‹ กลับ
ทุฏฐัฏฐกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 76 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๓๑๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๖] คำว่า พึงล่วงทิฏฐิของตนได้อย่างไรเล่า มีความว่า เดียรถีย์เหล่าใด มีทิฏฐิ อย่างนี้ มีความพอใจ ความชอบใจ ลัทธิ อัธยาศัย ความประสงค์อย่างนี้ว่า พวกเราฆ่านาง ปริพาชิกาชื่อสุนทรีเสียแล้ว ประกาศโทษของพวกสมณศากยบุตรแล้ว จักนำคืนมาซึ่งลาภยศ สักการะสัมมานะนั้นโดยอุบายอย่างนี้ เดียรถีย์เหล่านั้น ไม่อาจล่วงทิฏฐิ ความพอใจ ความ ชอบใจ ลัทธิ อัธยาศัย ความประสงค์ของตนได้. โดยที่แท้ ความเสื่อมยศนั่นแหละ ก็กลับ ย้อนมาถึงพวกเดียรถีย์นั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลพึงล่วงทิฏฐิของตนได้อย่างไรเล่า แม้ ด้วยประการอย่างนี้. อีกอย่างหนึ่ง ผู้ใดมีวาทะอย่างนี้ว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า บุคคลนั้นพึงล่วง ก้าวล่วง ก้าวล่วงด้วยดี ล่วงเลยทิฏฐิ ความพอใจ ความชอบใจ ลัทธิ อัธยาศัย ความประสงค์ของตนได้อย่างไร. ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุอะไร. เพราะเหตุว่า ทิฏฐินั้น อันบุคคลนั้นสมาทาน ถือเอา ยึดถือ ถือมั่น ติดใจ น้อมใจ ให้บริบูรณ์อย่างนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าบุคคลพึงล่วงทิฏฐิของตนได้อย่างไรเล่า แม้ด้วยประการอย่างนี้. บุคคลใดมีวาทะอย่างนี้ว่า โลกไม่เที่ยง ... โลกมีที่สุด ... โลกไม่มีที่สุด ... ชีพก็อันนั้นสรีระก็อันนั้น ... ชีพเป็นอื่นสรีระ ก็เป็นอื่น ... สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก ... สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เป็นอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็มี ย่อมไม่เป็นอีกก็มี ... สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อม เป็นอีกก็หามิได้ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า บุคคลนั้นพึงล่วง ก้าวล่วง ก้าวล่วงด้วยดี ล่วงเลยทิฏฐิ ความพอใจ ความชอบใจ ลัทธิ อัธยาศัย ความประสงค์ของตน ได้อย่างไร. ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุอะไร. เพราะเหตุว่า ทิฏฐินั้นอันบุคคลนั้นสมาทาน ถือเอา ยึดถือ ถือมั่น ติดใจ น้อมใจ ให้บริบูรณ์อย่างนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลพึงล่วงทิฏฐิ ของตนได้อย่างไรเล่า แม้ด้วยประการอย่างนี้.
เทียบรายประโยค (22 ประโยค)
mnd3:10.1 #
สกญฺหิ ทิฏฺฐึ กถมจฺจเยยฺยาติ เ✎ ร่าง
Sakañhi diṭṭhiṁ kathamaccayeyyāti.
อ้างอิงPTS 64 · สยามรัฐ 29.75 · ฉัฏฐสังคายนา 77.46 · พุทธชยันตี 33.90
mnd3:10.2 #
ย ๑- เต ติตฺถิยา สุนฺทรึ ปริพฺพาชิกํ หนฺตฺวา สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ อวณฺณํ ปกาสยิตฺวา เอวํ เอตํ ลาภํ ยสํ สกฺการสมฺมานํ ปจฺจาหริสฺสามาติ เอวํทิฏฺฐิกา เอวํขนฺติกา เอวํรุจิกา เอวํลทฺธิกา เอวํอชฺฌาสยา เอวํอธิปฺปายา เต นาสกฺขึสุ สกํ ทิฏฺฐึ สกํ ขนฺตึ สกํ รุจึ สกํ ลทฺธึ สกํ อชฺฌาสยํ สกํ อธิปฺปายํ อติกฺกมิตุํ ฯ✎ ร่าง
Yaṁ te titthiyā sundariparibbājikaṁ hantvā samaṇānaṁ sakyaputtiyānaṁ avaṇṇaṁ pakāsayitvā “evaṁ etaṁ lābhaṁ yasasakkāraṁ sammānaṁ paccāharissāmā”ti te evaṁdiṭṭhikā evaṅkhantikā evaṁrucikā evaṁladdhikā evaṁajjhāsayā evaṁadhippāyā, te nāsakkhiṁsu sakaṁ diṭṭhiṁ sakaṁ khantiṁ sakaṁ ruciṁ sakaṁ laddhiṁ sakaṁ ajjhāsayaṁ sakaṁ adhippāyaṁ atikkamituṁ;
mnd3:10.3 #
อถโข เสฺวว อยโส เต ปจฺจาคโตติ เอวมฺปิ✎ ร่าง
atha kho sveva ayaso te paccāgatoti, evampi—
mnd3:10.4 #
สกญฺหิ ทิฏฺฐึ กถมจฺจเยยฺย ฯ✎ ร่าง
sakañhi diṭṭhiṁ kathamaccayeyya.
mnd3:10.5 #
อถวา สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ โย โส เอวํวาโท โส สกํ ทิฏฺฐึ สกํ ขนฺตึ สกํ รุจึ สกํ ลทฺธึ สกํ อชฺฌาสยํ สกํ อธิปฺปายํ กถํ อจฺจเยยฺย อติกฺกเมยฺย สมติกฺกเมยฺย วีติวตฺเตยฺย ฯ✎ ร่าง
Atha vā “sassato loko, idameva saccaṁ moghamaññan”ti yo so evaṁvādo, so sakaṁ diṭṭhiṁ sakaṁ khantiṁ sakaṁ ruciṁ sakaṁ laddhiṁ sakaṁ ajjhāsayaṁ sakaṁ adhippāyaṁ kathaṁ accayeyya atikkameyya samatikkameyya vītivatteyya?
mnd3:10.6 #
ตํ กิสฺส เหตุ ฯ✎ ร่าง
Taṁ kissa hetu?
mnd3:10.7 #
ตสฺส สา ทิฏฺฐิ ตถา สมตฺตา สมาทินฺนา คหิตา ปรามฏฺฐา อภินิวิฏฺฐา อชฺโฌสิตา อธิมุตฺตาติ✎ ร่าง
Tassa sā diṭṭhi tathā samattā samādinnā gahitā parāmaṭṭhā abhiniviṭṭhā ajjhositā adhimuttāti.
mnd3:10.8 #
เอวมฺปิ✎ ร่าง
Evampi—
mnd3:10.9 #
สกญฺหิ ทิฏฺฐึ กถมจฺจเยยฺย ฯ✎ ร่าง
sakañhi diṭṭhiṁ kathamaccayeyya?
mnd3:10.10 #
อสสฺสโต โลโก✎ ร่าง
“Asassato loko …pe…
mnd3:10.11 #
อนฺตวา โลโก✎ ร่าง
antavā loko …
mnd3:10.12 #
อนนฺตวา โลโก✎ ร่าง
anantavā loko …
mnd3:10.13 #
ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ✎ ร่าง
taṁ jīvaṁ taṁ sarīraṁ …
mnd3:10.14 #
อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรํ✎ ร่าง
aññaṁ jīvaṁ aññaṁ sarīraṁ …
mnd3:10.15 #
โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา✎ ร่าง
hoti tathāgato paraṁ maraṇā …
mnd3:10.16 #
น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา✎ ร่าง
na hoti tathāgato paraṁ maraṇā …
mnd3:10.17 #
โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา✎ ร่าง
hoti ca na ca hoti tathāgato paraṁ maraṇā …
mnd3:10.18 #
เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ โย โส เอวํวาโท โส สกํ ทิฏฺฐึ สกํ ขนฺตึ สกํ รุจึ สกํ ลทฺธึ สกํ อชฺฌาสยํ สกํ อธิปฺปายํ กถํ อจฺจเยยฺย อติกฺกเมยฺย สมติกฺกเมยฺย วีติวตฺเตยฺย ฯ✎ ร่าง
neva hoti na na hoti tathāgato paraṁ maraṇā, idameva saccaṁ moghamaññan”ti yo so evaṁ vādo, so sakaṁ diṭṭhiṁ sakaṁ khantiṁ sakaṁ ruciṁ sakaṁ laddhiṁ sakaṁ ajjhāsayaṁ sakaṁ adhippāyaṁ kathaṁ accayeyya atikkameyya samatikkameyya vītivatteyya?
mnd3:10.19 #
ตํ กิสฺส เหตุ ฯ✎ ร่าง
Taṁ kissa hetu?
mnd3:10.20 #
ตสฺส สา ทิฏฺฐิ ตถา สมตฺตา สมาทินฺนา คหิตา ปรามฏฺฐา อภินิวิฏฺฐา อชฺโฌสิตา อธิมุตฺตาติ✎ ร่าง
Tassa sā diṭṭhi tathā samattā samādinnā gahitā parāmaṭṭhā abhiniviṭṭhā ajjhositā adhimuttāti.
mnd3:10.21 #
เอวมฺปิ✎ ร่าง
Evampi—
mnd3:10.22 #
สกญฺหิ ทิฏฺฐึ กถมจฺจเยยฺย ฯ✎ ร่าง
sakañhi diṭṭhiṁ kathamaccayeyya.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน