‹ กลับ
คุหัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 62 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๔๘๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๒] คำว่า กำหนดรู้ผัสสะแล้วไม่เป็นผู้ตามติดใจ มีความว่า ผัสสะได้แก่ จักขุ สัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส อธิวจนสัมผัส (สัมผัส ทางนามคือใจ) ปฏิฆสัมผัส (สัมผัสทางรูป) สัมผัสเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา สัมผัสเป็นที่ตั้ง แห่งทุกขเวทนา สัมผัสเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา ผัสสะอันสัมปยุตด้วยกุศลจิต ผัสสะ อันสัมปยุตด้วยอกุศลจิต ผัสสะอันสัมปยุตด้วยอัพยากตจิต ผัสสะอันสัมปยุตด้วยกามาวจรจิต ผัสสะอันสัมปยุตด้วยรูปาวจรจิต ผัสสะอันสัมปยุตด้วยอรูปาวจรจิต ผัสสะเป็นสุญญตะ ผัสสะ เป็นอนิมิตตะ ผัสสะเป็นอัปปณิหิตะ ผัสสะเป็นโลกิยะ ผัสสะเป็นโลกุตตระ ผัสสะเป็นอดีต ผัสสะเป็นอนาคต ผัสสะเป็นปัจจุบัน ผัสสะใดเห็นปานนี้ คือความถูกต้อง ความถูกต้อง พร้อม ความที่จิตถูกต้องพร้อม นี้ชื่อว่า ผัสสะ. คำว่ากำหนดรู้ผัสสะแล้ว คือ กำหนดรู้ซึ่ง ผัสสะโดยปริญญา ๓ ประการ คือ ญาตปริญญา ตีรณปริญญา ปหานปริญญา. ญาตปริญญาเป็นไฉน? ธีรชนย่อมรู้ซึ่งผัสสะ คือ ย่อมรู้ ย่อมเห็นว่านี้จักขุสัมผัส นี้ โสตสัมผัส นี้ฆานสัมผัส นี้ชิวหาสัมผัส นี้กายสัมผัส นี้มโนสัมผัส นี้อธิวจนสัมผัส นี้ปฏิฆ สัมผัส นี้สัมผัสเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา นี้สัมผัสเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา นี้สัมผัสเป็นที่ ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา นี้ผัสสะอันสัมปยุตด้วยกุศลจิต นี้ผัสสะอันสัมปยุตด้วยอกุศลจิต นี้ผัสสะ อันสัมปยุตด้วยอัพยากตจิต นี้ผัสสะอันสัมปยุตด้วยกามาวจรจิต นี้ผัสสะอันสัมปยุตด้วยรูปาวจรจิต นี้ผัสสะอันสัมปยุตด้วยอรูปาวจรจิต นี้ผัสสะเป็นสุญญตะ นี้ผัสสะเป็นอนิมิตตะ นี้ผัสสะเป็น อัปปณิหิตะ นี้ผัสสะเป็นโลกิยะ นี้ผัสสะเป็นโลกุตตระ นี้ผัสสะเป็นอดีต นี้ผัสสะเป็นอนาคต นี้ผัสสะเป็นปัจจุบัน นี้เรียกว่าญาตปริญญา. ตีรณปริญญาเป็นไฉน? ธีรชนทำความรู้อย่างนี้แล้ว ย่อมพิจารณาซึ่งผัสสะ คือ ย่อม พิจารณาโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร เป็นของ ลำบาก เป็นอาพาธ เป็นอย่างอื่น เป็นของไม่มีอำนาจ เป็นของชำรุด เป็นเสนียด เป็นอุบาทว์ เป็นภัย เป็นอุปสรรค เป็นของหวั่นไหว เป็นของแตกพัง เป็นของไม่ยั่งยืน เป็นของไม่มีที่ต้านทาน เป็นของไม่มีที่ซ่อนเร้น เป็นของไม่มีที่พึ่ง เป็นของว่าง เป็นของเปล่า เป็นของสูญ เป็นอนัตตา เป็นโทษ เป็นของมีความแปรไปเป็นธรรมดา เป็นของไม่มีแก่นสาร เป็นมูลแห่งความลำบาก เป็นดังเพชฌฆาต เป็นของปราศจากความเจริญ เป็นของมีอาสวะ เป็นของอันเหตุปัจจัยปรุง แต่ง เป็นเหยื่อมาร เป็นของมีชาติเป็นธรรมดา เป็นของมีชราเป็นธรรมดา เป็นของมีพยาธิ เป็นธรรมดา เป็นของมีมรณะเป็นธรรมดา เป็นของมีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์โทมนัสและอุปายาส เป็นธรรมดา เป็นของมีความเศร้าหมองเป็นธรรม เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ เป็นของดับไป เป็น ของชวนให้แช่มชื่น เป็นอาทีนพ เป็นนิสสรณะ นี้เรียกว่า ตีรณปริญญา. ปหานปริญญาเป็นไฉน? ธีรชนพิจารณาอย่างนี้แล้ว ย่อมละ บรรเทา ทำให้สิ้นไป ให้ ถึงความไม่มีในภายหลัง ซึ่งฉันทราคะในผัสสะ สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ฉันทราคะในผัสสะใด ท่านทั้งหลายจงละฉันทราคะนั้น ฉันทราคะนั้นจักเป็นของอันท่าน ทั้งหลายละแล้ว มีมูลรากอันตัดขาดแล้ว ทำให้ไม่มีที่ตั้งดุจตาลยอดด้วน ถึงความไม่มีในภาย หลัง มีความไม่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นธรรมดา โดยประการอย่างนี้. นี้เรียกว่า ปหานปริญญา. คำว่า กำหนดรู้ผัสสะแล้ว คือ กำหนดรู้ซึ่งผัสสะด้วยปริญญา ๓ นี้. คำว่า ไม่เป็นผู้ ตามติดใจ มีความว่า ตัณหาเรียกว่าความติดใจ ได้แก่ ความกำหนัด ความกำหนัดกล้า ฯลฯ อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล. ความติดใจนั้นอันบุคคลใดละได้แล้ว ตัดขาดแล้ว สงบได้แล้ว ระงับได้แล้ว ทำให้ไม่ควรเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ บุคคลนั้นเรียกว่า เป็นผู้ไม่ติดใจ. บุคคลนั้นไม่ติดใจ คือ ไม่ถึงความติดใจ ไม่หลงใหล ไม่หมกมุ่นในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ สกุล คณะ อาวาส ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัช- *บริขาร กามธาตุ รูปธาตุ อรูปธาตุ กามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญาภพ อสัญญาภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ ปัญจโวการภพ อดีตกาล อนาคตกาล ปัจจุบัน- *กาล ทิฏฐธรรม สุตธรรม มุตธรรม วิญญาตัพพธรรม คือ เป็นผู้คลาย ปราศจาก สละ สำรอก ปล่อย ละ สละ สละคืนความติดใจแล้ว คลาย ปราศจาก สละ สำรอก ปล่อย ละ สละคืน ความกำหนัดแล้ว หมดความอยาก ดับแล้ว เย็นแล้ว เสวยความสุข มีตนเป็นดุจพรหมอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กำหนดรู้ผัสสะแล้ว ไม่เป็นผู้ตามติดใจ.
เทียบรายประโยค (32 ประโยค)
mnd2:103.1 #
ผสฺสํ ปริญฺญาย อนานุคิทฺโธติ✎ ร่าง
Phassaṁ pariññāya anānugiddhoti.
mnd2:103.2 #
ผสฺโสติ จกฺขุสมฺผสฺโส โสตสมฺผสฺโส ฆานสมฺผสฺโส ชิวฺหาสมฺผสฺโส กายสมฺผสฺโส มโนสมฺผสฺโส อธิวจนสมฺผสฺโส ปฏิฆสมฺผสฺโส สุขเวทนีโย สมฺผสฺโส ทุกฺขเวทนีโย สมฺผสฺโส อทุกฺขมสุขเวทนีโย สมฺผสฺโส กุสโล ผสฺโส อกุสโล ผสฺโส อพฺยากโต ผสฺโส กามาวจโร ผสฺโส รูปาวจโร ผสฺโส อรูปาวจโร ผสฺโส สุญฺญโต ผสฺโส อนิมิตฺโต ผสฺโส อปฺปณิหิโต ผสฺโส โลกิโย ผสฺโส โลกุตฺตโร ผสฺโส อตีโต ผสฺโส อนาคโต ผสฺโส ปจฺจุปฺปนฺโน ผสฺโส โย เอวรูโป ผสฺโส ผุสนา สมฺผุสนา สมฺผุสิตตฺตํ✎ ร่าง
Phassoti cakkhusamphasso sotasamphasso ghānasamphasso jivhāsamphasso kāyasamphasso manosamphasso, adhivacanasamphasso, paṭighasamphasso, sukhavedanīyo samphasso dukkhavedanīyo samphasso adukkhamasukhavedanīyo samphasso, kusalo phasso akusalo phasso abyākato phasso, kāmāvacaro phasso rūpāvacaro phasso arūpāvacaro phasso, suññato phasso animitto phasso appaṇihito phasso, lokiyo phasso lokuttaro phasso, atīto phasso anāgato phasso paccuppanno phasso, yo evarūpo phasso phusanā samphusanā samphusitattaṁ—
mnd2:103.3 #
อยํ วุจฺจติ ผสฺโส ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati phasso.
mnd2:104.1 #
ผสฺสํ ปริญฺญายาติ ผสฺสํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา✎ ร่าง
Phassaṁ pariññāyāti phassaṁ tīhi pariññāhi parijānitvā—
อ้างอิงPTS 53 · สยามรัฐ 29.61 · ฉัฏฐสังคายนา 77.38
mnd2:104.2 #
ญาตปริญฺญาย ตีรณปริญฺญาย ปหานปริญฺญาย ฯ✎ ร่าง
ñātapariññāya, tīraṇapariññāya, pahānapariññāya.
mnd2:104.3 #
กตมา ญาตปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
Katamā ñātapariññā?
mnd2:104.4 #
ผสฺสํ ชานาติ✎ ร่าง
Phassaṁ jānāti—
mnd2:104.5 #
อยํ จกฺขุสมฺผสฺโส อยํ โสตสมฺผสฺโส อยํ ฆานสมฺผสฺโส อยํ ชิวฺหาสมฺผสฺโส อยํ กายสมฺผสฺโส อยํ มโนสมฺผสฺโส อยํ อธิวจนสมฺผสฺโส อยํ ปฏิฆสมฺผสฺโส อยํ สุขเวทนีโย ผสฺโส อยํ ทุกฺขเวทนีโย ผสฺโส อยํ อทุกฺขมสุขเวทนีโย ผสฺโส อยํ กุสโล ผสฺโส อยํ อกุสโล ผสฺโส อยํ อพฺยากโต ผสฺโส อยํ กามาวจโร ผสฺโส อยํ รูปาวจโร ผสฺโส อยํ อรูปาวจโร ผสฺโส อยํ สุญฺญโต ผสฺโส อยํ อนิมิตฺโต ผสฺโส อยํ อปฺปณิหิโต ผสฺโส อยํ โลกิโย ผสฺโส อยํ โลกุตฺตโร ผสฺโส อยํ อตีโต ผสฺโส อยํ อนาคโต ผสฺโส อยํ ปจฺจุปฺปนฺโน ผสฺโสติ ชานาติ ปสฺสติ✎ ร่าง
ayaṁ cakkhusamphasso, ayaṁ sotasamphasso, ayaṁ ghānasamphasso, ayaṁ jivhāsamphasso, ayaṁ kāyasamphasso, ayaṁ manosamphasso, ayaṁ adhivacanasamphasso, ayaṁ paṭighasamphasso, ayaṁ sukhavedanīyo phasso, ayaṁ dukkhavedanīyo phasso, ayaṁ adukkhamasukhavedanīyo phasso, ayaṁ kusalo phasso, ayaṁ akusalo phasso, ayaṁ abyākato phasso, ayaṁ kāmāvacaro phasso, ayaṁ rūpāvacaro phasso, ayaṁ arūpāvacaro phasso, ayaṁ suññato phasso, ayaṁ animitto phasso, ayaṁ appaṇihito phasso, ayaṁ lokiyo phasso, ayaṁ lokuttaro phasso, ayaṁ atīto phasso, ayaṁ anāgato phasso, ayaṁ paccuppanno phassoti jānāti passati—
mnd2:104.6 #
อยํ ญาตปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ ñātapariññā.
mnd2:105.1 #
กตมา ตีรณปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
Katamā tīraṇapariññā?
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.76
mnd2:105.2 #
เอวํ ญาตํ กตฺวา ผสฺสํ ตีเรติ✎ ร่าง
Evaṁ ñātaṁ katvā phassaṁ tīreti.
mnd2:105.3 #
อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต สลฺลโต อฆโต อาพาธโต ปรโต ปโลกโต อีติโต อุปทฺทวโต ภยโต อุปสคฺคโต จลโต ปภงฺคุโต อทฺธุวโต อตาณโต อเลณโต อสรณโต ริตฺตโต ตุจฺฉโต สุญฺญโต อนตฺตโต อาทีนวโต วิปริณามธมฺมโต อสารกโต อฆมูลโต วธกโต วิภวโต สาสวโต สงฺขตโต มารามิสโต ชาติธมฺมโต ๑- ชราธมฺมโต พฺยาธิธมฺมโต มรณธมฺมโต โสกปริเทวทุกฺข- โทมนสฺสุปายาสธมฺมโต สงฺกิเลสิกธมฺมโต ๒- สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต นิสฺสรณโต ตีเรติ✎ ร่าง
Aniccato dukkhato rogato gaṇḍato sallato aghato ābādhato parato palokato ītito upaddavato bhayato upasaggato calato pabhaṅguto adhuvato atāṇato aleṇato asaraṇato rittato tucchato suññato anattato ādīnavato vipariṇāmadhammato asārakato aghamūlato vadhakato vibhavato sāsavato saṅkhatato mārāmisato jātijarābyādhimaraṇadhammato sokaparidevadukkhadomanassupāyāsadhammato saṅkilesadhammato samudayato atthaṅgamato assādato ādīnavato nissaraṇato tīreti—
mnd2:105.4 #
อยํ ตีรณปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ tīraṇapariññā.
mnd2:106.1 #
กตมา ปหานปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
Katamā pahānapariññā?
อ้างอิงPTS 54 · สยามรัฐ 29.63
mnd2:106.2 #
เอวํ ตีรยิตฺวา ผสฺเส ฉนฺทราคํ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวงฺคเมติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ tīrayitvā phasse chandarāgaṁ pajahati vinodeti byantiṁ karoti anabhāvaṁ gameti.
mnd2:106.3 #
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttañhetaṁ bhagavatā—
mnd2:106.4 #
โย ภิกฺขเว ผสฺเสสุ ฉนฺทราโค ตํ ปชหถ✎ ร่าง
“yo, bhikkhave, phassesu chandarāgo taṁ pajahatha.
mnd2:106.5 #
เอวํ โส ผสฺโส ปหีโน ภวิสฺสติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺคโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโมติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ so phasso pahīno bhavissati ucchinnamūlo tālāvatthukato anabhāvaṁ kato āyatiṁ anuppādadhammo”ti—
mnd2:106.6 #
อยํ ปหานปริญฺญา ฯ✎ ร่าง
ayaṁ pahānapariññā.
mnd2:106.7 #
ผสฺสํ ปริญฺญายาติ✎ ร่าง
Phassaṁ pariññāyāti.
mnd2:106.8 #
ผสฺสํ อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา ฯ✎ ร่าง
Phassaṁ imāhi tīhi pariññāhi parijānitvā.
mnd2:106.9 #
อนานุคิทฺโธติ✎ ร่าง
Anānugiddhoti.
mnd2:106.10 #
เคโธ วุจฺจติ ตณฺหา✎ ร่าง
Gedho vuccati taṇhā.
mnd2:106.11 #
โย ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ ฯ✎ ร่าง
Yo rāgo sārāgo …pe… abhijjhā lobho akusalamūlaṁ.
mnd2:106.12 #
ยสฺเสโส เคโธ ปหีโน สมุจฺฉินฺโน วูปสนฺโต ปฏิปฺปสฺสทฺโธ อภพฺพุปฺปตฺติโก ญาณคฺคินา ทฑฺโฒ โส วุจฺจติ อคิทฺโธ ฯ✎ ร่าง
Yasseso gedho pahīno samucchinno vūpasanto paṭipassaddho abhabbuppattiko ñāṇagginā daḍḍho, so vuccati agiddho.
mnd2:106.13 #
โส รูเป อคิทฺโธ สทฺเท อคิทฺโธ คนฺเธ อคิทฺโธ รเส อคิทฺโธ โผฏฺฐพฺเพ อคิทฺโธ✎ ร่าง
So rūpe agiddho sadde agiddho gandhe agiddho rase agiddho phoṭṭhabbe agiddho
mnd2:106.14 #
กุเล คเณ อาวาเส ลาเภ ยเส ปสํสาย สุเข จีวเร ปิณฺฑปาเต เสนาสเน คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเร กามธาตุยา✎ ร่าง
kule … gaṇe … āvāse … lābhe … yase … pasaṁsāya … sukhe … cīvare … piṇḍapāte … senāsane … gilānapaccayabhesajjaparikkhāre kāmadhātuyā …
mnd2:106.15 #
รูปธาตุยา อรูปธาตุยา กามภเว รูปภเว อรูปภเว สญฺญาภเว อสญฺญาภเว เนวสญฺญานาสญฺญาภเว✎ ร่าง
rūpadhātuyā … arūpadhātuyā … kāmabhave … rūpabhave … arūpabhave … saññābhave … asaññābhave … nevasaññānāsaññābhave …
mnd2:106.16 #
เอกโวการภเว จตุโวการภเว ปญฺจโวการภเว✎ ร่าง
ekavokārabhave … catuvokārabhave … pañcavokārabhave …
mnd2:106.17 #
อตีเต อนาคเต ปจฺจุปฺปนฺเน✎ ร่าง
atīte … anāgate … paccuppanne …
mnd2:106.18 #
ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสุ อคิทฺโธ อคธิโต อมุจฺฉิโต อนชฺโฌปนฺโน ๑- วีตเคโธ วิคตเคโธ จตฺตเคโธ วนฺตเคโธ มุตฺตเคโธ ปหีนเคโธ ปฏินิสฺสฏฺฐเคโธ วีตราโค วิคตราโค จตฺตราโค วนฺตราโค มุตฺตราโค ปหีนราโค ปฏินิสฺสฏฺฐราโค นิจฺฉาโต นิพฺพุโต สีติภูโต สุขปฏิสํเวที พฺรหฺมภูเตน อตฺตนา @เชิงอรรถ: ๑ อนชฺฌาปนฺโนติปิ อนชฺฌสนฺโนติปิ ปาโฐ ฯ วิหรตีติ✎ ร่าง
diṭṭhasutamutaviññātabbesu dhammesu agiddho agadhito amucchito anajjhosanno vītagedho vigatagedho cattagedho vantagedho muttagedho pahīnagedho paṭinissaṭṭhagedho vītarāgo vigatarāgo cattarāgo vantarāgo muttarāgo pahīnarāgo paṭinissaṭṭharāgo nicchāto nibbuto sītibhūto sukhapaṭisaṁvedī brahmabhūtena attanā viharatīti—
mnd2:106.19 #
ผสฺสํ ปริญฺญาย อนานุคิทฺโธ ฯ✎ ร่าง
phassaṁ pariññāya anānugiddho.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน