‹ กลับ
สาริปุตตสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 895 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๐๑๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๙๕] คำว่า ผู้คงที่ ความว่า พระผู้มีพระภาคชื่อว่า เป็นผู้คงที่โดยอาการ ๕ คือ เป็นผู้คงที่ในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ ๑ เป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่าสละแล้ว ๑ เป็นผู้คงที่ เพราะอรรถว่า ข้ามแล้ว ๑ เป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่า พ้นแล้ว ๑ เป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออก ซึ่งธรรมนั้นๆ ๑. พระผู้มีพระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่ในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ อย่างไร? พระผู้มีพระภาค เป็นผู้คงที่แม้ในลาภ แม้ในความเสื่อมลาภ แม้ในยศ แม้ในความเสื่อมยศ แม้ในสรรเสริญ แม้ในนินทา แม้ในสุข แม้ในทุกข์. หากว่าชนทั้งหลายพึงลูบไล้ พระพาหาข้างหนึ่งแห่งพระผู้ มีพระภาคด้วยเครื่องหอม พึงถากพระพาหาข้างหนึ่งด้วยมีด. พระผู้มีพระภาคย่อมไม่ทรงมีความ ยินร้ายในการถากด้วยมีดโน้น. พระผู้มีพระภาคทรงละความยินดีและความยินร้ายเสียแล้ว ทรง ล่วงเลยความดีใจและความเสียใจแล้ว ทรงก้าวล่วงความพอใจและความพิโรธเสียแล้ว. พระผู้มี พระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่ในอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์อย่างนี้. พระผู้มีพระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่า สละแล้วอย่างไร? พระผู้มีพระภาคทรง สละ คาย ปล่อย ละ สละคืนราคะ โทสะ โมหะ ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความกระด้าง ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง ความกระวน กระวายทั้งปวง ความเร่าร้อนทั้งปวง ความเดือดร้อนทั้งปวง อกุศลาภิสังขารทั้งปวง พระผู้มี พระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่า สละแล้ว อย่างนี้ พระผู้มีพระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่า ข้ามแล้วอย่างไร? พระผู้มีพระภาคทรงข้าม คือ ข้ามขึ้น ก้าวล่วง ก้าวล่วงด้วยดี ล่วงเลยแล้ว ซึ่งกามโอฆะ ภวโอฆะ ทิฏฐิโอฆะ อวิชชา- *โอฆะ และคลองแห่งสงสารทั้งปวง. พระผู้มีพระภาคนั้นทรงอยู่จบแล้ว ทรงประพฤติจรณะ แล้ว ดำเนินถึงทางไกลแล้ว ดำเนินถึงทิศแล้ว ดำเนินถึงที่สุดแล้ว ทรงรักษาพรหมจรรย์แล้ว ทรงบรรลุอุดมทิฏฐิแล้ว เจริญมรรคแล้ว ละกิเลสแล้ว มีการแทงตลอดมิได้กำเริบ มีนิโรธอัน ทำให้แจ้งแล้ว. พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดรู้ทุกข์ ทรงละสมุทัย ทรงเจริญมรรค ทรงทำให้แจ่ม แจ้งซึ่งนิโรธ ทรงรู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง ทรงกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้ ทรงละธรรมที่ควรละ ทรงเจริญธรรมที่ควรเจริญ ทรงทำให้แจ่มแจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ่มแจ้ง. พระผู้มีพระภาคนั้น ทรงถอนอวิชชาอันเป็นดุจลิ่มสลักออกแล้ว ทรงเรี่ยวรายกรรมอันเป็นดังคูเสียแล้ว ทรงถอน ตัณหาเป็นดังเสาระเนียดขึ้นแล้ว ไม่มีสังโยชน์เป็นบานประตู เป็นผู้ไกลจากกิเลสเป็นข้าศึก มีมานะเป็นดุจธงอันตกไปแล้ว ทรงปลงภาระเสียแล้ว มีโยคกิเลสมิได้เกี่ยวข้อง มีองค์ ๕ อันละเสียแล้ว ประกอบด้วยองค์ ๖ มีสติเป็นธรรมเอกเครื่องรักษา มีธรรมเป็นเครื่องอาศัย ๔ มีทิฏฐิสัจจะเฉพาะอย่างหนึ่งอันทรงบรรเทาเสียแล้ว มีการแสวงหาอันชอบไม่ย่อหย่อนอัน ประเสริฐ มีความดำริมิได้ขุ่นมัว มีกายสังขารอันระงับแล้ว มีจิตพ้นดีแล้ว มีปัญญาพ้นดีแล้ว เป็นผู้มีความบริบูรณ์ มีพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว เป็นอุดมบุรุษ เป็นบรมบุรุษ ถึงความบรรลุเป็น อย่างยิ่ง. พระผู้มีพระภาคนั้นมิได้ก่อ มิได้กำจัด กำจัดดำรงอยู่แล้ว มิได้ละ มิได้ถือมั่น ละแล้วดำรงอยู่ มิได้เย็บ มิได้ยก เย็บแล้วดำรงอยู่ มิได้ดับ มิได้ให้ลุก ดับแล้วดำรงอยู่ ดำรงอยู่เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณ- *ทัศนขันธ์ เป็นอเสขะ แทงตลอดอริยสัจแล้วดำรงอยู่ ก้าวล่วงตัณหาอย่างนี้แล้วจึงดำรงอยู่ ดับไฟกิเลสแล้วดำรงอยู่ ดำรงอยู่เพราะไม่ต้องไป ยึดถือเอายอดชัย แล้วดำรงอยู่ ดำรงอยู่ใน ความซ่องเสพวิมุติ ดำรงอยู่ด้วยความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาอันบริสุทธิ์ ดำรงอยู่ด้วย ความบริสุทธิ์โดยส่วนเดียว ดำรงอยู่ในความเป็นผู้ไม่แข็งกระด้างด้วยตัณหา ทิฏฐิ มานะ อัน บริสุทธิ์ ดำรงอยู่เพราะเป็นผู้หลุดพ้น ดำรงอยู่เพราะเป็นผู้สันโดษ ดำรงอยู่ในส่วนสุดรอบแห่ง ขันธ์ ธาตุ อายตนะ คติ อุปบัติ ปฏิสนธิ ภพ สงสาร วัฏฏะ ดำรงอยู่ในภพอันมีในที่สุด ดำรงอยู่ในอัตภาพอันมีในที่สุด ทรงไว้ซึ่งร่างกายมีในที่สุด. สมจริงดังประพันธ์คาถาว่า พระผู้มีพระภาคนั้น มีภพนี้เป็นที่สุด มีอัตภาพนี้เป็นทีหลังมิได้มีชาติ มรณะและสงสาร ไม่มีภพใหม่. พระผู้มีพระภาคชื่อว่าคงที่เพราะอรรถว่า ข้ามแล้ว อย่างนี้. พระผู้มีพระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่า พ้นแล้วอย่างไร? พระทัยของพระผู้มี พระภาคพ้นแล้ว พ้นวิเศษ พ้นดีแล้ว จากราคะ โทสะ โมหะ. ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความกระด้าง ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง ความกระวนกระวายทั้งปวง ความเร่าร้อนทั้งปวง ความเดือดร้อนทั้งปวง อกุศลาภิสังขารทั้งปวง พระผู้มีพระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะอรรถว่า พ้นแล้ว อย่างนี้. พระผู้มีพระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกซึ่งธรรมนั้นๆ อย่างไร? พระผู้มี พระภาคชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกว่า เป็นผู้มีศีล ในเมื่อศีลมีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ เพราะทรงแสดงออกว่า เป็นผู้มีศรัทธา ในเมื่อศรัทธามีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดง ออกว่า เป็นผู้มีวิริยะ ในเมื่อวิริยะมีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกว่า เป็นผู้มีสติ ในเมื่อสติมีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกว่า เป็นผู้มีสมาธิ ในเมื่อสมาธิมีอยู่. ชื่อว่า เป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกว่า เป็นผู้มีปัญญา ในเมื่อปัญญามีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรง แสดงออกว่า เป็นผู้มีวิชชา ๓ ในเมื่อวิชชามีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกว่า เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ในเมื่ออภิญญามีอยู่. ชื่อว่าเป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกว่า เป็นผู้มีพละ ๑๐ ในเมื่อพละมีอยู่. พระผู้มีพระภาคชื่อว่า เป็นผู้คงที่เพราะทรงแสดงออกซึ่งธรรมนั้นๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ซึ่งพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ไม่อาศัย ผู้คงที่.
เทียบรายประโยค (31 ประโยค)
mnd16:58.1 #
ตาทินฺติ ภควา ปญฺจหากาเรหิ ตาทิ✎ ร่าง
Tādinti bhagavā pañcahākārehi tādī—
mnd16:58.2 #
อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาทิ จตฺตาวีติ ตาทิ ติณฺณาวีติ ตาทิ มุตฺตาวีติ ตาทิ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
iṭṭhāniṭṭhe tādī, cattāvīti tādī, tiṇṇāvīti tādī, muttāvīti tādī, taṁniddesā tādī.
mnd16:59.1 #
กถํ ภควา อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhagavā iṭṭhāniṭṭhe tādī?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.563
mnd16:59.2 #
ภควา ลาเภปิ ตาทิ อลาเภปิ ตาทิ ยเสปิ ตาทิ อยเสปิ ตาทิ ปสํสายปิ ตาทิ นินฺทายปิ ตาทิ สุเขปิ ตาทิ ทุกฺเขปิ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Bhagavā lābhepi tādī, alābhepi tādī, yasepi tādī, ayasepi tādī, pasaṁsāyapi tādī nindāyapi tādī, sukhepi tādī, dukkhepi tādī;
mnd16:59.3 #
เอกญฺเจ ๔- พาหํ คนฺเธน ลิมฺเปยฺยุํ เอกญฺเจ ๔- พาหํ วาสิยา ตจฺเฉยฺยุํ ฯ อมุกสฺมึ นตฺถิ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สพฺพตฺถ อสิโต ฯ ๒ ม. ยุ. อสิโต ฯ ๓ ม. ตาที ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ@๔ ม. เอกจฺเจ ฯ ราโค อมุกสฺมึ นตฺถิ ปฏิฆํ ฯ อนุนยปฏิฆวิปฺปหีโน อุคฺฆาตินิคฺฆาติวีติวตฺโต อนุโรธวิโรธสมติกฺกนฺโต ฯ✎ ร่าง
ekacce bāhaṁ gandhena limpeyyuṁ, ekacce bāhaṁ vāsiyā taccheyyuṁ, amukasmiṁ natthi rāgo, amukasmiṁ natthi paṭighaṁ, anunayapaṭighavippahīno ugghātinigghātivītivatto anurodhavirodhaṁ samatikkanto.
mnd16:59.4 #
เอวํ ภควา อิฏฺฐานิฏฺเฐ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ bhagavā iṭṭhāniṭṭhe tādī.
mnd16:60.1 #
กถํ ภควา จตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhagavā cattāvīti tādī?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.346
mnd16:60.2 #
ภควโต ๑- ราโค จตฺโต วนฺโต มุตฺโต ปหีโน ปฏินิสฺสฏฺโฐ ฯ โทโส โมโห โกโธ อุปนาโห มกฺโข ปฬาโส อิสฺสา มจฺฉริยํ มายา สาเฐยฺยํ ถมฺโภ สารมฺโภ มาโน อติมาโน มโท ปมาโท สพฺเพ กิเลสา สพฺเพ ทุจฺจริตา สพฺเพ ทรถา สพฺเพ ปริฬาหา สพฺเพ สนฺตาปา สพฺพากุสลาภิสงฺขารา จตฺตา วนฺตา มุตฺตา ปหีนา ปฏินิสฺสฏฺฐา ฯ✎ ร่าง
Bhagavato rāgo catto vanto mutto pahīno paṭinissaṭṭho, doso … moho … kodho … upanāho … makkho … paḷāso … issā … macchariyaṁ … māyā … sāṭheyyaṁ … thambho … sārambho … māno … atimāno … mado … pamādo … sabbe kilesā … sabbe duccaritā … sabbe darathā … sabbe pariḷāhā … sabbe santāpā … sabbākusalābhisaṅkhārā cattā vantā muttā pahīnā paṭinissaṭṭhā.
mnd16:60.3 #
เอวํ ภควา จตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ bhagavā cattāvīti tādī.
mnd16:61.1 #
กถํ ภควา ติณฺณาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhagavā tiṇṇāvīti tādī?
อ้างอิงPTS 460 · สยามรัฐ 29.564 · พุทธชยันตี 33.650
mnd16:61.2 #
ภควา กาโมฆํ ติณฺโณ ภโวฆํ ติณฺโณ ทิฏฺโฐฆํ ติณฺโณ อวิชฺโชฆํ ติณฺโณ สพฺพสํสารปถํ ติณฺโณ อุตฺติณฺโณ ๒- นิตฺติณฺโณ อติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโต วีติวตฺโต ฯ✎ ร่าง
Bhagavā kāmoghaṁ tiṇṇo, bhavoghaṁ tiṇṇo, diṭṭhoghaṁ tiṇṇo, avijjoghaṁ tiṇṇo, sabbaṁ saṁsārapathaṁ tiṇṇo uttiṇṇo nittiṇṇo atikkanto samatikkanto vītivatto.
mnd16:61.3 #
โส วุฏฺฐวาโส จิณฺณจรโณ คตทฺโธ คตทิโส คตโกฏิโก ๓- ปาลิตพฺรหฺมจริโย อุตฺตมทิฏฺฐิปฺปตฺโต ภาวิตมคฺโค ปหีนกิเลโส ปฏิวิทฺธากุปฺโป สจฺฉิกตนิโรโธ ฯ✎ ร่าง
So vuṭṭhavāso ciṇṇacaraṇo gataddho gatadiso gatakoṭiyo pālitabrahmacariyo uttamadiṭṭhippatto bhāvitamaggo pahīnakileso paṭividdhākuppo sacchikatanirodho.
mnd16:61.4 #
ทุกฺขํ ตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน มคฺโค ภาวิโต นิโรโธ สจฺฉิกโต อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ ฯ✎ ร่าง
Dukkhaṁ tassa pariññātaṁ, samudayo pahīno, maggo bhāvito, nirodho sacchikato, abhiññeyyaṁ abhiññātaṁ, pariññeyyaṁ pariññātaṁ, pahātabbaṁ pahīnaṁ, bhāvetabbaṁ bhāvitaṁ, sacchikātabbaṁ sacchikataṁ.
mnd16:61.5 #
โส อุกฺขิตฺตปลิโฆ ๔- สงฺกิณฺณปริกฺโข อพฺพูเฬฺหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต ปญฺจงฺควิปฺปหีโน @เชิงอรรถ: ๑ ม. ภควตา ฯ ๒ ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๓ ม. คตโกฏิโย ฯ ๔ ม. ปฏิโฆ ฯ ฉฬงฺคสมนฺนาคโต เอการกฺโข จตุราปสฺเสโน ปนุณฺณปจฺเจกสจฺโจ สมวยสฏฺเฐสโน อนาวิลสงฺกปฺโป ปสฺสทฺธกายสงฺขาโร สุวิมุตฺตจิตฺโต สุวิมุตฺตปญฺโญ เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโส ปรมปุริโส ปรมปฺปตฺติปฺปตฺโต ฯ✎ ร่าง
So ukkhittapaligho saṅkiṇṇaparikkho abbūḷhesiko niraggaḷo ariyo pannaddhajo pannabhāro visaññutto pañcaṅgavippahīno chaḷaṅgasamannāgato ekārakkho caturāpasseno panuṇṇapaccekasacco samavayasaṭṭhesano anāvilasaṅkappo passaddhakāyasaṅkhāro suvimuttacitto suvimuttapañño kevalī vusitavā uttamapuriso paramapuriso paramapattippatto.
mnd16:61.6 #
โส เนว อาจินาติ ๑- น อปจินาติ✎ ร่าง
So nevācinati, nāpacinati;
mnd16:61.7 #
อปจินิตฺวา ฐิโต เนว ปชหติ น อุปาทิยติ✎ ร่าง
apacinitvā ṭhito neva pajahati, na upādiyati;
mnd16:61.8 #
ปชหิตฺวา ฐิโต เนว วิสิเนติ ๓- น อุสฺสิเนติ✎ ร่าง
pajahitvā ṭhito neva saṁsibbati, na ussineti;
mnd16:61.9 #
วิสิเนตฺวา ฐิโต เนว วิธุเปติ ๔- น สนฺธุเปติ✎ ร่าง
visinetvā ṭhito neva vidhūpeti, na sandhūpeti;
mnd16:61.10 #
วิธุเปตฺวา ฐิโต อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต อเสกฺเขน สมาธิกฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต อเสกฺเขน ปญฺญากฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต อเสกฺเขน วิมุตฺติกฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต อเสกฺเขน วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธน สมนฺนาคตตฺตา ฐิโต สจฺจํ ปฏิปาทยิตฺวา ๕- ฐิโต เอวํ สมติกฺกมิตฺวา ฐิโต กิเลสคฺคึ ปริยาทยิตฺวา ๖- ฐิโต อปริคมนตาย ฐิโต กูฏํ ๗- สมาทาย ฐิโต มุตฺติปฏิเสวนตาย ๘- ฐิโต เมตฺตาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต กรุณาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต มุทิตาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต อุเปกฺขาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต อจฺจนฺตปาริสุทฺธิยา ฐิโต อกมฺมญฺญตาย ปาริสุทฺธิยา ฐิโต วิมุตฺตตฺตา ฐิโต สนฺตุสิตตฺตา ฐิโต ขนฺธปริยนฺเต ฐิโต ธาตุปริยนฺเต ฐิโต อายตนปริยนฺเต ฐิโต คติปริยนฺเต ฐิโต อุปฺปตฺติปริยนฺเต ฐิโต ปฏิสนฺธิปริยนฺเต ฐิโต ภวปริยนฺเต ฐิโต สํสารปริยนฺเต ฐิโต วฏฺฏปริยนฺเต ฐิโต อนฺติมภเว ฐิโต อนฺติมสมุสฺสเย ฐิโต อนฺติมเทหธโร ภควา ฯ✎ ร่าง
vidhūpetvā ṭhito, asekhena sīlakkhandhena samannāgatattā ṭhito, asekhena samādhikkhandhena samannāgatattā ṭhito, asekhena paññākkhandhena samannāgatattā ṭhito, asekhena vimuttikkhandhena samannāgatattā ṭhito, asekhena vimuttiñāṇadassanakkhandhena samannāgatattā ṭhito, saccaṁ sampaṭipādiyitvā ṭhito, ejaṁ samatikkamitvā ṭhito, kilesaggiṁ pariyādiyitvā ṭhito, aparigamanatāya ṭhito, kaṭaṁ samādāya ṭhito, muttipaṭisevanatāya ṭhito, mettāya pārisuddhiyā ṭhito, karuṇāya pārisuddhiyā ṭhito, muditāya pārisuddhiyā ṭhito, upekkhāya pārisuddhiyā ṭhito, accantapārisuddhiyā ṭhito, atammayatāya pārisuddhiyā ṭhito, vimuttattā ṭhito, santusitattā ṭhito, khandhapariyante ṭhito, dhātupariyante ṭhito, āyatanapariyante ṭhito, gatipariyante ṭhito, upapattipariyante ṭhito, paṭisandhipariyante ṭhito, bhavapariyante ṭhito, saṁsārapariyante ṭhito, vaṭṭapariyante ṭhito, antime bhave ṭhito, antime samussaye ṭhito, antimadehadharo bhagavā.
mnd16:62.1 #
ตสฺสายํ ปจฺฉิมโก ภโว✎ ร่าง
“Tassāyaṁ pacchimako bhavo,
อ้างอิงสยามรัฐ 29.565
mnd16:62.2 #
จริโมยํ สมุสฺสโย✎ ร่าง
carimoyaṁ samussayo;
mnd16:62.3 #
ชาติมรณสํสาโร✎ ร่าง
Jātimaraṇasaṁsāro,
mnd16:62.4 #
นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ ฯ✎ ร่าง
natthi tassa punabbhavo”ti.
mnd16:63.1 #
เอวํ ภควา ติณฺณาวีติ ตาทิ✎ ร่าง
Evaṁ bhagavā tiṇṇāvīti tādī.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.347
mnd16:64.1 #
กถํ ภควา มุตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhagavā muttāvīti tādī?
อ้างอิงPTS 461 · พุทธชยันตี 33.652
mnd16:64.2 #
ภควโต ราคา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ ฯ โทสา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ ฯ โมหา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ ฯ โกธา อุปนาหา มกฺขา ปฬาสา อิสฺสาย มจฺฉริยา มายาย สาเฐยฺยา ถมฺภา สารมฺภา มานา อติมานา มทา ปมาทา สพฺพกิเลเสหิ สพฺพทุจฺจริเตหิ สพฺพทรเถหิ สพฺพปริฬาเหหิ สพฺพสนฺตาเปหิ สพฺพากุสลาภิสงฺขาเรหิ จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Bhagavato rāgā cittaṁ muttaṁ vimuttaṁ suvimuttaṁ, dosā cittaṁ … mohā cittaṁ … kodhā … upanāhā … makkhā … paḷāsā … issāya … macchariyā … māyāya … sāṭheyyā … thambhā … sārambhā … mānā … atimānā … madā … pamādā … sabbakilesehi … sabbaduccaritehi … sabbadarathehi … sabbapariḷāhehi … sabbasantāpehi … sabbākusalābhisaṅkhārehi cittaṁ muttaṁ vimuttaṁ suvimuttaṁ.
mnd16:64.3 #
เอวํ ภควา มุตฺตาวีติ ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ bhagavā muttāvīti tādī.
mnd16:65.1 #
กถํ ภควา ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ bhagavā taṁniddesā tādī?
mnd16:65.2 #
ภควา สีเล สติ สีลวาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ สทฺธาย สติ สทฺโธติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ วิริเย สติ วิริยวาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ สติยา สติ สติมาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ สมาธิสฺมึ สติ สมาหิโตติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ ปญฺญาย สติ ปญฺญวาติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ วิชฺชาย สติ เตวิชฺโชติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ อภิญฺญาย สติ ฉฬภิญฺโญติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ พเล ๑- สติ ทสพโลติ ตํนิทฺเทสา ตาทิ ฯ✎ ร่าง
Bhagavā sīle sati sīlavāti taṁniddesā tādī, saddhāya sati saddhoti taṁniddesā tādī, vīriye sati vīriyavāti taṁniddesā tādī, satiyā sati satimāti taṁniddesā tādī, samādhismiṁ sati samāhitoti taṁniddesā tādī, paññāya sati paññavāti taṁniddesā tādī, vijjāya sati tevijjoti taṁniddesā tādī, abhiññāya sati chaḷabhiññoti taṁniddesā tādī, dasabale sati dasabaloti taṁniddesā tādī.
mnd16:65.3 #
เอวํ ภควา ตํนิทฺเทสา ตาทีติ✎ ร่าง
Evaṁ bhagavā taṁniddesā tādīti—
mnd16:65.4 #
ตํ พุทฺธํ อสิตํ ตาทึ ฯ✎ ร่าง
taṁ buddhaṁ asitaṁ tādiṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน