‹ กลับ
สาริปุตตสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 896 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๐๑๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๙๖] ชื่อว่า ผู้ไม่ทรงหลอกลวง ในคำว่า ผู้ไม่หลอกลวง ผู้มาเป็นพระคณาจารย์ มีอธิบายว่า วัตถุแห่งความหลอกลวง ๓ อย่าง คือ วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยการซ่อง เสพปัจจัย ๑ วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยอิริยาบถ ๑ วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วย การพูดเลียบเคียง ๑. วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยการซ่องเสพปัจจัยเป็นไฉน? พวกคฤหบดีในโลกนี้ ย่อมนิมนต์ภิกษุด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. ภิกษุนั้นมีความ ปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ มีความต้องการด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะและ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร อาศัยความเป็นผู้อยากได้มาก ย่อมบอกคืนจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. พูดอย่างนี้ว่า ประโยชน์อะไรแก่สมณะด้วยจีวรมีค่ามาก การที่ สมณะเที่ยวเลือกเก็บผ้าเก่าจากป่าช้า กองหยากเยื่อหรือร้านตลาด แล้วทำสังฆาฏิใช้ เป็นการ สมควร ประโยชน์อะไรแก่สมณะด้วยบิณฑบาตมีค่ามาก การที่สมณะสำเร็จความเป็นอยู่ ด้วย ก้อนข้าวที่ได้มาด้วยปลีแข้ง โดยความประพฤติแสวงหา เป็นการสมควร ประโยชน์อะไรแก่ สมณะด้วยเสนาสนะมีค่ามาก การที่สมณะอยู่โคนต้นไม้ อยู่ที่ป่าช้าหรืออยู่ที่แจ้ง เป็นการสมควร ประโยชน์อะไรแก่สมณะด้วยคิลานปัจจัยเภสัชบริขารมีค่ามาก การที่สมณะพึงทำยาด้วยน้ำมูตรเน่า หรือชิ้นลูกสมอ เป็นการสมควร ภิกษุนั้นอาศัยความเป็นผู้อยากได้มาก จึงทรงจีวรที่เศร้าหมอง ฉันบิณฑบาตที่เศร้าหมอง ซ่องเสพเสนาสนะที่เศร้าหมอง และฉันคิลานปัจจัยเภสัชบริขารที่ เศร้าหมอง. พวกคฤหบดีเห็นภิกษุนั้นแล้ว ย่อมทราบอย่างนี้ว่าสมณะนี้เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย สันโดษชอบสงัด ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะปรารภความเพียร มีวาทะกำจัดกิเลส ก็ยิ่งนิมนต์เธอ ด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. ภิกษุนั้นก็กล่าวว่า เพราะประจวบด้วย เหตุ ๓ ประการ กุลบุตรผู้มีศรัทธา ก็ประสบบุญมาก คือ เพราะประจวบด้วยศรัทธา ๑ เพราะประ- *จวบด้วยไทยธรรม ๑ เพราะประจวบด้วยทักขิไณยบุคคล ๑ ท่านทั้งหลายมีศรัทธานี้อยู่ มีไทยธรรม นี้อยู่ ทั้งอาตมาก็เป็นปฏิคาหก (ผู้ทักขิไณยบุคคล) ถ้าอาตมาจักไม่รับ ท่านทั้งหลายก็จักเสื่อม จากบุญไป อาตมาไม่มีความต้องการด้วยปัจจัยนี้ ก็แต่ว่าอาตมาจะรับด้วยความอนุเคราะห์ท่าน ทั้งหลาย จำเดิมแต่นั้น ภิกษุนั้นก็รับจีวรมาก รับบิณฑบาตมาก รับเสนาสนะมาก รับคิลาน- *ปัจจัยเภสัชบริขารมาก. ความทำหน้ายู่ยี่ ความเป็นผู้มีหน้ายู่ยี่ ความหลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง ความเป็นผู้หลอกลวง เห็นปานนี้ เรียกว่าวัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยการซ่องเสพปัจจัย. วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยอิริยาบถเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มีความปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ มีความประสงค์ในการยกย่อง คิดว่า ประชุมชน จักยกย่องเราด้วยอุบายอย่างนี้ จึงสำรวมการเดิน สำรวมการยืน สำรวมการนั่ง สำรวมการนอน ย่อมตั้งสติเดิน ตั้งสติยืน ตั้งสตินั่ง ตั้งสตินอน ทำเหมือนภิกษุมีสมาธิเดิน ทำเหมือนภิกษุมี สมาธิยืน ทำเหมือนภิกษุมีสมาธินั่ง ทำเหมือนภิกษุมีสมาธินอน และทำเหมือนภิกษุที่เจริญ อาปาถกฌาน (เจริญฌานต่อหน้าพวกมนุษย์). การตั้งใจทำ การทำ การดำรงอิริยาบถ ความ ทำหน้ายู่ยี่ ความเป็นผู้มีหน้ายู่ยี่ ความหลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง ความเป็นผู้หลอกลวง เห็นปานนี้ เรียกว่า วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยอิริยาบถ. วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยการพูดเลียบเคียงเป็นไฉน? ภิกษุบางรูปในธรรม วินัยนี้ มีความปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ มีความประสงค์ในการยกย่อง คิดว่า ประชุมชนจักยกย่องเราด้วยอุบายอย่างนี้ จึงกล่าววาจาอิงอริยธรรม คือ พูดว่า สมณะใดทรง จีวรอย่างนี้ สมณะนั้นมีศักดิ์มาก สมณะใดทรงบาตรอย่างนี้ ... ทรงภาชนะโลหะอย่างนี้ ... ทรง ธรรมกรกอย่างนี้ ... ทรงผ้ากรองน้ำอย่างนี้ ... ถือลูกกุญแจอย่างนี้ ... สวมรองเท้าอย่างนี้ ... ใช้ ประคดสำหรับคาดกายอย่างนี้ ... ใช้สายโยกบาตรอย่างนี้ สมณะนั้นมีศักดิ์มาก. พูดว่า สมณะ ใดมีอุปัชฌายะอย่างนี้ มีอาจารย์อย่างนี้ ... มีพวกร่วมอุปัชฌายะอย่างนี้ ... มีพวกร่วมอาจารย์ อย่างนี้ ... มีมิตรอย่างนี้ ... มีพวกอย่างนี้ ... มีพวกที่คบกันมาอย่างนี้ ... มีสหายอย่างนี้ ... สมณะนั้นมีศักดิ์มาก. พูดว่า สมณะใดอยู่ในวิหารเช่นนี้ ... อยู่ในเรือนมีหลังคาแถบเดียวอย่าง นี้ ... อยู่ในปราสาทอย่างนี้ ... อยู่ในเรือนมีหลังคาโล้นอย่างนี้ ... อยู่ในถ้ำอย่างนี้ ... อยู่ในที่ เร้นอย่างนี้ ... อยู่ในกุฎีอย่างนี้ ... อยู่ในเรือนยอดอย่างนี้ ... อยู่ในซุ้มประตูอย่างนี้ ... อยู่ใน โรงกลมอย่างนี้ ... อยู่ในโรงที่พัก (ปะรำ) อย่างนี้ ... อยู่ในศาลาที่ประชุมอย่างนี้ ... อยู่ใน มณฑปอย่างนี้ ... อยู่ที่โคนต้นไม้อย่างนี้ ... สมณะนั้นมีศักดิ์มาก. อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้วาง หน้าเฉยเมย ทำหน้ายู่ยี่ หลอกลวง ปลิ้นปล้อน ตลบตะแลง อันผู้อื่นสรรเสริญ ด้วยความ ที่ตนวางหน้าว่า สมณะนี้ได้วิหารสมบัติอันมีอยู่เห็นปานนี้ ภิกษุนั้น ย่อมกล่าวถ้อยคำเช่นนั้น อันปฏิสังยุตด้วยโลกุตรธรรม และนิพพาน อันลึกลับ สุขุม ละเอียด ปิดบัง. ความทำหน้า ยู่ยี่ ความเป็นผู้มีหน้ายู่ยี่ ความหลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง ความเป็นผู้หลอกลวง เห็นปาน นี้ เรียกว่า วัตถุแห่งความหลอกลวงกล่าวด้วยการพูดเลียบเคียง. วัตถุแห่งความหลอกลวง ๓ อย่างนี้ อันพระผู้มีพระภาคผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงละ ตัดขาด สงบ ระงับแล้ว ทำไม่ให้ควรเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ เพราะเหตุนั้น พระผู้มี พระภาคผู้ตรัสรู้แล้ว จึงชื่อว่าผู้ไม่หลอกลวง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ไม่หลอกลวง.
