‹ กลับ
สาริปุตตสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 918 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๐๑๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๑๘] คำว่า พึงเป็นผู้มีศีลและวัตรอย่างไร? ความว่า พระเถระย่อมทูลถามถึง ความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตรว่า ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ประกอบด้วยศีลและวัตรอย่างไร คือ ด้วยศีล และวัตรที่ดำรงไว้อย่างไร มีชนิดอย่างไร มีส่วนเปรียบอย่างไร. ความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตรเป็นไฉน? บางแห่งเป็นศีลและเป็นวัตร บางแห่งเป็น วัตรแต่ไม่เป็นศีล. ศีลและเป็นวัตรเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวม ด้วยความสำรวม ในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร เป็นผู้เห็นภัยในโทษทั้งหลายมีประมาณน้อย สมาทานศึกษาในสิกขาบททั้งหลาย ความสำรวม ความระวัง ความไม่ก้าวล่วงในสิกขาบท ทั้งหลายนั้น นี่เป็นศีล. ความสมาทาน ชื่อว่าเป็นวัตร. เพราะอรรถว่า สำรวม จึงชื่อว่า ศีล. เพราะอรรถว่า สมาทาน จึงชื่อว่า วัตร. นี้เรียกว่าศีลและวัตร. เป็นวัตรแต่ไม่เป็นศีลเป็นไฉน? ธุดงค์ ๘ คือ อารัญญิกังคธุดงค์ ๑ ปิณฑปาติกังคธุดงค์ ๑ ปังสุกุลิกังคธุดงค์ ๑ เตจีวริกังคธุดงค์ ๑ สปทานจาริกังคธุดงค์ ๑ ขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ ๑ เนสัชชิกังคธุดงค์ ๑ ยถาสันตติกังคธุดงค์ ๑ นี้เรียกว่าเป็นวัตร แต่ไม่เป็นศีล. แม้การ สมาทานความเพียร ก็เรียกว่าเป็นวัตร ไม่เป็นศีล กล่าวคือ พระมหาสัตว์ทรงประคองตั้ง พระทัยว่าจงเหลืออยู่แต่หนัง เอ็น กระดูก ก็ตามที เนื้อและเลือดในสรีระจงเหือดแห้งไปเถิด ผลใดอันบุรุษพึงบรรลุด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ ด้วยกำลังของบุรุษ ด้วยความเพียรของบุรุษ ด้วย ความบากบั่นของบุรุษ การไม่บรรลุผลนั้นแล้วหยุดความเพียรเสียจักไม่มี ดังนี้ แม้การสมาทาน ความเพียรเห็นปานนี้ ก็เรียกว่าเป็นวัตร ไม่เป็นศีล. ภิกษุประคองตั้งจิตว่า เมื่อลูกศรคือตัณหาเรายังถอนไม่ได้แล้ว เราจักไม่กิน จักไม่ดื่ม จักไม่ ออกจากวิหาร ทั้งจักไม่เอนข้าง [ไม่นอน] ดังนี้. แม้การสมาทานความเพียรเห็นปานนี้ ก็เรียกว่าเป็นวัตร ไม่เป็นศีล. พระมหาสัตว์ทรง ประคองตั้งพระทัยว่า เราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้จนตลอดเวลาที่จิตของเราจักไม่หลุดพ้นจาก อาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น ดังนี้ แม้การสมาทานความเพียรเห็นปานนี้ ก็เรียกว่าเป็นวัตร ไม่เป็นศีล. ภิกษุประคองตั้งจิตว่า จิตของเราจักไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น เพียงใด เราจักไม่ลุกขึ้นจากอาสนะนี้เพียงนั้น จิตของเราจักยังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่นเพียงใด เราจักไม่ลงจากที่จงกรม จักไม่ออกจากวิหาร จักไม่ออกจากเรือนมี หลังคาแถบเดียว จักไม่ออกจากปราสาท จักไม่ออกจากเรือนโล้น จักไม่ออกจากเพิง จักไม่ ออกจากถ้ำ จักไม่ออกจากกุฏิ จักไม่ออกจากเรือนยอด จักไม่ออกจากป้อม จักไม่ออกจาก โรงกรม จักไม่ออกจากเรือนที่มีเครื่องกั้น จักไม่ออกจากศาลาที่บำรุง จักไม่ออกจากมณฑป จักไม่ออกจากโคนต้นไม้ เพียงนั้น ดังนี้ แม้การสมาทานความเพียรเห็นปานนี้ ก็เรียกว่าเป็น วัตร ไม่เป็นศีล. ภิกษุประคองตั้งจิตว่า ในเวลาเช้านี้แหละ เราจักนำมา จักนำมาพร้อม จักบรรลุ จักถูกต้อง จักทำให้แจ้ง ซึ่งอริยธรรม ดังนี้ แม้การสมาทานความเพียรเห็นปานนี้ ก็เรียกว่าเป็นวัตร ไม่เป็นศีล. ภิกษุปวะคองตั้งจิตว่า ในเวลาเที่ยงนี้แหละ ในเวลาเย็นนี้แหละ ในกาลก่อนภัตนี้แหละ ในกาลภายหลังภัตนี้แหละ ในยามต้นนี้แหละ ในยามหลังนี้แหละ ในฤดูร้อนนี้แหละ ในตอนวัยต้นนี้แหละ ในตอนวัยกลางนี้แหละ ในตอนวัยหลังนี้แหละ เราจักนำมา จักนำมาพร้อม จักบรรลุ จักถูกต้อง จำทำให้แจ้งซึ่งอริยธรรม ดังนี้ แม้การสมาทาน ความเพียรเห็นปานนี้ ก็เรียกว่าเป็นวัตร ไม่เป็นศีล. นี้ชื่อว่าความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตร. ภิกษุ พึงเป็นผู้ประกอบด้วยความบริสุทธิ์แห่งศีลและวัตรเช่นนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เธอพึงเป็นผู้มี ศีลและวัตรอย่างไร?
เทียบรายประโยค (29 ประโยค)
mnd16:133.2 #
กานิ สีลพฺพตานสฺสูติ กีทิเสน สีลพฺพตฺเตน สมนฺนาคโต อสฺส กึสณฺฐิเตน กึปกาเรน กึปฏิภาเคนาติ สีลพฺพตฺตปาริสุทฺธึ ปุจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Kīdisena sīlabbatena samannāgato assa kiṁsaṇṭhitena kiṁpakārena kiṁpaṭibhāgenāti sīlabbatapārisuddhiṁ pucchati.
mnd16:133.3 #
กตมา สีลพฺพตฺตปาริสุทฺธิ ๑- ฯ✎ ร่าง
Katamā sīlabbatapārisuddhi?
mnd16:133.4 #
อตฺถิ สีลญฺเจว วตฺตญฺจ อตฺถิ วตฺตํ น สีลํ ฯ✎ ร่าง
Atthi sīlañceva vatañca, atthi vataṁ na sīlaṁ.
mnd16:133.5 #
กตมํ สีลญฺเจว วตฺตญฺจ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ sīlañceva vatañca?
mnd16:133.6 #
อิธ ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ✎ ร่าง
Idha bhikkhu sīlavā hoti, pātimokkhasaṁvarasaṁvuto viharati ācāragocarasampanno, aṇumattesu vajjesu bhayadassāvī, samādāya sikkhati sikkhāpadesu.
mnd16:133.7 #
โย ตตฺถ สํยโม สํวโร อวีติกฺกโม✎ ร่าง
Yo tattha saññamo saṁvaro avītikkamo—
mnd16:133.8 #
อิทํ สีลํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ sīlaṁ.
mnd16:133.9 #
ยํ สมาทานํ✎ ร่าง
Yaṁ samādānaṁ—
mnd16:133.10 #
ตํ วตฺตํ ฯ✎ ร่าง
taṁ vataṁ.
mnd16:133.11 #
สํวรฏฺเฐน สีลํ สมาทานฏฺเฐน วตฺตํ ฯ✎ ร่าง
Saṁvaraṭṭhena sīlaṁ, samādānaṭṭhena vataṁ—
mnd16:133.12 #
อิทํ วุจฺจติ สีลญฺเจว วตฺตญฺจ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vuccati sīlañceva vatañca.
mnd16:134.1 #
กตมํ วตฺตํ น สีลํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ vataṁ na sīlaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.585
mnd16:134.2 #
อฏฺฐ ธุตงฺคานิ✎ ร่าง
Aṭṭha dhutaṅgāni—
mnd16:134.3 #
อารญฺญิกงฺคํ ปิณฺฑปาติกงฺคํ ปํสุกูลิกงฺคํ เตจีวริกงฺคํ สปทานจาริกงฺคํ ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคํ เนสชฺชิกงฺคํ ยถาสนฺถติกงฺคํ✎ ร่าง
āraññikaṅgaṁ, piṇḍapātikaṅgaṁ, paṁsukūlikaṅgaṁ, tecīvarikaṅgaṁ, sapadānacārikaṅgaṁ, khalupacchābhattikaṅgaṁ, nesajjikaṅgaṁ, yathāsanthatikaṅgaṁ—
mnd16:134.4 #
อิทํ วุจฺจติ วตฺตํ น สีลํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vuccati vataṁ na sīlaṁ.
mnd16:134.5 #
วิริยสมาทานมฺปิ วุจฺจติ วตฺตํ น สีลํ ฯ✎ ร่าง
Vīriyasamādānampi vuccati vataṁ na sīlaṁ.
mnd16:134.6 #
กามํ ตโจ จ นฺหารุ @เชิงอรรถ: ๑ โป. ยุ. ปาริสุทฺธิ ฯ จ อฏฺฐิ จ อวสุสฺสตุ ๑- สรีเร อุปสุสฺสตุ มํสโลหิตํ ยนฺตํ ปุริสถาเมน ปุริสพเลน ปุริสวิริเยน ปุริสปรกฺกเมน ปตฺตพฺพํ น ตํ อปาปุณิตฺวา วิริยสฺส สณฺฐานํ ภวิสฺสตีติ✎ ร่าง
Kāmaṁ taco ca nhāru ca aṭṭhi ca avasissatu, sarīre upassussatu maṁsalohitaṁ, yaṁ taṁ purisathāmena purisabalena purisavīriyena purisaparakkamena pattabbaṁ na taṁ apāpuṇitvā vīriyassa saṇṭhānaṁ bhavissatīti—
mnd16:134.7 #
จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ✎ ร่าง
cittaṁ paggaṇhāti padahati.
mnd16:134.8 #
เอวรูปมฺปิ วิริยสมาทานํ วุจฺจติ วตฺตํ น สีลํ ฯ✎ ร่าง
Evarūpampi vīriyasamādānaṁ vuccati vataṁ na sīlaṁ.
mnd16:135.1 #
นาสิสฺสํ น ปิวิสฺสามิ✎ ร่าง
“Nāsissaṁ na pivissāmi,
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.676
mnd16:135.2 #
วิหารโต น นิกฺขมึ✎ ร่าง
vihārato na nikkhame;
mnd16:135.3 #
นปิ ปสฺสํ นิปาเตสฺสํ✎ ร่าง
Napi passaṁ nipātessaṁ,
mnd16:135.4 #
ตณฺหาสลฺเล อนูหเตติ✎ ร่าง
taṇhāsalle anūhate”ti.
mnd16:136.1 #
จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ✎ ร่าง
Cittaṁ paggaṇhāti padahati.
อ้างอิงPTS 477 · สยามรัฐ 29.586 · ฉัฏฐสังคายนา 77.360
mnd16:136.2 #
เอวรูปมฺปิ วิริยสมาทานํ วุจฺจติ วตฺตํ น สีลํ ฯ✎ ร่าง
Evarūpampi vīriyasamādānaṁ vuccati vataṁ na sīlaṁ.
mnd16:136.3 #
น ตาวาหํ อิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ ยาว เม น อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจิสฺสตีติ✎ ร่าง
Na tāvāhaṁ imaṁ pallaṅkaṁ bhindissāmi yāva me na anupādāya āsavehi cittaṁ vimuccissatīti—
mnd16:136.4 #
จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ✎ ร่าง
cittaṁ paggaṇhāti padahati.
mnd16:136.5 #
เอวรูปมฺปิ วิริยสมาทานํ วุจฺจติ วตฺตํ น สีลํ ฯ✎ ร่าง
Evarūpampi vīriyasamādānaṁ vuccati vataṁ, na sīlaṁ.
mnd16:136.6 #
น ตาวาหํ อิมมฺหา อาสนา วุฏฺฐหิสฺสามิ✎ ร่าง
Na tāvāhaṁ imamhā āsanā vuṭṭhahissāmi …
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน