เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๗๓๔] ชื่อว่า รส ในคำว่า ไม่พึงติดใจในรส ได้แก่รสที่ราก รสที่ลำต้น รสที่เปลือก
รสที่ใบ รสที่ดอก รสที่ผล รสเปรี้ยว รสหวาน รสขม รสเผ็ดร้อน รสเค็ม รสปร่า รสเฝื่อน
รสฟาด รสอร่อย รสไม่อร่อย รสเย็น รสร้อน. มีสมณพราหมณ์บางพวก ติดใจในรส เที่ยว
แสวงหารสอันเลิศด้วยปลายลิ้น. ได้รสเปรี้ยวแล้วก็แสวงหารสไม่เปรี้ยว ได้รสไม่เปรี้ยวแล้วก็
แสวงหารสเปรี้ยว ฯลฯ ได้รสเย็นแล้วก็แสวงหารสร้อน ได้รสร้อนแล้วก็แสวงหารสเย็น.
สมณพราหมณ์เหล่านั้น ได้รสใดๆ แล้วย่อมไม่พอใจด้วยรสนั้นๆ ย่อมเที่ยวแสวงหารสอื่นๆ
เป็นผู้กำหนัด ปรารถนา ยินดี ติดใจ หลงไหล เกี่ยวข้อง พัวพัน ในรสที่ชอบใจ. ความอยาก
ในรสนั้น อันภิกษุใดละ ตัดขาด ฯลฯ เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ ภิกษุนั้นพิจารณาด้วยปัญญา
แล้วย่อมฉันอาหาร ไม่ฉันเพื่อเล่น ไม่ฉันเพื่อเมา ไม่ฉันเพื่อตบแต่ง ไม่ฉันเพื่อประดับ ฉันเพื่อ
ดำรงอยู่แห่งกายนี้ เพื่อให้กายนี้เป็นไป เพื่อกำจัดความลำบาก เพื่อความอนุเคราะห์แก่พรหมจรรย์
อย่างเดียวเท่านั้น ฯลฯ ความอยู่สบายของเราจักมีด้วยอุบายดังนี้. บุคคลทาแผลเพื่อให้แผลหาย
หยอดน้ำมันเพลาเกวียนเพื่อจะขนภาระ กินเนื้อบุตรเพื่อจะออกจากทางกันดาร อย่างเดียวเท่านั้น
ฉันใด ภิกษุพิจารณาด้วยปัญญาแล้ว จึงฉันอาหาร ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ไม่ฉันเพื่อเล่น ฯลฯ
ความไม่มีโทษและความอยู่สบายจักมีด้วยอุบายดังนี้ ภิกษุพึงละ บรรเลา ทำให้สิ้นไป ให้ถึงความ
ไม่มี ซึ่งความอยากในรส คือ เป็นผู้งด เว้น เว้นขาด ออก สละ พ้นไป ไม่เกี่ยวข้อง ด้วยความ
อยากในรส พึงเป็นผู้มีจิตปราศจากแดนกิเลสอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่พึงติดใจในรส.
▴ ย่อ
รเส จ นานุคิชฺเฌยฺยาติ✎ ร่าง
Rase ca nānugijjheyyā ti.
อ้างอิง สยามรัฐ 29.446
รโสติ มูลรโส ขนฺธรโส
ตจรโส ปตฺตรโส ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺติกํ กฏุกํ
โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ ๒- กสาโว สาทุํ อสาทุํ สีตํ อุณฺหํ ฯ✎ ร่าง
Rase cā ti mūlaraso khandharaso tacaraso pattaraso puppharaso phalaraso ambilaṁ madhuraṁ tittakaṁ kaṭukaṁ loṇikaṁ khārikaṁ lambikaṁ kasāvo sādu asādu sītaṁ uṇhaṁ.
สนฺเตเก สมณพฺราหฺมณา รสคิทฺธา✎ ร่าง
Santeke samaṇabrāhmaṇā rasagiddhā;
เต ชิวฺหคฺเคน รสคฺคานิ
ปริเยสนฺตา อาหิณฺฑนฺติ ฯ เต อมฺพิลํ ลภิตฺวา อนมฺพิลํ ปริเยสนฺติ
อนมฺพิลํ ลภิตฺวา อมฺพิลํ ปริเยสนฺติ ฯเปฯ✎ ร่าง
te jivhaggena rasaggāni pariyesantā āhiṇḍanti, te ambilaṁ labhitvā anambilaṁ pariyesanti, anambilaṁ labhitvā ambilaṁ pariyesanti …pe…
สีตํ ลภิตฺวา อุณฺหํ
ปริเยสนฺติ อุณฺหํ ลภิตฺวา สีตํ ปริเยสนฺติ ฯ✎ ร่าง
sītaṁ labhitvā uṇhaṁ pariyesanti, uṇhaṁ labhitvā sītaṁ pariyesanti.
เต ยํ ยํ ลภิตฺวา
เตน เตน น ตุสฺสนฺติ อปราปรํ ปริเยสนฺติ มนาปิเกสุ รเสสุ
รตฺตา คิทฺธา คธิตา มุจฺฉิตา อชฺโฌปนฺนา ลคฺคา ลคฺคิตา
ปลิพุทฺธา ฯ✎ ร่าง
Te yaṁ yaṁ labhitvā tena tena na tussanti, aparāparaṁ pariyesanti, manāpikesu rasesu rattā giddhā gadhitā mucchitā ajjhosannā laggā laggitā palibuddhā.
ยสฺเสสา รสตณฺหา ปหีนา สมุจฺฉินฺนา ฯเปฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. สํวเรยฺย ฯ ๒ ม. ลมฺพิกํ ฯ ยุ. อมฺพิลํ ฯ
ญาณคฺคินา ทฑฺฒา โส ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ
เนว ทวาย น มทาย น มณฺฑนาย✎ ร่าง
Yassesā rasataṇhā pahīnā samucchinnā …pe… ñāṇagginā daḍḍhā, so paṭisaṅkhā yoniso āhāraṁ āhāreti neva davāya …pe…
น วิภูสนาย ยาวเทว อิมสฺส
กายสฺส ฐิติยา ยาปนาย วิหึสุปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย ฯเปฯ
ผาสุวิหาโร จาติ ฯ✎ ร่าง
anavajjatā ca phāsuvihāro cāti.
ยถา วณํ อาลิมฺเปยฺย ยาวเทว อารุหณตฺถาย
ยถา วา ปน อกฺขํ อพฺภญฺเชยฺย ยาวเทว ภารสฺส นิตฺถรณตฺถาย
ยถา วา ปน ปุตฺตมํสํ อาหาเรยฺย ยาวเทว กนฺตารสฺส นิตฺถรณตฺถาย✎ ร่าง
Yathā vaṇaṁ ālimpeyya yāvadeva āruhaṇatthāya, yathā vā pana akkhaṁ abbhañjeyya yāvadeva bhārassa nittharaṇatthāya, yathā vā puttamaṁsaṁ āhāraṁ āhāreyya yāvadeva kantārassa nittharaṇatthāya;
อ้างอิง PTS 369
เอวเมว ภิกฺขุ ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ เนว ทวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
evamevaṁ bhikkhu paṭisaṅkhā yoniso āhāraṁ āhāreti neva davāya …pe…
อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จาติ รสตณฺหํ ปชเหยฺย วิโนเทยฺย
พฺยนฺตีกเรยฺย อนภาวงฺคเมยฺย รสตณฺหาย อารโต อสฺส วิรโต
ปฏิวิรโต นิกฺขนฺโต นิสฺสฏฺโฐ วิปฺปมุตฺโต วิสญฺญุตฺโต วิมริยาทิกเตน
เจตสา วิหเรยฺยาติ✎ ร่าง
anavajjatā ca phāsuvihāro cāti rasataṇhaṁ pajaheyya vinodeyya byantiṁ kareyya anabhāvaṁ gameyya, rasataṇhāya ārato assa virato paṭivirato nikkhanto nissaṭo vippamutto visaññutto vimariyādikatena cetasā vihareyyāti—
รเส จ นานุคิชฺเฌยฺย ฯ✎ ร่าง
rase ca nānugijjheyya.