เทียบรายประโยค (42 ประโยค)
mnd16:66.1 #
อกุหํ คณิมาคตนฺติ✎ ร่าง
Akuhaṁ gaṇimāgatanti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.566
mnd16:66.2 #
อกุโหติ ตีณิ กุหนวตฺถูนิ✎ ร่าง
Akuhoti tīṇi kuhanavatthūni—
mnd16:66.3 #
ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ@เชิงอรรถ: ๑ ม. ทสพเล ฯ ปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
paccayapaṭisevanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu, iriyāpathasaṅkhātaṁ kuhanavatthu, sāmantajappanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu.
mnd16:67.1 #
กตมํ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ paccayapaṭisevanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu?
อ้างอิงPTS 462 · สยามรัฐ 29.567 · ฉัฏฐสังคายนา 77.348 · พุทธชยันตี 33.654
mnd16:69.25 #
leṇe vasati …
mnd16:67.2 #
อิธ คหปติกา ภิกฺขุํ นิมนฺเตนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ฯ✎ ร่าง
Idha gahapatikā bhikkhuṁ nimantenti cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārehi.
mnd16:67.3 #
โส ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อตฺถิโก จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลาน- ปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ ภิยฺโยกมฺยตํ อุปาทาย จีวรํ ปจฺจกฺขาติ ปิณฺฑปาตํ ปจฺจกฺขาติ เสนาสนํ ปจฺจกฺขาติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปจฺจกฺขาติ ฯ✎ ร่าง
So pāpiccho icchāpakato atthiko cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārānaṁ bhiyyokamyataṁ upādāya cīvaraṁ paccakkhāti, piṇḍapātaṁ paccakkhāti, senāsanaṁ paccakkhāti, gilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ paccakkhāti.
mnd16:67.4 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
mnd16:67.5 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน จีวเรน✎ ร่าง
“kiṁ samaṇassa mahagghena cīvarena.
mnd16:67.6 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ สุสานา วา สงฺการกูฏา วา ปาปณิกา วา นนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา สงฺฆาฏึ กริตฺวา ธาเรยฺย✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ, yaṁ samaṇo susānā vā saṅkārakūṭā vā pāpaṇikā vā nantakāni uccinitvā saṅghāṭiṁ karitvā dhāreyya.
mnd16:67.7 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน ปิณฺฑปาเตน✎ ร่าง
Kiṁ samaṇassa mahagghena piṇḍapātena.
mnd16:67.8 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ อุญฺฉาจริยาย ปิณฺฑิยาโลเปน ชีวิกํ กปฺเปยฺย✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ, yaṁ samaṇo uñchācariyāya piṇḍiyālopena jīvitaṁ kappeyya.
mnd16:67.9 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน เสนาสเนน✎ ร่าง
Kiṁ samaṇassa mahagghena senāsanena.
mnd16:67.10 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ รุกฺขมูลิโก วา อสฺส โสสานิโก วา อพฺโภกาสิโก วา✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ, yaṁ samaṇo rukkhamūliko vā assa sosāniko vā abbhokāsiko vā.
mnd16:67.11 #
กึ สมณสฺส มหคฺเฆน คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน✎ ร่าง
Kiṁ samaṇassa mahagghena gilānapaccayabhesajjaparikkhārena.
mnd16:67.12 #
เอตํ สารุปฺปํ ยํ สมโณ ปูติมุตฺเตน หริตกีขณฺเฑน โอสถํ กเรยฺยาติ ตทุปาทาย ลูขํ จีวรํ ธาเรติ ลูขํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชติ ลูขํ เสนาสนํ ปฏิเสวติ ลูขํ คิลานปจฺจย- เภสชฺชปริกฺขารํ ปฏิเสวติ ฯ✎ ร่าง
Etaṁ sāruppaṁ, yaṁ samaṇo pūtimuttena haritakīkhaṇḍena osadhaṁ kareyyā”ti tadupādāya lūkhaṁ cīvaraṁ dhāreti, lūkhaṁ piṇḍapātaṁ paribhuñjati, lūkhaṁ senāsanaṁ paṭisevati, lūkhaṁ gilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ paṭisevati.
mnd16:67.13 #
ตเมนํ คหปติกา เอวํ ชานนฺติ✎ ร่าง
Tamenaṁ gahapatikā evaṁ jānanti—
mnd16:67.14 #
อยํ สมโณ อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อารทฺธวิริโย ธูตวาโทติ ภิยฺโย ภิยฺโย นิมนฺเตนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ฯ✎ ร่าง
“ayaṁ samaṇo appiccho santuṭṭho pavivitto asaṁsaṭṭho āraddhavīriyo dhutavādo”ti bhiyyo bhiyyo nimantenti cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhārehi.
mnd16:67.15 #
โส เอวมาห✎ ร่าง
So evamāha—
mnd16:67.16 #
ติณฺณํ สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ สทฺธาย สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ เทยฺยธมฺมสฺส สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ ทกฺขิเณยฺยานํ สมฺมุขีภาวา สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ✎ ร่าง
“tiṇṇaṁ sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati, saddhāya sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati, deyyadhammassa sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati, dakkhiṇeyyānaṁ sammukhībhāvā saddho kulaputto bahuṁ puññaṁ pasavati.
mnd16:67.17 #
ตุมฺหากญฺเจวายํ สทฺธา อตฺถิ เทยฺยธมฺโม จ สํวิชฺชติ อหญฺจ ปฏิคฺคาหโก✎ ร่าง
Tumhākañcevāyaṁ saddhā atthi, deyyadhammo ca saṁvijjati, ahañca paṭiggāhako.
mnd16:67.18 #
สจาหํ น ปฏิคฺคเหสฺสามิ เอวํ ตุเมฺห ปุญฺเญน ปริพาหิรา ภวิสฺสถ น มยฺหํ อิมินา อตฺโถ อปิจ ตุมฺหากํเยว อนุกมฺปาย ปฏิคฺคณฺหามีติ✎ ร่าง
Sace ahaṁ na paṭiggahessāmi, evaṁ tumhe puññena paribāhirā bhavissatha, na mayhaṁ iminā attho, api ca tumhākaṁyeva anukampāya paṭiggaṇhāmī”ti.
mnd16:67.19 #
ตทุปาทาย พหุมฺปิ จีวรํ ปฏิคฺคณฺหาติ พหุมฺปิ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ พหุมฺปิ เสนาสนํ ปฏิคฺคณฺหาติ พหุมฺปิ คิลานปจฺจย- เภสชฺชปริกฺขารํ ปฏิคฺคณฺหาติ ฯ✎ ร่าง
Tadupādāya bahumpi cīvaraṁ paṭiggaṇhāti, bahumpi piṇḍapātaṁ paṭiggaṇhāti, bahumpi senāsanaṁ paṭiggaṇhāti, bahumpi gilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ paṭiggaṇhāti.
mnd16:67.20 #
ยา เอวรูปา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ✎ ร่าง
Yā evarūpā bhākuṭikā bhākuṭiyaṁ kuhanā kuhāyanā kuhitattaṁ—
mnd16:67.21 #
อิทํ วุจฺจติ ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
idaṁ paccayapaṭisevanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu.
mnd16:68.1 #
กตมํ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ iriyāpathasaṅkhātaṁ kuhanavatthu?
อ้างอิงPTS 463 · สยามรัฐ 29.568
mnd16:68.2 #
อิเธกจฺโจ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต สมฺภาวนาธิปฺปาโย เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตีติ คมนํ สณฺฐเปติ ฐานํ สณฺฐเปติ นิสชฺชํ สณฺฐเปติ เสยฺยํ ๑- สณฺฐเปติ ปณิธาย คจฺฉติ ปณิธาย ติฏฺฐติ ปณิธาย นิสีทติ ปณิธาย เสยฺยํ กปฺเปติ สมาหิโต วิย คจฺฉติ สมาหิโต วิย ติฏฺฐติ สมาหิโต วิย นิสีทติ สมาหิโต วิย เสยฺยํ กปฺเปติ อาปาถกชฺฌายีว โหติ ฯ✎ ร่าง
Idhekacco pāpiccho icchāpakato sambhāvanādhippāyo, “evaṁ maṁ jano sambhāvessatī”ti gamanaṁ saṇṭhapeti, ṭhānaṁ saṇṭhapeti, nisajjaṁ saṇṭhapeti, sayanaṁ saṇṭhapeti, paṇidhāya gacchati, paṇidhāya tiṭṭhati, paṇidhāya nisīdati, paṇidhāya seyyaṁ kappeti, samāhito viya gacchati, samāhito viya tiṭṭhati, samāhito viya nisīdati, samāhito viya seyyaṁ kappeti, āpāthakajjhāyīva hoti.
mnd16:68.3 #
ยา เอวรูปา อิริยาปถสฺส อาฐปนา @เชิงอรรถ: ๑ ม. สยนํ ฯ ฐปนา สณฺฐปนา ภากุฏิกา ภากุฏิยํ กุหนา กุหายนา กุหิตตฺตํ✎ ร่าง
Yā evarūpā iriyāpathassa āṭhapanā ṭhapanā saṇṭhapanā bhākuṭikā bhākuṭiyaṁ kuhanā kuhāyanā kuhitattaṁ—
mnd16:68.4 #
อิทํ วุจฺจติ อิริยาปถสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
idaṁ iriyāpathasaṅkhātaṁ kuhanavatthu.
mnd16:69.1 #
กตมํ สามนฺตชปฺปนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ sāmantajappanasaṅkhātaṁ kuhanavatthu?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.349
mnd16:69.2 #
อิเธกจฺโจ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต สมฺภาวนาธิปฺปาโย เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตีติ อริยธมฺมสนฺนิสฺสิตํ วาจํ ภาสติ✎ ร่าง
Idhekacco pāpiccho icchāpakato sambhāvanādhippāyo “evaṁ maṁ jano sambhāvessatī”ti, ariyadhammasannissitaṁ vācaṁ bhāsati.
mnd16:69.3 #
โย เอวรูปํ จีวรํ ธาเรติ โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ✎ ร่าง
“Yo evarūpaṁ cīvaraṁ dhāreti so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd16:69.4 #
โย เอวรูปํ ปตฺตํ ธาเรติ✎ ร่าง
“yo evarūpaṁ pattaṁ dhāreti …
mnd16:69.5 #
โลหถาลกํ ธาเรติ✎ ร่าง
lohathālakaṁ dhāreti …
mnd16:69.6 #
ธมฺมกรกํ ธาเรติ✎ ร่าง
dhammakaraṇaṁ dhāreti …
mnd16:69.7 #
ปริสาวนํ ธาเรติ✎ ร่าง
parissāvanaṁ dhāreti …
mnd16:69.8 #
กุญฺจิกํ ธาเรติ✎ ร่าง
kuñcikaṁ dhāreti …
mnd16:69.9 #
อุปาหนํ ธาเรติ✎ ร่าง
upāhanaṁ dhāreti …
mnd16:69.10 #
กายพนฺธนํ ธาเรติ✎ ร่าง
kāyabandhanaṁ dhāreti …
mnd16:69.11 #
อาโยคํ ธาเรติ โส สมโณ มเหสกฺโขติ ภณติ ฯ✎ ร่าง
āyogaṁ dhāreti, so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd16:69.12 #
ยสฺส เอวรูโป อุปชฺฌาโย โส สมโณ มหเสกฺโขติ ภณติ ฯ✎ ร่าง
“yassa evarūpo upajjhāyo so samaṇo mahesakkho”ti bhaṇati;
mnd16:69.13 #
ยสฺส เอวรูโป อาจริโย✎ ร่าง
“yassa evarūpo ācariyo …
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน