‹ กลับ
ตุวฏกสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 773 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๗๖๓๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๗๓] ศัพท์ว่า อถ ในคำว่า อนึ่ง ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นผู้อื่นด้วยความเป็นอยู่ด้วย ปัญญา ด้วยศีลและวัตร ดังนี้ เป็นบทสนธิ ฯลฯ ศัพท์ว่า อถ นี้เป็นไปตามลำดับบท. ภิกษุ บางรูปในธรรมวินัยนี้ เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง ย่อมดูหมิ่นภิกษุอื่นที่เป็นอยู่อย่างประณีตว่า ก็ภิกษุนี้ ทำไมจึงมีความเป็นอยู่อย่างฟุ่มเฟือย ย่อมได้ฉันพืชทั้งปวง คือ พืชแต่ราก พืชแต่ ลำต้น พืชแต่ผล พืชแต่ยอด พืชแต่พืชเป็นที่ ๕ ภิกษุนี้ข้าม (ทุกข์) ไม่ได้แล้วเพราะความ ที่ตนมีความเพียรเสมอด้วยฟ้าแลบและพะเนินเหล็ก. ภิกษุนั้น ย่อมดูหมิ่นภิกษุอื่นที่เป็นอยู่อย่าง ประณีต ด้วยความเป็นอยู่เศร้าหมอง. ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้เป็นอยู่อย่างประณีต ย่อมดู หมิ่นภิกษุอื่นที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมองว่า ภิกษุนี้ ทำไมจึงมีบุญน้อย มีศักดิ์น้อย ไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. ภิกษุนั้น ย่อมดูหมิ่นภิกษุอื่นที่เป็นอยู่อย่าง เศร้าหมองด้วยความเป็นอยู่อย่างประณีต. ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา ใครถามปัญหาแล้ว ก็แก้ได้. เธอมีความดำริอย่างนี้ว่า เราเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา ส่วนภิกษุ อื่นเหล่านี้ ไม่ถึงพร้อมด้วยปัญญา. เธอก็ดูหมิ่นภิกษุอื่น ด้วยความถึงพร้อม ด้วยปัญญานั้น. ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล สำรวมแล้วด้วยความสำรวมในปาติโมกข์อยู่ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษทั้งหลายมีประมาณเล็กน้อย สมาทานศึกษา อยู่ในสิกขาบททั้งหลาย. เธอมีความดำริอย่างนี้ว่า เราเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ส่วนภิกษุอื่นเหล่านี้ เป็นผู้ทุศีล มีบาปธรรม. เธอก็ดูหมิ่นภิกษุอื่นด้วยความถึงพร้อมด้วยศีลนั้น. ภิกษุบางรูปใน ธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวัตร คือ เป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็น วัตร เป็นผู้ถือทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เป็นผู้ถือทรงไตรจีวรเป็นวัตร เป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตตาม ลำดับตรอกเป็นวัตร เป็นผู้ถือไม่ฉันภัตหนหลังเป็นวัตร เป็นผู้ถือเนสัชชิกธุดงค์เป็นวัตร หรือ เป็นผู้ถืออยู่ในเสนาสนะที่เขาจัดให้อย่างไรเป็นวัตร. เธอมีความดำริอย่างนี้ว่า เราเป็นผู้ถึง พร้อมด้วยวัตร ส่วนภิกษุอื่นเหล่านี้ ไม่เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวัตร. เธอก็ดูหมิ่นภิกษุอื่นด้วย ความถึงพร้อมด้วยวัตรนั้น. คำว่า อนึ่ง ไม่พึงดูหมิ่นผู้อื่นด้วยความเป็นอยู่ ด้วยปัญญา ด้วย ศีลและวัตร ความว่า ไม่ควรดูหมิ่นดูแคลนผู้อื่นด้วยความเป็นอยู่เศร้าหมอง ด้วยความเป็น อยู่ประณีต ด้วยความถึงพร้อมด้วยปัญญา ด้วยความถึงพร้อมด้วยศีล หรือด้วยความถึงพร้อม ด้วยวัตร คือ ไม่พึงให้ความถือตัวเกิดขึ้นด้วยความเป็นอยู่เป็นต้นนั้น ไม่พึงเป็นผู้หัวดื้อ หัวแข็ง หัวสูง ด้วยความเป็นอยู่เป็นต้นนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อนึ่ง ไม่พึงดูหมิ่น ผู้อื่นด้วยความเป็นอยู่ ด้วยปัญญา ด้วยศีลและวัตร. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาค จึงตรัส ตอบว่า ภิกษุพึงเว้นจากความพูดเท็จ เมื่อรู้สึกตัว ไม่พึงทำความโอ้อวด อนึ่ง ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นผู้อื่นด้วยความเป็นอยู่ด้วยปัญญา ด้วยศีลและวัตร.
เทียบรายประโยค (31 ประโยค)
mnd14:204.1 #
อถ ชีวิเตน ปญฺญาย สีลพฺพตฺเตน นาญฺญมติมญฺเญติ✎ ร่าง
Atha jīvitena paññāya, sīlabbatena nāññamatimaññeti.
mnd14:204.2 #
อถาติ ปทสนฺธิ ฯเปฯ ปทานุปุพฺพตาเมตํ✎ ร่าง
Athāti padasandhi …pe… padānupubbatāpetaṁ—
mnd14:204.3 #
อถาติ ฯ✎ ร่าง
athāti.
mnd14:204.4 #
อิเธกจฺโจ ลูขชีวิกํ ชีวนฺโต ปรํ ปณีตชีวิกํ ชีวนฺตํ อติมญฺญติ✎ ร่าง
Idhekacco lūkhajīvitaṁ jīvanto paraṁ paṇītajīvitaṁ jīvantaṁ atimaññati—
mnd14:204.5 #
กึ ปนายํ พหุลฺลาชีโว สพฺพํ สมฺภกฺขติ เสยฺยถีทํ✎ ร่าง
“kiṁ panāyaṁ bahulājīvo sabbaṁ sambhakkheti, seyyathidaṁ—
mnd14:204.6 #
มูลพีชํ ขนฺธพีชํ ผลุพีชํ อคฺคพีชํ พีชพีชเมว ปญฺจมํ อสวิจกฺกทนฺตกุฏสมานปฺปธานาติณฺโณติ ๒- ฯ✎ ร่าง
mūlabījaṁ khandhabījaṁ phaḷubījaṁ aggabījaṁ bījabījameva pañcamaṁ asanivicakkadantakūṭasamaṇappadhānenā”ti.
mnd14:204.7 #
โส ตาย ลูขชีวิกาย ปรํ ปณีตชีวิกํ ชีวนฺตํ อติมญฺญติ ฯ✎ ร่าง
So tāya lūkhajīvitāya paraṁ paṇītajīvitaṁ jīvantaṁ atimaññati.
mnd14:205.1 #
อิเธกจฺโจ ปณีตชีวิกํ ชีวนฺโต ปรํ ลูขชีวิกํ ชีวนฺตํ อติมญฺญติ✎ ร่าง
Idhekacco paṇītajīvitaṁ jīvanto paraṁ lūkhajīvitaṁ jīvantaṁ atimaññati—
อ้างอิงPTS 396 · สยามรัฐ 29.481 · พุทธชยันตี 33.550
mnd14:205.2 #
กึ ปนายํ อปฺปปุญฺโญ อปฺเปสกฺโข น ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลาน- ปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานนฺติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ panāyaṁ appapuñño appesakkho na lābhī cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārānan”ti.
mnd14:205.3 #
โส ตาย ปณีตชีวิกาย ปรํ ลูขชีวิกํ ชีวนฺตํ อติมญฺญติ ฯ✎ ร่าง
So tāya paṇītajīvitāya paraṁ lūkhajīvitaṁ jīvantaṁ atimaññati.
mnd14:205.4 #
อิเธกจฺโจ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ✎ ร่าง
Idhekacco paññāsampanno hoti.
mnd14:205.5 #
โส ปุฏฺโฐ ปญฺหํ วิสชฺเชติ ฯ✎ ร่าง
So puṭṭho pañhaṁ visajjeti.
mnd14:205.6 #
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
mnd14:205.7 #
อหมสฺมิ ปญฺญาสมฺปนฺโน อิเม ปนญฺเญ น ปญฺญาสมฺปนฺนาติ ฯ✎ ร่าง
“ahamasmi paññāsampanno, ime panaññe na paññāsampannā”ti.
mnd14:205.8 #
โส ตาย ปญฺญาสมฺปทาย ปรํ อติมญฺญติ ฯ✎ ร่าง
So tāya paññāsampadāya paraṁ atimaññati.
mnd14:205.9 #
อิเธกจฺโจ สีลสมฺปนฺโน โหติ ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภิยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ ฯ✎ ร่าง
Idhekacco sīlasampanno hoti, pātimokkhasaṁvarasaṁvuto viharati ācāragocarasampanno, aṇumattesu vajjesu bhayadassāvī, samādāya sikkhati sikkhāpadesu.
mnd14:205.10 #
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
mnd14:205.11 #
อหมสฺมิ สีลสมฺปนฺโน อิเม @เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. ลูขชีวิตํ .. ปณีตชีวิตํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ@๒ โป. ม. อสนิวิจกฺกทนฺตกูฏสมานปฺปธาเนนาติ ฯ ปนญฺเญ ภิกฺขู ทุสฺสีลา ปาปธมฺมาติ ฯ✎ ร่าง
“ahamasmi sīlasampanno, ime panaññe bhikkhū dussīlā pāpadhammā”ti.
mnd14:205.12 #
โส ตาย สีลสมฺปทาย ปรํ อติมญฺญติ ฯ✎ ร่าง
So tāya sīlasampadāya paraṁ atimaññati.
mnd14:205.13 #
อิเธกจฺโจ วตฺตสมฺปนฺโน อารญฺญิโก วา ปิณฺฑปาติโก วา ปํสุกูลิโก วา เตจีวริโก วา สปทานจาริโก วา ขลุปจฺฉาภตฺติโก วา เนสชฺชิโก วา ยถาสนฺถติโก วา ฯ✎ ร่าง
Idhekacco vatasampanno hoti āraññiko vā piṇḍapātiko vā paṁsukūliko vā tecīvariko vā sapadānacāriko vā khalupacchābhattiko vā nesajjiko vā yathāsanthatiko vā.
mnd14:205.14 #
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
mnd14:205.15 #
อหมสฺมิ วตฺตสมฺปนฺโน อิเม ปนญฺเญ น วตฺตสมฺปนฺนาติ ฯ✎ ร่าง
“ahamasmi vatasampanno, ime panaññe na vatasampannā”ti.
mnd14:205.16 #
โส ตาย วตฺตสมฺปทาย ปรํ อติมญฺญติ ฯ✎ ร่าง
So tāya vatasampadāya paraṁ atimaññati.
mnd14:205.17 #
อถ ชีวิเตน ปญฺญาย สีลพฺพตฺเตน นาญฺญมติมญฺเญติ✎ ร่าง
Atha jīvitena paññāya, sīlabbatena nāññamatimaññeti.
mnd14:205.18 #
ลูขชีวิกาย วา ปณีตชีวิกาย วา ปญฺญาสมฺปทาย วา สีลสมฺปทาย วา วตฺตสมฺปทาย วา ปรํ นาติมญฺเญยฺย นาวชาเนยฺย น เตน มานํ ชเนยฺย น เตน ถทฺโธ อสฺส ปตฺถทฺโธ ปคฺคหิตสิโรติ✎ ร่าง
Lūkhajīvitāya vā paṇītajīvitāya vā paññāsampadāya vā sīlasampadāya vā vatasampadāya vā paraṁ nātimaññeyya, nāvajāneyya, na tena mānaṁ janeyya, na tena thaddho assa, patthaddho paggahitasiroti—
mnd14:205.19 #
อถ ชีวิเตน ปญฺญาย สีลพฺพตฺเตน นาญฺญมติมญฺเญ ฯ✎ ร่าง
atha jīvitena paññāya sīlabbatena nāññamatimaññe.
mnd14:206.1 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
mnd14:207.1 #
โมสวชฺเช น นิยฺเยถ✎ ร่าง
“Mosavajje na niyyetha,
mnd14:207.2 #
สมฺปชาโน สฐานิ น กยิรา✎ ร่าง
Sampajāno saṭhāni na kayirā;
mnd14:207.3 #
อถ ชีวิเตน ปญฺญาย✎ ร่าง
Atha jīvitena paññāya,
mnd14:207.4 #
สีลพฺพเตน นาญฺญมติมญฺเญติ ฯ✎ ร่าง
Sīlabbatena nāññamatimaññe”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน