺธํ ชีวิตํ ปสฺสาสูปนิพทฺธํ ชีวิตํ อสฺสาสปฺปสฺสาสูปนิพทฺธํ ชีวิตํ มหาภูตูปนิพทฺธํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สํยุตฺตา ฯ ๒-๓-๕ โป. ม. ภคฺคา ฯ ๔ ม. จิตฺตภคฺคามโต ฯ ๖ ม. จ ฯ@๗ ปุรกฺขโตติปิ ปาโฐ ฯ ชีวิตํ อุสฺมูปนิพทฺธํ ชีวิตํ กวฬิงฺการาหารูปนิพทฺธํ ชีวิตํ วิญฺญาณูปนิพทฺธํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Assāsūpanibandhaṁ jīvitaṁ, passāsūpanibandhaṁ jīvitaṁ, assāsapassāsūpanibandhaṁ jīvitaṁ, mahābhūtūpanibandhaṁ jīvitaṁ, kabaḷīkārāhārūpanibandhaṁ jīvitaṁ, usmūpanibandhaṁ jīvitaṁ, viññāṇūpanibandhaṁ jīvitaṁ.
mnd2:74.3 #
มูลมฺปิ อิเมสํ ทุพฺพลํ ฯ ปุพฺพเหตูปิ อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ✎ ร่าง
Mūlampi imesaṁ dubbalaṁ, pubbahetūpi imesaṁ dubbalā.
mnd2:74.4 #
เยปิ ปจฺจยา เตปิ ทุพฺพลา ฯ เยปิ ปภวิกา ๑- เตปิ ทุพฺพลา ฯ✎ ร่าง
Ye paccayā tepi dubbalā, yepi pabhāvikā tepi dubbalā.
mnd2:74.5 #
สหภูปิ ๒- อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ สมฺปโยคาปิ อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ สหชาปิ อิเมสํ ทุพฺพลา ฯ ยาปิ ปโยชิกา สาปิ ทุพฺพลา ฯ อญฺญมญฺญํ นิจฺจทุพฺพลา อิเม ฯ อญฺญมญฺญํ อนวตฺถิตา อิเม ฯ✎ ร่าง
Sahabhūpi imesaṁ dubbalā, sampayogāpi imesaṁ dubbalā, sahajāpi imesaṁ dubbalā, yāpi payojikā sāpi dubbalā, aññamaññaṁ ime niccadubbalā, aññamaññaṁ anavaṭṭhitā ime.
mnd2:74.6 #
อญฺญมญฺญํ ปริปาตยนฺติ อิเม ฯ อญฺญมญฺญสฺส หิ นตฺถิ ตายิตา ฯ น จาปิ ฐเปนฺติ อญฺญมญฺญิเม ฯ✎ ร่าง
Aññamaññaṁ paripātayanti ime, aññamaññassa hi natthi tāyitā, na cāpi ṭhapenti aññamaññaṁ ime.
mnd2:74.7 #
โยปิ นิพฺพตฺตโก โส น วิชฺชติ ฯ✎ ร่าง
Yopi nibbattako so na vijjati.
mnd2:75.2 #
น จ เกนจิ โกจิ หายติ ฯ ภงฺคพฺยา ๓- จ อิเม หิ สพฺพโส ฯ✎ ร่าง
Gandhabbā ca ime hi sabbaso;
mnd2:75.3 #
ปุริเมหิ ปภาวิตา อิเม ฯ✎ ร่าง
Purimehi pabhāvikā ime,
mnd2:75.4 #
เยปิ ปภาวิตา เต ปุเร มตา ฯ✎ ร่าง
Yepi pabhāvikā te pure matā;
mnd2:75.5 #
ปุริมาปิจ ปจฺฉิมาปิจ✎ ร่าง
Purimāpi ca pacchimāpi ca,
mnd2:75.6 #
อญฺญมญฺญํ น กทาจิ อทฺทสํสูติ ฯ✎ ร่าง
Aññamaññaṁ na kadāci maddasaṁsū”ti.
mnd2:76.1 #
เอวํ สรสปริตฺตตาย อปฺปกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ sarasaparittatāya appakaṁ jīvitaṁ.
mnd2:77.1 #
อปิจ จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ ชีวิตํ อุปาทาย มนุสฺสานํ อปฺปกํ ชีวิตํ ปริตฺตกํ ชีวิตํ โถกํ ชีวิตํ ขณิกํ ชีวิตํ ลหุกํ ชีวิตํ อิตฺตรํ ชีวิตํ อนทฺธนียํ ชีวิตํ น จิรฏฺฐิติกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
Api ca cātumahārājikānaṁ devānaṁ jīvitaṁ upādāya manussānaṁ appakaṁ jīvitaṁ parittakaṁ jīvitaṁ thokaṁ jīvitaṁ khaṇikaṁ jīvitaṁ lahukaṁ jīvitaṁ ittaraṁ jīvitaṁ anaddhanīyaṁ jīvitaṁ naciraṭṭhitikaṁ jīvitaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.51 · ฉัฏฐสังคายนา 77.32
mnd2:77.2 #
ตาวตึสานํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
Tāvatiṁsānaṁ devānaṁ …pe…
mnd2:77.3 #
ยามานํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
yāmānaṁ devānaṁ …
mnd2:77.4 #
ตุสิตานํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
tusitānaṁ devānaṁ …
mnd2:77.5 #
นิมฺมานรตีนํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
nimmānaratīnaṁ devānaṁ …
mnd2:77.6 #
ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ ฯ✎ ร่าง
paranimmitavasavattīnaṁ devānaṁ …
mnd2:77.7 #
พฺรหฺมกายิกานํ เทวานํ ชีวิตํ อุปาทาย มนุสฺสานํ อปฺปกํ ชีวิตํ ปริตฺตกํ ชีวิตํ โถกํ ชีวิตํ ขณิกํ ชีวิตํ ลหุกํ ชีวิตํ อิตฺตรํ ชีวิตํ อนทฺธนียํ ชีวิตํ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ปภาวิกา ฯ ๒ โป. ม. สหภูมิ ฯ ๓ ม. คนฺธพฺพา ฯ น จิรฏฺฐิติกํ ชีวิตํ ฯ✎ ร่าง
brahmakāyikānaṁ devānaṁ jīvitaṁ upādāya manussānaṁ appakaṁ jīvitaṁ parittakaṁ jīvitaṁ thokaṁ jīvitaṁ khaṇikaṁ jīvitaṁ lahukaṁ jīvitaṁ ittaraṁ jīvitaṁ anaddhanīyaṁ jīvitaṁ naciraṭṭhitikaṁ jīvitaṁ.
mnd2:78.1 #
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttañhetaṁ bhagavatā—
mnd2:79.1 #
อปฺปมิทํ ภิกฺขเว มนุสฺสานํ อายุ✎ ร่าง
“Appamidaṁ, bhikkhave, manussānaṁ āyu.
mnd2:79.2 #
คมนีโย สมฺปราโย มนฺตาย โผฏฺฐพฺพํ กตฺตพฺพํ กุสลํ จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ✎ ร่าง
Gamaniyo samparāyo mantāya boddhabbaṁ, kattabbaṁ kusalaṁ, caritabbaṁ brahmacariyaṁ, natthi jātassa amaraṇaṁ.
mnd2:79.3 #
โย✎ ร่าง
Yo, bhikkhave, ciraṁ jīvati so vassasataṁ appaṁ vā bhiyyo.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน