เนื้อความทั้งข้อ
[๖๙๖] มารเสนา เรียกว่า เสนา ในคำว่า มุนีนั้น กำจัดเสนาแล้วในธรรมทั้งปวง
คือ ในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน ในอารมณ์ที่ทราบ. กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ราคะ
โทสะ โมหะ ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่
ความลวง ความโอ้อวด ความกระด้าง ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความ
ประมาท กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง ความกระวนกระวายทั้งปวง ความเร่าร้อนทั้งปวง ความ
เดือดร้อนทั้งปวง อกุสลาภิสังขารทั้งปวง ชื่อว่ามารเสนา. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
กิเลสกาม เรากล่าวว่าเป็นมารเสนาที่ ๑ ของท่าน ความไม่ยินดี เรา
กล่าวว่าเป็นมารเสนาที่ ๒ ของท่าน ความหิวกระหาย เรากล่าวว่าเป็น
มารเสนาที่ ๓ ของท่าน ตัณหา เรากล่าวว่าเป็นมารเสนาที่ ๔ ของท่าน
ความง่วงเหงาหาวนอน เรากล่าวว่าเป็นมารเสนาที่ ๕ ของท่าน ความ
ขลาด เรากล่าวว่าเป็นมารเสนาที่ ๖ ของท่าน ความลังเลใจ เรากล่าวว่า
เป็นมารเสนาที่ ๗ ของท่าน ความลบลู่ ความกระด้าง เรากล่าวว่าเป็น
มารเสนาที่ ๘ ของท่าน ลาภ ความสรรเสริญ สักการะ และยศ ที่
ได้มาโดยทางผิด เรากล่าวว่าเป็นมารเสนาที่ ๙ ของท่าน ความยกตน
และข่มคนอื่น เรากล่าวว่าเป็นมารเสนาที่ ๑๐ ของท่าน ดูกรพระยามาร
เสนาของท่านนี้ เป็นผู้มีปกติกำจัดบุคคลผู้มีธรรมดำ คนไม่กล้าย่อม
ไม่ชนะมารเสนานั้นได้ ส่วนคนกล้าย่อมชนะได้ ครั้นชนะแล้วย่อม
ได้ความสุข ดังนี้.
เมื่อใด มารเสนาทั้งหมด และกิเลสอันทำความเป็นปฏิปักษ์ทั้งหมด อันมุนีชนะ
ให้พ่ายแพ้ ทำลายเสีย กำจัดเสีย ทำให้ไม่สู้หน้าแล้ว ด้วยอริยมรรค ๔ เมื่อนั้น มุนีนั้น
เรียกว่า เป็นผู้กำจัดเสนาแล้ว. มุนีนั้น กำจัดเสนาในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน ในอารมณ์ที่
ทราบ ในอารมณ์ที่รู้แจ้งแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า มุนีนั้น กำจัดเสนาแล้วในธรรมทั้งปวง
คือ ในรูปที่เห็น ในเสียงที่ได้ยิน ในอารมณ์ที่ทราบ.
ส สพฺพธมฺเมสุ วิเสนิภูโต ยงฺกิญฺจิ ทิฏฺฐํว สุตํ มุตํ
วาติ✎ ร่าง
Sa sabbadhammesu visenibhūto yaṁ kiñci diṭṭhaṁ va sutaṁ mutaṁ vāti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.458
เสนา วุจฺจติ มารเสนา✎ ร่าง
Senā vuccati mārasenā.
ฯ✎ ร่าง
agāramunino, anagāramunino, sekhamunino, asekhamunino, paccekamunino, munimuninoti.
กายทุจฺจริตํ มารเสนา
วจีทุจฺจริตํ มารเสนา มโนทุจฺจริตํ มารเสนา ราโค โทโส โมโห
โกโธ อุปนาโห มกฺโข ปฬาโส อิสฺสา มจฺฉริยํ มายา สาเฐยฺยํ
ถมฺโภ สารมฺโภ มาโน อติมาโน มโท ปมาโท สพฺเพ กิเลสา
สพฺเพ ทุจฺจริตา สพฺเพ ทรถา สพฺเพ ปริฬาหา สพฺเพ สนฺตาปา
สพฺพากุสลาภิสงฺขารา มารเสนา ฯ✎ ร่าง
Kāyaduccaritaṁ mārasenā, vacīduccaritaṁ mārasenā, manoduccaritaṁ mārasenā, rāgo … doso … moho … kodho … upanāho … makkho … paḷāso … issā … macchariyaṁ … māyā … sāṭheyyaṁ … thambho … sārambho … māno … atimāno … mado … pamādo … sabbe kilesā … sabbe duccaritā … sabbe darathā … sabbe pariḷāhā … sabbe santāpā … sabbākusalābhisaṅkhārā mārasenā.
วุตฺตํ เหตํ ภควตา✎ ร่าง
Vuttañhetaṁ bhagavatā—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.246
กามา เต ปฐมา เสนา✎ ร่าง
“Kāmā te paṭhamā senā,
อ้างอิงPTS 334 · สยามรัฐ 29.403
ทุติยารติ วุจฺจติ
ตติยา ขุ✎ ร่าง
dutiyā arati vuccati;
ปฺปิปาสา เต จตุตฺถี ตณฺหา ปวุจฺจติ
ปญฺจมํ ถีนมิทฺธนฺเต ฉฏฺฐา ภิรู ปวุจฺจติ
สตฺตมี วิจิกิจฺฉา เต มกฺโข ถมฺโภ เต อฏฺฐโม
ลาโภ สิโลโก สกฺกาโร มิจฺฉาลทฺโธ จ โย ยโส
โย จตฺตานํ สมุกฺกํเส ปเร จ อวชานติ
เอสา นมุจิ เต เสนา กณฺหสฺสาภิปฺปหาริณี✎ ร่าง
…pe…
น นํ อสูโร ชินาติ✎ ร่าง
Na naṁ asūro jināti,
เชตฺวา จ ๑- ลภเต สุขนฺติ ฯ✎ ร่าง
jetvāva labhate sukhan”ti.
ยโต จตูหิ อริยมคฺเคหิ สพฺพา จ มารเสนา สพฺเพ จ
ปฏิเสนิกรา กิเลสา ชิตา จ ปราชิตา จ ภคฺคา วิปฺปลุตฺตา ปรมฺมุขา✎ ร่าง
Yato catūhi ariyamaggehi sabbā ca mārasenā sabbe ca paṭisenikarā kilesā jitā ca parājitā ca bhaggā vippaluggā parammukhā—
โส
วุจฺจติ วิเสนิภูโต ฯ✎ ร่าง
so vuccati visenibhūto.
โส ทิฏฺเฐ วิเสนิภูโต✎ ร่าง
So diṭṭhe visenibhūto,
วิญฺญาเต
วิเสนิภูโตติ✎ ร่าง
viññāte visenibhūtoti—
ส สพฺพธมฺเมสุ วิเสนิภูโต ยงฺกิญฺจิ ทิฏฺฐํว สุตํ
มุตํ วา ฯ✎ ร่าง
sa sabbadhammesu visenibhūto, yaṁ kiñci diṭṭhaṁ va sutaṁ mutaṁ vā.