เนื้อความทั้งข้อ
[๙๓] คำว่า อานิสงส์ที่เห็นอยู่ในตน มีความว่า ศัพท์ว่า ยทตฺตนิ ตัดบทเป็น
ยํ อตฺตนิ. ทิฏฐิเรียกว่า ตน. บุคคลนั้น ย่อมเห็นอานิสงส์ ๒ อย่าง แห่งทิฏฐิของตน คือ
อานิสงส์มีในชาตินี้ ๑ อานิสงส์มีในชาติหน้า ๑.
อานิสงส์แห่งทิฏฐิมีในชาตินี้เป็นไฉน? ศาสดาเป็นผู้มีทิฏฐิอย่างใด พวกสาวกเป็น
ผู้มีทิฏฐิอย่างนั้น พวกสาวกย่อมสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรง ศาสดา ผู้มีทิฏฐิ
อย่างนั้น และย่อมได้ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ที่มีศาสดานั้น
เป็นเหตุ นี้ชื่อว่า อานิสงส์แห่งทิฏฐิมีในชาตินี้.
อานิสงส์แห่งทิฏฐิมีในชาติหน้าเป็นไฉน? บุคคลนั้นย่อมหวังผลในอนาคตว่า ทิฏฐินี้
ควรเพื่อความเป็นนาค เป็นครุฑ เป็นยักษ์ เป็นอสูร เป็นคนธรรพ์ เป็นมหาราช เป็น
พระอินทร์ เป็นพรหม หรือเป็นเทวดา ทิฏฐินี้ ควรเพื่อความหมดจด หมดจดวิเศษ บริสุทธิ์
หลุดไป พ้นไป หลุดพ้นไป ด้วยทิฏฐินี้ สัตว์ทั้งหลาย ย่อมหมดจด หมดจดวิเศษ บริสุทธิ์
หลุดไป พ้นไป หลุดพ้นไป ด้วยทิฏฐินี้ เราจักหมดจด หมดจดวิเศษ บริสุทธิ์ หลุดไป
พ้นไป หลุดพ้นไป ด้วยทิฏฐินี้ดังนี้ นี้ชื่อว่า อานิสงส์แห่งทิฏฐิมีในชาติหน้า.
บุคคลนั้นย่อมเห็น แลเห็น เหลียวเห็น เล็งเห็น พิจารณาเห็น ซึ่งอานิสงส์แห่ง
ทิฏฐิของตน ๒ ประการนี้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อานิสงส์ ที่เห็นอยู่ในตน.
ยทตฺตนิ ปสฺสติ อานิสํสนฺติ✎ ร่าง
Yadattani passati ānisaṁsanti.
อ้างอิงPTS 74 · สยามรัฐ 29.87 · พุทธชยันตี 33.102
ยทตฺตนีติ ยํ อตฺตนิ ฯ✎ ร่าง
Yadattanīti yaṁ attani.
อตฺตา วุจฺจติ ทิฏฺฐิคตํ ฯ✎ ร่าง
Attā vuccati diṭṭhigataṁ.
อตฺตโน ทิฏฺฐิยา เทฺว อานิสํเส ปสฺสติ✎ ร่าง
Attano diṭṭhiyā dve ānisaṁse passati—
ทิฏฺฐธมฺมิกญฺจ อานิสํสํ สมฺปรายิกญฺจ อานิสํสํ ฯ✎ ร่าง
diṭṭhadhammikañca ānisaṁsaṁ, samparāyikañca ānisaṁsaṁ.
กตโม ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐธมฺมิโก อานิสํโส ฯ✎ ร่าง
Katamo diṭṭhiyā diṭṭhadhammiko ānisaṁso?
ยํทิฏฺฐิโก
สตฺถา โหติ ตํทิฏฺฐิกา สาวกา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Yaṁdiṭṭhiko satthā hoti, taṁdiṭṭhikā sāvakā honti.
ตํทิฏฺฐิกํ สตฺถารํ สาวกา
สกฺกโรนฺติ ครุกโรนฺติ มาเนนฺติ ปูเชนฺติ อปจิตึ กโรนฺติ✎ ร่าง
Taṁdiṭṭhikaṁ satthāraṁ sāvakā sakkaronti garuṁ karonti mānenti pūjenti apacitiṁ karonti.
ลภนฺติ
จ ตโตนิทานํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ✎ ร่าง
Labhati ca tatonidānaṁ cīvarapiṇḍapātasenāsanagilānapaccayabhesajjaparikkhāraṁ—
อยํ ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐธมฺมิโก อานิสํโส ฯ✎ ร่าง
ayaṁ diṭṭhiyā diṭṭhadhammiko ānisaṁso.
กตโม ทิฏฺฐิยา สมฺปรายิโก อานิสํโส ฯ✎ ร่าง
Katamo diṭṭhiyā samparāyiko ānisaṁso?
อยํ ทิฏฺฐิ อลํ
นาคตฺตาย วา สุปณฺณตฺตาย วา ยกฺขตฺตาย วา อสุรตฺตาย วา
คนฺธพฺพตฺตาย วา มหาราชตฺตาย วา อินฺทตฺตาย วา พฺรหฺมตฺตาย
วา เทวตฺตาย วา✎ ร่าง
Ayaṁ diṭṭhi alaṁ nāgattāya vā supaṇṇattāya vā yakkhattāya vā asurattāya vā gandhabbattāya vā mahārājattāya vā indattāya vā brahmattāya vā devattāya vā.
อยํ ทิฏฺฐิ อลํ สุทฺธิยา วิสุทฺธิยา ปริสุทฺธิยา
มุตฺติยา วิมุตฺติยา ปริมุตฺติยา✎ ร่าง
Ayaṁ diṭṭhi suddhiyā visuddhiyā parisuddhiyā, muttiyā vimuttiyā parimuttiyā.
อิมาย ทิฏฺฐิยา สุชฺฌนฺติ วิสุชฺฌนฺติ
@เชิงอรรถ: ๑ โป. ม. อตฺถิ ฯ ๒ โป. ม. อเววทาตา ฯ
ปริสุชฺฌนฺติ มุจฺจนฺติ วิมุจฺจนฺติ ปริมุจฺจนฺติ✎ ร่าง
Imāya diṭṭhiyā sujjhanti visujjhanti parisujjhanti muccanti vimuccanti parimuccanti.
อิมาย ทิฏฺฐิยา
สุชฺฌิสฺสามิ วิสุชฺฌิสฺสามิ ปริสุชฺฌิสฺสามิ มุจฺจิสฺสามิ วิมุจฺจิสฺสามิ
ปริมุจฺจิสฺสามีติ อายตึ ผลปาฏิกงฺขี โหติ✎ ร่าง
Imāya diṭṭhiyā sujjhissāmi visujjhissāmi parisujjhissāmi, muccissāmi vimuccissāmi parimuccissāmīti āyatiṁ phalapāṭikaṅkhī hoti—
อยํ ทิฏฺฐิยา
สมฺปรายิโก อานิสํโส ฯ✎ ร่าง
ayaṁ diṭṭhiyā samparāyiko ānisaṁso.
อตฺตโน ทิฏฺฐิยา อิเม เทฺว อานิสํเส ปสฺสติ ทกฺขติ
โอโลเกติ นิชฺฌายติ อุปปริกฺขตีติ✎ ร่าง
Attano diṭṭhiyā ime dve ānisaṁse passati dakkhati oloketi nijjhāyati upaparikkhatīti—
ยทตฺตนิ ปสฺสติ อานิสํสํ ฯ✎ ร่าง
yadattani passati ānisaṁsaṁ.