‹ กลับ
ตุวฏกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 768 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๗๖๓๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๖๘] ชื่อว่า ความคะนอง ในคำว่า ไม่พึงศึกษาความเป็นผู้คะนอง ได้แก่ความ คะนอง ๓ อย่าง คือ ความคะนองทางกาย ๑ ความคะนองทางวาจา ๑ ความคะนองทางใจ ๑. ความคะนองทางกายเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ในสงฆ์ก็ดี อยู่ในคณะ ก็ดี อยู่ในโรงฉันก็ดี อยู่ในเรือนไฟก็ดี อยู่ที่ท่าน้ำก็ดี กำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้านก็ดี เข้าไปสู่ ละแวกบ้านแล้วก็ดี ก็แสดงความคะนองทางกาย. ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ใน สงฆ์ ไม่ทำความยำเกรง ยืนเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง นั่งเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบนอาสนะสูงบ้าง นั่งคลุมศีรษะตนบ้าง ยืนตัวแข็ง (ยืนไม่ก้ม) พูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในคณะแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ใน คณะ ไม่ทำความยำเกรง เมื่อพวกภิกษุที่เป็นเถระไม่สวมรองเท้าเดินอยู่ ก็สวมรองเท้าเดินไป เมื่อพวกภิกษุที่เป็นเถระเดินอยู่ในที่จงกรมต่ำ ก็เดินในที่จงกรมสูง เมื่อพวกภิกษุที่เป็นเถระ เดินอยู่บนแผ่นดิน ก็เดินในที่จงกรม ยืนเบียดบ้าง นั่งเบียดบ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบนอาสนะสูงบ้าง นั่งคลุมศีรษะตนบ้าง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในคณะ แสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในโรงฉันแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ในโรงฉัน ไม่ทำความยำเกรง นั่งแทรกแซงพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง นั่งกีดกันอาสนะพวก ภิกษุที่เป็นนวกะบ้าง ยืนเบียดบ้าง นั่งเบียดบ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบนอาสนะสูง บ้าง นั่งคลุมศีรษะตนบ้าง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในโรงฉันแสดงความ คะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในเรือนไฟแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ในเรือนไฟ ไม่ทำความยำเกรง ยืนเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง นั่งเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระ บ้าง ยืนบังหน้าบ้าง นั่งบังหน้าบ้าง นั่งบนอาสนะสูงบ้าง ไม่บอกก่อนแล้วใส่ฟืนบ้าง ไม่บอก ก่อนแล้วปิดประตูบ้าง ภิกษุอยู่ในเรือนไฟแสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุอยู่ที่ท่าน้ำแสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ที่ ท่าน้ำ ไม่ทำความยำเกรง ลงเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง ลงข้างหน้าบ้าง อาบเบียดบ้าง อาบข้างหน้าบ้าง อาบข้างเหนือน้ำบ้าง ขึ้นเบียดบ้าง ขึ้นข้างหน้าบ้าง ขึ้นข้างเหนือน้ำบ้าง ภิกษุอยู่ที่ท่าน้ำแสดงความคะนองทางกายอย่างนี้. ภิกษุกำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้าน แสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูป ในธรรมวินัยนี้ กำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้าน ไม่ทำความยำเกรง เดินเบียดพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง เดินข้างหน้าบ้าง เดินขึ้นหน้าพวกภิกษุที่เป็นเถระบ้าง ภิกษุกำลังเข้าไปสู่ละแวกบ้าน แสดงความ คะนองกายอย่างนี้. ภิกษุเข้าไปในละแวกบ้านแล้ว แสดงความคะนองทางกายอย่างไร? ภิกษุบางรูป ในธรรมวินัยนี้ เข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้ว เมื่อเขาไม่บอกว่า เข้าไปเถิดพระคุณเจ้า ก็เข้าไป เมื่อเขาไม่บอกว่า ยืนอยู่เถิดพระคุณเจ้า ก็ยืน เมื่อเขาไม่บอกว่า นั่งเถิดพระคุณเจ้า ก็นั่ง เข้าไป สู่ที่เป็นโอกาสไม่ควรบ้าง ยืนอยู่ในที่เป็นโอกาสไม่ควรบ้าง นั่งอยู่ในที่เป็นโอกาสไม่ควรบ้าง ถลันเข้าไปในห้องเล็กลับปิดบังของสกุล อันเป็นที่นั่งอยู่แห่งพวกหญิงของสกุล ธิดาของสกุล สะใภ้ของสกุล กุมารีของสกุลบ้าง จับศีรษะเด็กบ้าง ภิกษุเข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้วแสดงความ คะนองทางกายอย่างนี้. นี้ชื่อว่าความคะนองทางกาย. ความคะนองทางวาจาเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ในสงฆ์ก็ดี อยู่ใน คณะก็ดี เข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้วก็ดี ก็แสดงความคะนองทางวาจา. ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางวาจาอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ในสงฆ์ไม่ทำความยำเกรง ไม่บอกพวกภิกษุที่เป็นเถระก่อน หรืออันพวกภิกษุที่เป็นเถระ ไม่เชื้อเชิญ ก็แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ในอารามแก้ปัญหาเอง สวดปาติโมกข์เอง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในสงฆ์แสดงความคะนองทางวาจาอย่างนี้. ภิกษุอยู่ในคณะแสดงความคะนองทางวาจาอย่างไร? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อยู่ใน คณะไม่แสดงความยำเกรง ไม่บอกพวกภิกษุที่เป็นเถระก่อน หรืออันพวกภิกษุที่เป็นเถระไม่ เชื้อเชิญ ก็แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ในอารามแก้ปัญหาเอง ยืนตัวแข็ง พูดบ้าง ไกวแขน พูดบ้าง แสดงธรรมแก่ภิกษุณีทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แสดงธรรมแก่อุบาสกทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แสดงธรรมแก่อุบาสิกาทั้งหลายที่อยู่ในอาราม แก้ปัญหาเอง ยืนตัวแข็งพูดบ้าง ไกวแขนพูดบ้าง ภิกษุอยู่ในคณะแสดงความคะนองทางวาจาอย่างนี้. ภิกษุเข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้ว แสดงความคะนองทางวาจาอย่างไร? ภิกษุบางรูปใน ธรรมวินัยนี้ เข้าไปสู่ละแวกบ้านแล้ว พูดกะสตรีบ้าง กุมารีบ้างและพูดฟุ้งไปว่า ดูกรหญิงมีชื่อ อย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้ สิ่งอะไรมีหรือ ยาคูมีไหม ภัตมีไหม ของควรเคี้ยวมีไหม พวกเราจัก ดื่มอะไร จักฉันอะไร จักเคี้ยวอะไร สิ่งอะไรมีหรือ หรือพวกท่านจะให้อะไรแก่เรา ภิกษุเข้า ไปสู่ละแวกบ้านแล้วแสดงความคะนองทางวาจาอย่างนี้. นี้ชื่อว่าความคะนองทางวาจา. ความคะนองทางใจเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ไม่ใช่เป็นผู้ออกบวชจาก สกุลสูง ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลสูง ไม่ใช่เป็นผู้ออกบวชจากสกุลใหญ่ ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลใหญ่ ไม่ใช่เป็นผู้ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติ มาก ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติมาก ไม่ใช่เป็นผู้ออกบวชจาก สกุลมีโภคสมบัติยิ่งใหญ่ ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เป็นผู้ทรงจำพระสูตร ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ทรงจำพระสูตร ไม่ใช่เป็นผู้ทรงวินัย ... ไม่ใช่เป็นพระธรรมกถึก ... ไม่ใช่เป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ... ไม่ใช่เป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็น วัตร ... ไม่ใช่เป็นผู้ถือทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ... ไม่ใช่เป็นผู้ถือทรงไตรจีวรเป็นวัตร ... ไม่ใช่เป็น ผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับตรอกเป็นวัตร ... ไม่ใช่เป็นผู้ถือไม่ฉันภัตหนหลังเป็นวัตร ... ไม่ใช่เป็นผู้ถือเนสัชชิกธุดงค์เป็นวัตร ... ไม่ใช่เป็นผู้ถืออยู่ในเสนาสนะที่เขาจัดให้อย่างไรเป็น วัตร ... ไม่ใช่เป็นผู้ได้ปฐมฌาน ... ไม่ใช่เป็นผู้ได้ทุติยฌาน ... ไม่ใช่เป็นผู้ได้ตติยฌาน ... ไม่ใช่ เป็นผู้ได้จตุตถฌาน ... ไม่ใช่เป็นผู้ได้อากาสานัญจายตนสมาบัติ ... ไม่ใช่เป็นผู้ได้วิญญาณัญจายตน สมาบัติ ... ไม่ใช่เป็นผู้ได้อากิญจัญญายตนสมาบัติ ... ไม่ใช่เป็นผู้ได้เนวสัญญานาสัญญายตน สมาบัติ ก็มีจิตวางตนเหมือนภิกษุผู้ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ นี้ชื่อว่าความคะนองทางใจ. คำว่า ไม่พึงศึกษาความเป็นผู้คะนอง คือ ภิกษุไม่พึงศึกษา ไม่พึงประพฤติเอื้อเฟื้อ ไม่พึงประพฤติเอื้อเฟื้อด้วยดี ไม่พึงสมาทานประพฤติ ซึ่งความเป็นผู้คะนอง คือ พึงละ บรรเทา ทำให้สิ้นไป ให้ถึงความไม่มี ซึ่งความเป็นผู้คะนอง พึงเป็นผู้งด เว้น เว้นเฉพาะ ออก สลัดออก พ้นขาด ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นผู้คะนอง พึงเป็นผู้มีจิตปราศจากแดนกิเลสอยู่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่พึงศึกษาความเป็นผู้คะนอง.
เทียบรายประโยค (71 ประโยค)
mnd14:186.1 #
ปาคพฺภิยํ น สิกฺเขยฺยาติ✎ ร่าง
Pāgabbhiyaṁ na sikkheyyāti.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.288
mnd14:186.2 #
ปาคพฺภิยนฺติ ตีณิ ปาคพฺภิยานิ✎ ร่าง
Pāgabbhiyanti tīṇi pāgabbhiyāni—
mnd14:186.3 #
กายิกํ ปาคพฺภิยํ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ เจตสิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ, vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ, cetasikaṁ pāgabbhiyaṁ.
mnd14:186.4 #
กตมํ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ?
mnd14:202.8 #
Api ca catūhākārehi …
mnd14:186.5 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ คณคโตปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ โภชนสาลายปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ชนฺตาฆเรปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อุทกติตฺเถปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโตปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐปิ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagatopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, gaṇagatopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, bhojanasālāyampi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, jantāgharepi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, udakatitthepi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, antaragharaṁ pavisantopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, antaragharaṁ paviṭṭhopi kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:187.1 #
กถํ สงฺฆคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ saṅghagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงPTS 391
mnd14:187.2 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ สสีสํ ปารุปิตฺวาปิ นิสีทติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagato acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, sasīsaṁ pārupitvā nisīdati, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd14:187.3 #
เอวํ สงฺฆคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ saṅghagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:188.1 #
กถํ คณคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ gaṇagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.474
mnd14:188.2 #
อิเธกจฺโจ คณคโต อจิตฺติการกโต เถรานํ ภิกฺขูนํ อนุปาหนานํ จงฺกมนฺตานํ สอุปาหโน จงฺกมติ นีเจ จงฺกเม จงฺกมนฺตานํ อุจฺเจ จงฺกเม จงฺกมติ ฉมายํ จงฺกมนฺตานํ จงฺกเม จงฺกมติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ สสีสํ ปารุปิตฺวาปิ นิสีทติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco gaṇagato acittīkārakato therānaṁ bhikkhūnaṁ anupāhanānaṁ caṅkamantānaṁ saupāhano caṅkamati, nīce caṅkame caṅkamantānaṁ ucce caṅkame caṅkamati, chamāya caṅkamantānaṁ caṅkame caṅkamati, ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, sasīsaṁ pārupitvāpi nisīdati, ṭhitopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd14:188.3 #
เอวํ คณคโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ gaṇagato kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:189.1 #
กถํ โภชนสาลาย กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhojanasālāyaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.542
mnd14:189.2 #
อิเธกจฺโจ โภชนสาลาย อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู อนูปขชฺช นิสีทติ นเวปิ ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ สสีสํ ปารุปิตฺวาปิ นิสีทติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco bhojanasālāyaṁ acittīkārakato there bhikkhū anupakhajja nisīdati, navepi bhikkhū āsanena paṭibāhati, ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, sasīsaṁ pārupitvā nisīdati, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd14:189.3 #
เอวํ โภชนสาลาย กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ bhojanasālāyaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:190.1 #
กถํ ชนฺตาฆเร กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ jantāghare kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd14:190.2 #
อิเธกจฺโจ ชนฺตาฆเร อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ ติฏฺฐติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นิสีทติ ปุรโตปิ ติฏฺฐติ ปุรโตปิ นิสีทติ อุจฺเจปิ อาสเน นิสีทติ อนาปุจฺฉาปิ กฏฺฐํ ปกฺขิปติ อนาปุจฺฉาปิ ทฺวารํ ปิทหติ✎ ร่าง
Idhekacco jantāghare acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi tiṭṭhati, ghaṭṭayantopi nisīdati, puratopi tiṭṭhati, puratopi nisīdati, uccepi āsane nisīdati, anāpucchāpi kaṭṭhaṁ pakkhipati, anāpucchāpi dvāraṁ pidahati.
mnd14:190.3 #
เอวํ ชนฺตาฆเร กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ jantāghare kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:191.1 #
กถํ อุทกติตฺเถ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ udakatitthe kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.475
mnd14:191.2 #
อิเธกจฺโจ อุทกติตฺเถ อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ โอตรติ ปุรโตปิ โอตรติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ นฺหายติ ปุรโตปิ นฺหายติ อุปริปิ นฺหายติ ฆฏฺฏยนฺโตปิ อุตฺตรติ ปุรโตปิ อุตฺตรติ อุปริปิ อุตฺตรติ✎ ร่าง
Idhekacco udakatitthe acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi otarati, puratopi otarati, ghaṭṭayantopi nhāyati, puratopi nhāyati, uparitopi nhāyati, ghaṭṭayantopi uttarati, puratopi uttarati, uparitopi uttarati.
mnd14:191.3 #
เอวํ อุทกติตฺเถ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ udakatitthe kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:192.1 #
กถํ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ antaragharaṁ pavisanto kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงPTS 392 · ฉัฏฐสังคายนา 77.289
mnd14:192.2 #
อิเธกจฺโจ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู ฆฏฺฏยนฺโตปิ คจฺฉติ ปุรโตปิ คจฺฉติ โวกฺกมฺมปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต คจฺฉติ✎ ร่าง
Idhekacco antaragharaṁ pavisanto acittīkārakato there bhikkhū ghaṭṭayantopi gacchati, puratopi gacchati, vokkammāpi therānaṁ bhikkhūnaṁ purato gacchati.
mnd14:192.3 #
เอวํ อนฺตรฆรํ ปวิสนฺโต กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ antaragharaṁ pavisanto kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:193.1 #
กถํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ antaragharaṁ paviṭṭho kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd14:193.2 #
อิเธกจฺโจ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ น ปวิส ภนฺเตติ วุจฺจมาโน ปวิสติ น ติฏฺฐ ภนฺเตติ วุจฺจมาโน ติฏฺฐติ น นิสีท ภนฺเตติ วุจฺจมาโน นิสีทติ อโนกาสมฺปิ ปวิสติ อโนกาเสปิ ติฏฺฐติ อโนกาเสปิ นิสีทติ ยานิ ตานิ โหนฺติ กุลานํ โอวรกานิ คูฬฺหานิ จ ปฏิจฺฉนฺนานิ จ ยตฺถ กุลิตฺถิโย กุลธีตาโย กุลสุณฺหาโย กุลกุมาริโย นิสีทนฺติ ตตฺถปิ สหสา ปวิสติ กุมารกสฺสปิ สีสํ ปรามสติ✎ ร่าง
Idhekacco antaragharaṁ paviṭṭho “na pavisa, bhante”ti vuccamāno pavisati, “na tiṭṭha, bhante”ti vuccamāno tiṭṭhati, “na nisīda, bhante”ti vuccamāno nisīdati, anokāsampi pavisati, anokāsepi tiṭṭhati, anokāsepi nisīdati, yānipi tāni honti kulānaṁ ovarakāni gūḷhāni ca paṭicchannāni ca, yattha kulitthiyo kuladhītaro kulasuṇhāyo kulakumāriyo nisīdanti tatthapi sahasā pavisati, kumārakassapi sīsaṁ parāmasati.
mnd14:193.3 #
เอวํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ antaragharaṁ paviṭṭho kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti—
mnd14:193.4 #
อิทํ กายิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ kāyikaṁ pāgabbhiyaṁ.
mnd14:194.1 #
กตมํ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.476 · พุทธชยันตี 33.544
mnd14:194.2 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโตปิ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ คณคโตปิ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐปิ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagatopi vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, gaṇagatopi vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti, antaragharaṁ paviṭṭhopi vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:194.3 #
กถํ สงฺฆคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ saṅghagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd14:194.4 #
อิเธกจฺโจ สงฺฆคโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา วา อนชฺฌิฏฺโฐ วา อารามคตานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ ภณติ ปญฺหํ วิสชฺเชติ ปาฏิโมกฺขํ อุทฺทิสติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco saṅghagato acittīkārakato there bhikkhū anāpucchaṁ vā anajjhiṭṭho vā ārāmagatānaṁ bhikkhūnaṁ dhammaṁ bhaṇati, pañhaṁ visajjeti, pātimokkhaṁ uddisati, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd14:194.5 #
เอวํ สงฺฆคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ saṅghagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:195.1 #
กถํ คณคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ gaṇagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
mnd14:195.2 #
อิเธกจฺโจ คณคโต อจิตฺติการกโต เถเร ภิกฺขู อนาปุจฺฉา วา อนชฺฌิฏฺโฐ วา อารามคตานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมํ ภณติ ปญฺหํ วิสชฺเชติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
Idhekacco gaṇagato acittīkārakato there bhikkhū anāpucchaṁ vā anajjhiṭṭho vā ārāmagatānaṁ bhikkhūnaṁ dhammaṁ bhaṇati, pañhaṁ visajjeti, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati;
mnd14:195.3 #
อารามคตานํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ ธมฺมํ ภณติ ปญฺหํ วิสชฺเชติ ฐิตโกปิ ภณติ พาหาวิกฺเขปโกปิ ภณติ✎ ร่าง
ārāmagatānaṁ bhikkhunīnaṁ upāsakānaṁ upāsikānaṁ dhammaṁ bhaṇati, pañhaṁ visajjeti, ṭhitakopi bhaṇati, bāhāvikkhepakopi bhaṇati.
mnd14:195.4 #
เอวํ คณคโต วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ gaṇagato vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti.
mnd14:196.1 #
กถํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ antaragharaṁ paviṭṭho vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti?
อ้างอิงPTS 393 · ฉัฏฐสังคายนา 77.290
mnd14:196.2 #
อิเธกจฺโจ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ อิตฺถึ วา กุมารึ วา อาห✎ ร่าง
Idhekacco antaragharaṁ paviṭṭho itthiṁ vā kumāriṁ vā evamāha—
mnd14:196.3 #
อิตฺถนฺนาเม อิตฺถงฺโคตฺเต กึ อตฺถิ✎ ร่าง
“itthannāme itthaṅgotte kiṁ atthi?
mnd14:196.4 #
ยาคุ อตฺถิ ภตฺตํ อตฺถิ ขาทนียํ อตฺถิ✎ ร่าง
Yāgu atthi, bhattaṁ atthi, khādanīyaṁ atthi?
mnd14:196.5 #
กึ ปิวิสฺสาม กึ ภุญฺชิสฺสาม กึ ขาทิสฺสาม กึ วา อตฺถิ กึ วา เม ทสฺสถาติ วิปฺปลปติ✎ ร่าง
Kiṁ pivissāma, kiṁ bhuñjissāma, kiṁ khādissāma, kiṁ vā atthi, kiṁ vā me dassathā”ti vippalapati.
mnd14:196.6 #
เอวํ อนฺตรฆรํ ปวิฏฺโฐ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ทสฺเสติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ antaragharaṁ paviṭṭho vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ dasseti—
mnd14:196.7 #
อิทํ วาจสิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vācasikaṁ pāgabbhiyaṁ.
mnd14:197.1 #
กตมํ เจตสิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ cetasikaṁ pāgabbhiyaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.477 · พุทธชยันตี 33.546
mnd14:197.2 #
อิเธกจฺโจ น อุจฺจากุลา ๒- ปพฺพชิโต สมาโน อุจฺจากุลา ๓- ปพฺพชิเตน สทฺธึ สทิสํ อตฺตานํ กโรติ จิตฺเตน✎ ร่าง
Idhekacco na uccā kulā pabbajito samāno uccā kulā pabbajitena saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ karoti cittena,
mnd14:197.3 #
น มหากุลา ปพฺพชิโต สมาโน น มหาโภคกุลา ปพฺพชิโต สมาโน✎ ร่าง
na mahābhogakulā pabbajito samāno mahābhogakulā pabbajitena saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ karoti cittena,
mnd14:197.4 #
น อุฬารโภคกุลา ปพฺพชิโต สมาโน อุฬารโภคกุลา ปพฺพชิเตน สทฺธึ สทิสํ อตฺตานํ กโรติ จิตฺเตน✎ ร่าง
na uḷārabhogakulā pabbajito samāno uḷārabhogakulā pabbajitena saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ karoti cittena,
mnd14:197.5 #
น @เชิงอรรถ: ๑ ม. เอวมาห ฯ ๒-๓ ม. มหาโภคกุลา ฯ สุตฺตนฺติโก สมาโน สุตฺตนฺติเกน สทฺธึ สทิสํ อตฺตานํ กโรติ จิตฺเตน✎ ร่าง
na suttantiko samāno suttantikena saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ karoti cittena,
mnd14:197.6 #
น วินยธโร สมาโน✎ ร่าง
na vinayadharo samāno …
mnd14:197.7 #
น ธมฺมกถิโก สมาโน✎ ร่าง
na dhammakathiko samāno …
mnd14:197.8 #
น อารญฺญิโก สมาโน✎ ร่าง
na āraññiko samāno …
mnd14:197.9 #
น ปิณฺฑปาติโก สมาโน✎ ร่าง
na piṇḍapātiko samāno …
mnd14:197.10 #
น ปํสุกูลิโก สมาโน✎ ร่าง
na paṁsukūliko samāno …
mnd14:197.11 #
น เตจีวริโก สมาโน✎ ร่าง
na tecīvariko samāno …
mnd14:197.12 #
น สปทานจาริโก สมาโน✎ ร่าง
na sapadānacāriko samāno …
mnd14:197.13 #
น ขลุปจฺฉาภตฺติโก สมาโน✎ ร่าง
na khalupacchābhattiko samāno …
mnd14:197.14 #
น เนสชฺชิโก สมาโน✎ ร่าง
na nesajjiko samāno …
mnd14:197.15 #
น ยถาสนฺถติโก สมาโน ยถาสนฺถติเกน สทฺธึ สทิสํ อตฺตานํ กโรติ จิตฺเตน✎ ร่าง
na yathāsanthatiko samāno yathāsanthatikena saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ karoti cittena,
mnd14:197.16 #
น ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี สมาโน ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภินา สทฺธึ สทิสํ อตฺตานํ กโรติ จิตฺเตน✎ ร่าง
na paṭhamassa jhānassa lābhī samāno paṭhamassa jhānassa lābhinā saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ karoti cittena,
mnd14:197.17 #
น ทุติยสฺส ฌานสฺส ลาภี สมาโน✎ ร่าง
na dutiyassa jhānassa …
mnd14:197.18 #
น ตติยสฺส ฌานสฺส ลาภี สมาโน✎ ร่าง
na tatiyassa jhānassa …
mnd14:197.19 #
น จตุตฺถสฺส ฌานสฺส ลาภี สมาโน✎ ร่าง
na catutthassa jhānassa lābhī samāno …
mnd14:197.20 #
น อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติยา ลาภี สมาโน✎ ร่าง
na ākāsānañcāyatanasamāpattiyā lābhī samāno …
mnd14:197.21 #
น วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติยา ลาภี สมาโน✎ ร่าง
na viññāṇañcāyatanasamāpattiyā …
mnd14:197.22 #
น อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติยา ลาภี สมาโน✎ ร่าง
na ākiñcaññāyatanasamāpattiyā …
mnd14:197.23 #
น เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนสมาปตฺติยา ลาภี สมาโน เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนสมาปตฺติยา ลาภินา สทฺธึ สทิสํ อตฺตานํ กโรติ จิตฺเตน✎ ร่าง
na nevasaññānāsaññāyatanasamāpattiyā lābhī samāno nevasaññānāsaññāyatanasamāpattiyā lābhinā saddhiṁ sadisaṁ attānaṁ karoti cittena—
mnd14:197.24 #
อิทํ เจตสิกํ ปาคพฺภิยํ ฯ {๗๖๘.๑๔} ปาคพฺภิยํ✎ ร่าง
idaṁ cetasikaṁ pāgabbhiyaṁ.
mnd14:197.25 #
น สิกฺเขยฺยาติ ปาคพฺภิยํ น สิกฺเขยฺย✎ ร่าง
Na sikkheyyāti pāgabbhiyaṁ na sikkheyya na careyya na ācareyya na samācareyya na samādāya vatteyya,
mnd14:197.26 #
pāgabbhiyaṁ pajaheyya vinodeyya byantiṁ kareyya anabhāvaṁ gameyya, pāgabbhiyā ārato assa virato paṭivirato nikkhanto nissaṭo vippamutto visaññutto vimariyādikatena cetasā vihareyyāti—
mnd14:197.27 #
pāgabbhiyaṁ na sikkheyya.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน