‹ กลับ
มหาวิยูหสุตตนิเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 697 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๖๘๓๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๙๗] ชื่อว่าภาระ ในคำว่า มุนีนั้น เป็นผู้ปลงภาระลงแล้ว พ้นขาดแล้ว ได้แก่ ภาระ ๓ อย่างคือ ขันธภาระ ๑ กิเลสภาระ ๑ อภิสังขารภาระ ๑. ขันธภาระเป็นไฉน? รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ในปฏิสนธิ นี้ชื่อว่าขันธภาระ. กิเลสภาระเป็นไฉน? ราคะ โทสะ โมหะ ฯลฯ อกุสลาภิสังขารทั้งปวง นี้ชื่อว่ากิเลสภาระ. อภิสังขารภาระเป็น ไฉน? ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร นี้ชื่อว่าอภิสังขารภาระ ขันธภาระ กิเลสภาระ และอภิสังขารภาระ เป็นสภาพอันมุนีละแล้ว มีรากอันตัดขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้ง ดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง มีความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เมื่อใด เมื่อนั้น มุนีนั้นเรียกว่า เป็นผู้ปลงภาระลงแล้ว มีภาระตกไปแล้ว มีภาระอันปลดแล้ว มีภาระอันปล่อย แล้ว มีภาระอันวางแล้ว มีภาระระงับแล้ว. คำว่า มุนี ความว่า ญาณเรียกว่าโมนะ ได้แก่ปัญญา ความรู้ทั่ว ความเลือกเฟ้น ความเลือกเฟ้นทั่ว ความเลือกเฟ้นธรรม ความกำหนดดี ความเข้าไปกำหนด ความเข้าไป กำหนดเฉพาะ ความเป็นบันฑิต ความเป็นผู้ฉลาด ความเป็นผู้มีปัญญารักษาตน ปัญญาเป็น เครื่องจำแนก ปัญญาเป็นเครื่องคิด ปัญญาเป็นเครื่องเข้าไปเห็น ปัญญาอันกว้างขวางดุลแผ่นดิน ปัญญาเป็นเครื่องทำลายกิเลส ปัญญาอันนำไปรอบ ปัญญาเป็นเครื่องเห็นแจ้ง ความรู้สึกตัว ปัญญาเป็นเครื่องเจาะแทง ปัญญาเป็นเครื่องเห็นชัด ปัญญาเป็นใหญ่ ปัญญาเป็นกำลัง ปัญญา เป็นดังศาตรา ปัญญาเพียงดังปราสาท ปัญญาอันสว่าง ปัญญาอันแจ่มแจ้ง ปัญญาอันรุ่งเรือง ปัญญาเป็นดังแก้ว ความไม่หลง ความเลือกเฟ้นธรรม ความเห็นชอบ บุคคลประกอบด้วย ญาณนั้น ชื่อว่าเป็นมุนี คือ ผู้ถึงญาณที่ชื่อว่าโมนะ โมเนยยะ (ธรรมเครื่องทำความเป็นมุนี) มี ๓ อย่าง คือ โมเนยยธรรมทางกาย ๑ โมเนยยธรรมทางวาจา ๑ โมเนยยธรรมทางใจ ๑. โมเนยยธรรมทางกายเป็นไฉน? การละกายทุจริต ๓ อย่าง ชื่อว่าโมเนยยธรรมทางกาย กายสุจริต ๓ อย่าง ญาณมีกายเป็นอารมณ์ ความกำหนดรู้กายมรรคอันสหรคตด้วยปริญญา การ ละฉันทราคะในกาย ความดับแห่งกายสังขาร ความบรรลุจตุตถฌาน แต่ละอย่างๆ ชื่อว่า โมเนยยธรรมทางกาย นี้ชื่อว่าโมเนยยธรรมทางกาย. โมเนยยธรรมทางวาจาเป็นไฉน? การละวจีทุจริต ๔ อย่าง ชื่อว่าโมเนยยธรรมทางวาจา วจีสุจริต ๔ อย่าง ญาณมีวาจาเป็นอารมณ์ ความกำหนดรู้วาจา มรรคอันสหรคตด้วยปริญญา การละฉันทราคะในวาจา ความดับแห่งวจีสังขาร ความบรรลุทุติยฌาน แต่ละอย่างๆ ชื่อว่า โมเนยยธรรมทางวาจา นี้ชื่อว่าโมเนยยธรรมทางวาจา. โมเนยยธรรมทางใจเป็น? การละมโนทุจริต ๓ อย่าง ชื่อว่า โมเนยยธรรมทางใจ มโนสุจริต ๓ อย่าง ญาณมีจิตเป็นอารมณ์ ความกำหนดรู้จิต มรรคอันสหรคตด้วยปริญญา การละฉันทราคะในจิต ความดับแห่งจิตตสังขาร ความบรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ แต่ละอย่างๆ ชื่อว่าโมเนยยธรรมทางใจ นี้ชื่อว่าโมเนยยธรรมทางใจ. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บัณฑิตทั้งหลายได้กล่าวมุนี ผู้เป็นมุนีทางกาย เป็นมุนีทางวาจา เป็นมุนี ทางใจ ไม่มีอาสวะว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยธรรมที่ทำให้เป็นมุนี เป็นผู้ละ กิเลสทั้งปวง บัณฑิตทั้งหลายได้กล่าวมุนีผู้เป็นมุนีทางกาย เป็นมุนี ทางวาจา เป็นมุนีทางใจ ไม่มีอาสวะว่า เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยธรรมที่ ทำให้เป็นมุนี เป็นผู้มีบาปอันล้างเสียแล้ว. บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมที่ทำให้เป็นมุนีเหล่านี้ ชื่อว่าเป็นมุนีมี ๖ จำพวก คือ อาคาร- *มุนี อนาคารมุนี เสขมุนี อเสขมุนี ปัจเจกมุนี มุนิมุนี อาคารมุนีเป็นไฉน? ชนเหล่าใดเป็น ผู้ครองเรือน มีบทคือนิพพานอันเห็นแล้ว มีศาสนาอันรู้แจ้งแล้ว ชนเหล่านี้ ชื่อว่าอาคารมุนี อนาคารมุนีเป็นไฉน? ชนเหล่าใดออกบวช มีบทคือนิพพานอันเห็นแล้ว มีศาสนาอันรู้แจ้งแล้ว ชนเหล่านี้ชื่อว่า อนาคารมุนี พระเสขะ ๗ จำพวก ชื่อว่าเสขมุนี พระอรหันต์ทั้งหลาย ชื่อว่า อเสขมุนี พระปัจเจกพุทธะทั้งหลาย ชื่อว่าปัจเจกมุนี พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่ามุนิมุนี. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลไม่เป็นมุนีด้วยความเป็นผู้นิ่ง เป็นแต่ผู้เปล่า ไม่ใช่ผู้รู้ ส่วนบุคคล ใดเป็นบัณฑิต ถือธรรมอันประเสริฐ ละเว้นบาปทั้งหลาย เหมือนคน ที่ถือเครื่องชั่งตั้งอยู่ ฉะนั้น บุคคลนั้นชื่อว่าเป็นมุนี เรียกว่ามุนีโดย เหตุนั้น บุคคลใด ย่อมรู้โลกทั้ง ๒ บุคคลนั้นเรียกว่ามุนีโดยเหตุนั้น บุคคลใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและธรรมของสัตบุรุษ ในโลกทั้งปวงทั้ง ภายในและภายนอก ก้าวล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเพียงดังว่า ข่ายดำรงอยู่ เป็นผู้อันเทวดา และมนุษย์บูชาแล้ว บุคคลนั้นชื่อว่าเป็น มุนี. คำว่า พ้นขาดแล้ว ความว่า จิตของมุนีพ้น พ้นขาด พ้นวิเศษดีแล้วจากราคะ โทสะ โมหะ ฯลฯ อกุสลาภิสังขารทั้งปวง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่ามุนีนั้นเป็นผู้ปลงภาระลงแล้ว พ้นขาดแล้ว.
เทียบรายประโยค (37 ประโยค)
mnd13:144.1 #
ส ปนฺนภาโร มุนิ วิปฺปมุตฺโตติ✎ ร่าง
Sa pannabhāro muni vippamuttoti.
mnd13:144.2 #
ภาโรติ ๒- ตโย ภารา✎ ร่าง
Bhārāti tayo bhārā—
mnd13:144.3 #
ขนฺธภาโร กิเลสภาโร อภิสงฺขารภาโร ฯ✎ ร่าง
khandhabhāro, kilesabhāro, abhisaṅkhārabhāro.
mnd13:144.4 #
กตโม ขนฺธภาโร ฯ✎ ร่าง
Katamo khandhabhāro?
mnd13:144.5 #
ปฏิสนฺธิยา รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ✎ ร่าง
Paṭisandhiyā rūpaṁ vedanā saññā saṅkhārā viññāṇaṁ—
mnd13:144.6 #
อยํ ขนฺธภาโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ khandhabhāro.
mnd13:144.7 #
กตโม กิเลสภาโร ฯ✎ ร่าง
Katamo kilesabhāro?
mnd13:144.8 #
ราโค โทโส โมโห ฯเปฯ✎ ร่าง
Rāgo doso moho …pe…
mnd13:144.9 #
สพฺพากุสลาภิสงฺขารา✎ ร่าง
sabbākusalābhisaṅkhārā—
mnd13:144.10 #
อยํ กิเลสภาโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ kilesabhāro.
mnd13:144.11 #
กตโม อภิสงฺขารภาโร ฯ✎ ร่าง
Katamo abhisaṅkhārabhāro?
mnd13:144.12 #
ปุญฺญาภิสงฺขาโร อปุญฺญาภิสงฺขาโร อาเนญฺชาภิสงฺขาโร✎ ร่าง
Puññābhisaṅkhāro apuññābhisaṅkhāro āneñjābhisaṅkhāro—
mnd13:144.13 #
อยํ อภิสงฺขารภาโร ฯ✎ ร่าง
ayaṁ abhisaṅkhārabhāro.
mnd13:144.14 #
ยโต ขนฺธภาโร จ กิเลสภาโร จ อภิสงฺขาร- ภาโร จ ปหีนา โหนฺติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา โส วุจฺจติ ปนฺนภาโร ปติตภาโร โอโรปิตภาโร สโมโรปิตภาโร นิกฺขิตฺตภาโร ปฏิปฺปสฺสทฺธภาโร ฯ✎ ร่าง
Yato khandhabhāro ca kilesabhāro ca abhisaṅkhārabhāro ca pahīnā honti ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṅkatā āyatiṁ anuppādadhammā, so vuccati pannabhāro patitabhāro oropitabhāro samoropitabhāro nikkhittabhāro paṭipassaddhabhāro.
mnd13:145.1 #
มุนีติ โมนํ วุจฺจติ ญาณํ✎ ร่าง
Munīti monaṁ vuccati ñāṇaṁ.
อ้างอิงPTS 335 · สยามรัฐ 29.404 · พุทธชยันตี 33.460
mnd13:145.2 #
ยา ปญฺญา ปชานนา วิจโย ปวิจโย ธมฺมวิจโย สลฺลกฺขณา อุปลกฺขณา ปจฺจุปลกฺขณา ปณฺฑิจฺจํ โกสลฺลํ เนปุญฺญํ เวภพฺยา จินฺตา อุปปริกฺขา ภูรี เมธา ปริณายิกา วิปสฺสนา สมฺปชญฺญํ ปโตโท ปญฺญา ปญฺญินฺทฺริยํ ปญฺญาพลํ ปญฺญาสตฺถํ ปญฺญาปาสาโท ปญฺญาอาโลโก ปญฺญาโอภาโส ปญฺญาปชฺโชโต ปญฺญารตนํ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ✎ ร่าง
Yā paññā pajānanā vicayo pavicayo dhammavicayo sallakkhaṇā upalakkhaṇā paccupalakkhaṇā, paṇḍiccaṁ kosallaṁ nepuññaṁ vebhabyā cintā upaparikkhā bhūri medhā parināyikā vipassanā sampajaññaṁ patodo paññā paññindriyaṁ paññābalaṁ paññāsatthaṁ paññāpāsādo paññāāloko paññāobhāso paññāpajjoto paññāratanaṁ amoho dhammavicayo sammādiṭṭhi.
mnd13:145.3 #
เตน ญาเณน สมนฺนาคโต มุนิ โมนปฺปตฺโตติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Tena ñāṇena samannāgato muni monappatto.
mnd13:146.1 #
ตีณิ โมเนยฺยานิ✎ ร่าง
Tīṇi moneyyāni—
mnd13:146.2 #
กายโมเนยฺยํ วจีโมเนยฺยํ มโนโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
kāyamoneyyaṁ, vacīmoneyyaṁ, manomoneyyaṁ.
mnd13:146.3 #
กตมํ กายโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ kāyamoneyyaṁ?
mnd13:146.4 #
ติวิธานํ กายทุจฺจริตานํ ปหานํ กายโมเนยฺยํ ฯ ติวิธํ กายสุจริตํ กายโมเนยฺยํ ฯ กายารมฺมณํ ๒- ญาณํ กายโมเนยฺยํ ฯ กายปริญฺญา กายโมเนยฺยํ ฯ ปริญฺญาสหคโต มคฺโค กายโมเนยฺยํ ฯ กาเย ฉนฺทราคสฺส ปหานํ กายโมเนยฺยํ ฯ กายสงฺขารนิโรโธ จตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ กายโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Tividhānaṁ kāyaduccaritānaṁ pahānaṁ kāyamoneyyaṁ, tividhaṁ kāyasucaritaṁ kāyamoneyyaṁ, kāyārammaṇe ñāṇaṁ kāyamoneyyaṁ, kāyapariññā kāyamoneyyaṁ, pariññāsahagato maggo kāyamoneyyaṁ, kāye chandarāgassa pahānaṁ kāyamoneyyaṁ, kāyasaṅkhāranirodho catutthajjhānasamāpatti kāyamoneyyaṁ—
mnd13:146.5 #
อิทํ กายโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ kāyamoneyyaṁ.
mnd13:147.1 #
กตมํ วจีโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ vacīmoneyyaṁ?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.247
mnd13:147.2 #
จตุพฺพิธานํ วจีทุจฺจริตานํ ปหานํ วจีโมเนยฺยํ ฯ จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ วจีโมเนยฺยํ ฯ วาจารมฺมณํ ๓- ญาณํ วจีโมเนยฺยํ ฯ วาจาปริญฺญา วจีโมเนยฺยํ ฯ ปริญฺญาสหคโต สหคโต มคฺโค วจีโมเนยฺยํ ฯ วาจาย ฉนฺทราคสฺส ปหานํ วจีโมเนยฺยํ ฯ วจีสงฺขารนิโรโธ ทุติยชฺฌานสมาปตฺติ วจีโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Catubbidhānaṁ vacīduccaritānaṁ pahānaṁ vacīmoneyyaṁ, catubbidhaṁ vacīsucaritaṁ vacīmoneyyaṁ, vācārammaṇe ñāṇaṁ vacīmoneyyaṁ, vācāpariññā vacīmoneyyaṁ, pariññāsahagato maggo vacīmoneyyaṁ, vācāya chandarāgassa pahānaṁ vacīmoneyyaṁ, vacīsaṅkhāranirodho dutiyajjhānasamāpatti vacīmoneyyaṁ—
mnd13:147.3 #
อิทํ วจีโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacīmoneyyaṁ.
mnd13:148.1 #
กตมํ มโนโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ manomoneyyaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.405
mnd13:148.2 #
ติวิธานํ มโนทุจฺจริตานํ ปหานํ มโนโมเนยฺยํ ฯ ติวิธํ มโนสุจริตํ มโนโมเนยฺยํ ฯ จิตฺตารมฺมณํ ๑- ญาณํ มโนโมเนยฺยํ ฯ จิตฺตปริญฺญา มโนโมเนยฺยํ ฯ ปริญฺญาสหคโต สหคโต มคฺโค มโนโมเนยฺยํ ฯ จิตฺเต ฉนฺทราคสฺส ปหานํ มโนโมเนยฺยํ ฯ จิตฺตสงฺขารนิโรโธ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ มโนโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
Tividhānaṁ manoduccaritānaṁ pahānaṁ manomoneyyaṁ, tividhaṁ manosucaritaṁ manomoneyyaṁ, cittārammaṇe ñāṇaṁ manomoneyyaṁ, cittapariññā manomoneyyaṁ, pariññāsahagato maggo manomoneyyaṁ, citte chandarāgassa pahānaṁ manomoneyyaṁ, cittasaṅkhāranirodho saññāvedayitanirodhasamāpatti manomoneyyaṁ—
mnd13:148.3 #
อิทํ มโนโมเนยฺยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ manomoneyyaṁ.
mnd13:149.1 #
กายมุนึ วาจามุนึ✎ ร่าง
“Kāyamuniṁ vācāmuniṁ,
mnd13:149.2 #
มโนมุนิมนาสวํ✎ ร่าง
manomunimanāsavaṁ;
mnd13:149.3 #
มุนึ โมเนยฺยสมฺปนฺนํ✎ ร่าง
Muniṁ moneyyasampannaṁ,
mnd13:149.4 #
อาหุ สพฺพปฺปหายินํ ฯ✎ ร่าง
āhu sabbappahāyinaṁ.
mnd13:150.1 #
กายมุนึ วาจามุนึ✎ ร่าง
Kāyamuniṁ vācāmuniṁ,
mnd13:150.2 #
มโนมุนิมนาสวํ✎ ร่าง
manomunimanāsavaṁ;
mnd13:150.3 #
มุนึ โมเนยฺยสมฺปนฺนํ✎ ร่าง
Muniṁ moneyyasampannaṁ,
mnd13:150.4 #
อาหุ นินฺหาตปาปกนฺติ ฯ✎ ร่าง
āhu ninhātapāpakan”ti.
mnd13:151.1 #
อิเมหิ✎ ร่าง
Imehi tīhi moneyyehi dhammehi samannāgatā cha munino—
อ้างอิงPTS 336 · พุทธชยันตี 33.462
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน