เนื้อความทั้งข้อ
[๙๑๖] คำว่า เธอพึงเป็นผู้มีคลองแห่งถ้อยคำอย่างไร? ความว่า พระเถระย่อมทูล
ถามถึงความบริสุทธิ์แห่งวาจาว่า ภิกษุนั้น พึงเป็นผู้ประกอบด้วยคลองแห่งถ้อยคำเช่นไร คือด้วย
คลองแห่งถ้อยคำที่ดำรงไว้อย่างไร มีชนิดอย่างไร มีส่วนเปรียบอย่างไร?
ความบริสุทธิ์แห่งวาจาเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ละมุสวาท เป็นผู้เว้นขาดจาก
มุสาวาท คือ พูดจริง ดำรงคำจริง มีถ้อยคำมั่นคง มีถ้อยคำเชื่อถือได้ ไม่พูดให้เคลื่อนคลาด
แก่โลก ละปิสุณาวาจา เป็นผู้เว้นขาดจากปิสุณาวาจา คือฟังจากข้างนี้แล้ว ไม่ไปบอกข้างโน้น
เพื่อทำลายคนหมู่นี้ หรือฟังจากข้างโน้นแล้ว ไม่มาบอกคนหมู่นี้ เพื่อทำลายคนหมู่โน้น
เป็นผู้สมานคนที่แตกกันบ้าง ส่งเสริมคนที่พร้อมเพรียงกันบ้าง มีความพร้อมเพรียงเป็นที่มายินดี
ยินดีในบุคคลที่พร้อมเพรียงกัน มีความเพลิดเพลินในบุคคลที่พร้อมเพรียงกัน กล่าววาจา
ที่ทำให้เขาพร้อมเพรียงกับด้วยประการดังนี้ ละผรุสวาจา เป็นผู้เว้นขาดจากผรุสวาจา คือ
กล่าววาจาที่ไม่มีโทษ อันไพเราะโสต เป็นที่ตั้งแห่งความรัก หยั่งลงถึงหทัย เป็นคำของชาวเมือง
ที่คนหมู่มากพอใจ ชอบใจ ละสัมผัปปลาปะ เป็นผู้เว้นขาดจากสัมผัปปลาปะ คือ พูดโดยกาลควร
พูดจริง พูดอิงอรรถ พูดอิงธรรม พูดอิงวินัย กล่าววาจาเป็นหลักฐานมีที่อ้างอิง มีส่วนสุด
ประกอบด้วยประโยชน์โดยกาลควร เป็นผู้ประกอบด้วยวจีสุจริต ๔ กล่าววาจาปราศจากโทษ ๔
งด เว้น เว้นขาด ออก สงัด พ้นขาด ไม่ประกอบด้วยติรัจฉานกถา ๓๒ ประการ เป็นผู้
มีจิตปราศจากเขตแดนกิเลสอยู่ ย่อมกล่าว กถาวัตถุ ๑๐ อย่าง คือ อัปปิจฉากถา สันตุฏฐิกถา
ปวิเวกกถา อสังสัคคกถา วิริยารัมภกถา สีลกถา สมาธิกถา ปัญญากถา วิมุตติกถา วิมุตติญาณ
ทัสนกถา ย่อมกล่าวสติปัฏฐานกถา สัมมัปปธานกถา อิทธิบาทกถา อินทรียกถา พลกถา
โพชฌงคกถา มรรคกถา ผลกถา นิพพานกถา เป็นผู้ประกอบสำรวม สำรวมเฉพาะ คุ้มครอง
ปกครอง รักษา ระวัง ด้วยวาจา นี้ชื่อว่าความบริสุทธิ์แห่งวาจา. ภิกษุพึงเป็นผู้ประกอบด้วย
ความบริสุทธิ์แห่งวาจาเช่นนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เธอพึงเป็นผู้มีคลองแห่งถ้อยคำอย่างไร?
กฺยาสฺส พฺยปฺปถโย อสฺสูติ✎ ร่าง
Kyāssa byappathayo assūti.
อ้างอิงPTS 473 · สยามรัฐ 29.580 · พุทธชยันตี 33.670
กีทิเสน พฺยปฺปเถน
สมนฺนาคโต อสฺส กึสณฺฐิเตน กึปกาเรน กึปฏิภาเคนาติ
วจีปาริสุทฺธึ ปุจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Kīdisena byappathena samannāgato assa kiṁsaṇṭhitena kiṁpakārena kiṁpaṭibhāgenāti vacīpārisuddhiṁ pucchati.
กตมา วจีปาริสุทฺธิ ฯ✎ ร่าง
Katamā vacīpārisuddhi?
อิธ ภิกฺขุ มุสาวาทํ ปหาย มุสาวาทา
ปฏิวิรโต โหติ สจฺจวาที สจฺจสนฺโธ เถโต ปจฺจยิโก อวิสํวาทโก
โลกสฺส✎ ร่าง
Idha bhikkhu musāvādaṁ pahāya musāvādā paṭivirato hoti saccavādī saccasandho theto paccayiko avisaṁvādako lokassa.
ปิสุณํ วาจํ ปหาย ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ
อิโต สุตฺวา น อมุตฺร อกฺขาตา อิเมสํ เภทาย อมุตฺร วา สุตฺวา
น อิเมสํ อกฺขาตา อมูสํ เภทาย อิติ ภินฺนานํ วา สนฺธาตา
@เชิงอรรถ: ๑ ม. สีลพฺพตานาสฺสุ ฯ
สหิตานํ วา อนุปฺปทาตา สมคฺคาราโม สมคฺครโต สมคฺคนนฺที
สมคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา โหติ✎ ร่าง
Pisuṇaṁ vācaṁ pahāya pisuṇāya vācāya paṭivirato hoti, ito sutvā na amutra akkhātā imesaṁ bhedāya, amutra vā sutvā na imesaṁ akkhātā amūsaṁ bhedāya, iti bhinnānaṁ vā sandhātā, sahitānaṁ vā anuppadātā samaggārāmo samaggarato samagganandī samaggakaraṇiṁ vācaṁ bhāsitā hoti.
ผรุสํ วาจํ ปหาย ผรุสาย วาจาย
ปฏิวิรโต โหติ✎ ร่าง
Pharusaṁ vācaṁ pahāya pharusāya vācāya paṭivirato hoti;
ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา เปมนียา
หทยงฺคมา โปรี พหุชนกนฺตา พหุชนมนาปา ตถารูปึ วาจํ
ภาสิตา โหติ✎ ร่าง
yā sā vācā nelā kaṇṇasukhā pemanīyā hadayaṅgamā porī bahujanakantā bahujanamanāpā tathārūpiṁ vācaṁ bhāsitā hoti.
สมฺผปฺปลาปํ ปหาย สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต
โหติ กาลวาที ภูตวาที อตฺถวาที ธมฺมวาที วินยวาที นิธานวตึ
วาจํ ภาสิตา โหติ กาเลน สาปเทสํ ปริยนฺตวตึ อตฺถสญฺหิตํ✎ ร่าง
Samphappalāpaṁ pahāya samphappalāpā paṭivirato hoti kālavādī bhūtavādī atthavādī dhammavādī vinayavādī, nidhānavatiṁ vācaṁ bhāsitā hoti kālena sāpadesaṁ pariyantavatiṁ atthasaṁhitaṁ.
จตูหิ วจีสุจริเตหิ สมนฺนาคโต จตุทฺโทสาปคตํ วาจํ ภาสติ
พตฺตึสาย ติรจฺฉานกถาย อารโต อสฺส วิรโต ปฏิวิรโต นิกฺขนฺโต
นิสฺสฏฺโฐ วิปฺปมุตฺโต วิสญฺญุตฺโต วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรติ✎ ร่าง
Catūhi vacīsucaritehi samannāgato catudosāpagataṁ vācaṁ bhāsati, bāttiṁsāya tiracchānakathāya ārato assa virato paṭivirato nikkhanto nissaṭo vippamutto visaññutto vimariyādikatena cetasā viharati.
ทส กถาวตฺถูนิ กเถติ เสยฺยถีทํ✎ ร่าง
Dasa kathāvatthūni katheti, seyyathidaṁ—
อปฺปิจฺฉกถํ สนฺตุฏฺฐิกถํ ปวิเวกกถํ
อสํสคฺคกถํ วิริยารมฺภกถํ สีลกถํ สมาธิกถํ ปญฺญากถํ วิมุตฺติกถํ
วิมุตฺติญาณทสฺสนกถํ สติปฏฺฐานกถํ สมฺมปฺปธานกถํ
อิทฺธิปฺปาทกถํ อินฺทฺริยกถํ พลกถํ โพชฺฌงฺคกถํ มคฺคกถํ ผลกถํ
นิพฺพานกถํ กเถติ✎ ร่าง
appicchakathaṁ santuṭṭhikathaṁ pavivekakathaṁ asaṁsaggakathaṁ vīriyārambhakathaṁ sīlakathaṁ samādhikathaṁ paññākathaṁ vimuttikathaṁ vimuttiñāṇadassanakathaṁ satipaṭṭhānakathaṁ sammappadhānakathaṁ iddhipādakathaṁ indriyakathaṁ balakathaṁ bojjhaṅgakathaṁ maggakathaṁ phalakathaṁ nibbānakathaṁ katheti.
วาจาย ยโต ยตฺโต ปฏิยตฺโต คุตฺโต โคปิโต
รกฺขิโต สํวุโต✎ ร่าง
Vācāya yato yatto paṭiyatto gutto gopito rakkhito saṁvuto—
อยํ วจีปาริสุทฺธิ ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vacīpārisuddhi.
เอทิสาย วจีปาริสุทฺธิยา
สมนฺนาคโต อสฺสาติ✎ ร่าง
Edisāya vacīpārisuddhiyā samannāgato assāti—
กฺยาสฺส พฺยปฺปถโย อสฺสุ ฯ✎ ร่าง
kyāssa byappathayo assu.