เนื้อความทั้งข้อ
[๙๔] คำว่า บุคคลนั้นเป็นผู้อาศัยอานิสงส์และอาศัยสันติ ที่กำเริบ ที่อาศัยกันเกิดขึ้น
มีความว่า สันติมี ๓ ประการ คือ สันติโดยส่วนเดียว ๑ สันติโดยองค์นั้นๆ ๑ สันติโดย
สมมติ ๑.
สันติโดยส่วนเดียวเป็นไฉน? อมตนิพพาน คือ ความระงับสังขารทั้งปวง ความ
สละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสำรอก ความดับ ความออกจากตัณหา เรียกว่า
สันติโดยส่วนเดียว นี้ชื่อว่า สันติโดยส่วนเดียว.
สันติโดยองค์นั้นๆ เป็นไฉน? บุคคลผู้บรรลุปฐมฌาน มีนิวรณ์สงบไป. ผู้บรรลุ
ทุติยฌานมีวิตกและวิจารณ์สงบไป. ผู้บรรลุตติยฌานมีปีติสงบไป. ผู้บรรลุจตุตถฌานมีสุขและ
ทุกข์สงบไป. ผู้บรรลุอากาสานัญจายตนฌาน มีรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา สงบไป.
ผู้บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน มีอากาสานัญจายตนสัญญาสงบไป. ผู้บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน
มีวิญญาณัญจายตนสัญญาสงบไป. ผู้บรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน มีอากิญจัญญายตนสัญญา
สงบไป. นี้ชื่อว่า สันติโดยองค์นั้นๆ .
สันติโดยสมมติเป็นไฉน? ทิฏฐิ ๖๒ เป็นทิฏฐิสงบไป เรียกว่า สันติโดยสมมติ.
อนึ่ง สันติโดยสมมติ พระผู้มีพระภาคประสงค์เอาว่า สันติ ในคาถานี้.
คำว่า บุคคลนั้นเป็นผู้อาศัยอานิสงส์และอาศัยสันติที่กำเริบ ที่อาศัยกันเกิดขึ้น
มีความว่า คำว่า อาศัย คือพัวพัน ติดพัน ติดใจ น้อมใจถึง (อานิสงส์นั้น) และถึงสันติ
อันกำเริบได้ คือกำเริบทั่ว เอนไป เอียงไป หวั่นไหว กระทบกระทั่ง อันตนกำหนดแล้ว
อันตนกำหนดทั่วแล้ว ไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว อาศัยกันเกิดขึ้น มีความสิ้นไป เสื่อมไป
สำรอกไป ดับไปเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลนั้นเป็นผู้อาศัยอานิสงส์ และอาศัย
สันติอันกำเริบที่อาศัยกันเกิดขึ้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
ทิฏฐิธรรมทั้งหลาย ของเจ้าทิฏฐิใด เป็นธรรมที่บุคคลนั้นกำหนดแล้ว
ที่ปัจจัยปรุงแต่ง กระทำไว้ในเบื้องหน้า ไม่ขาวสะอาด มีอยู่ และบุคคล
นั้นเป็นผู้อาศัยอานิสงส์ที่เห็นอยู่ในตน และอาศัยสันติที่กำเริบ อันอาศัย
กันเกิดขึ้น เขาพึงยกตนหรือข่มผู้อื่น.
ตนฺนิสฺสิโต กุปฺปปฏิจฺจสนฺตินฺติ✎ ร่าง
Taṁ nissito kuppapaṭiccasantinti.
อ้างอิงPTS 75 · สยามรัฐ 29.88 · ฉัฏฐสังคายนา 77.53
ติสฺโส สนฺติโย✎ ร่าง
Tisso santiyo—
อจฺจนฺตสนฺติ
ตทงฺคสนฺติ สมฺมติสนฺติ ฯ✎ ร่าง
accantasanti, tadaṅgasanti, sammutisanti.
กตมา อจฺจนฺตสนฺติ ฯ✎ ร่าง
Katamā accantasanti?
อจฺจนฺตสนฺติ วุจฺจติ อมตํ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Accantasanti vuccati amataṁ nibbānaṁ.
โย โส สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหกฺขโย วิราโค
นิโรโธ นิพฺพานํ✎ ร่าง
Yo so sabbasaṅkhārasamatho sabbūpadhipaṭinissaggo taṇhakkhayo virāgo nirodho nibbānaṁ.
อยํ อจฺจนฺตสนฺติ ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ accantasanti.
กตมา ตทงฺคสนฺติ ฯ✎ ร่าง
Katamā tadaṅgasanti?
ปฐมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส นีวรณา
สนฺตา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Paṭhamaṁ jhānaṁ samāpannassa nīvaraṇā santā honti;
ทุติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจารา สนฺตา
โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
dutiyaṁ jhānaṁ samāpannassa vitakkavicārā santā honti;
ตติยํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส ปีติ สนฺตา โหติ ฯ✎ ร่าง
tatiyaṁ jhānaṁ samāpannassa pīti santā hoti;
จตุตฺถํ
ฌานํ สมาปนฺนสฺส สุขทุกฺขา สนฺตา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
catutthaṁ jhānaṁ samāpannassa sukhadukkhā santā honti;
อากาสานญฺจายตนํ
สมาปนฺนสฺส รูปสญฺญา ปฏิฆสญฺญา นานตฺตสญฺญา สนฺตา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
ākāsānañcāyatanaṁ samāpannassa rūpasaññā paṭighasaññā nānattasaññā santā hoti;
วิญฺญาณญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส อากาสานญฺจายตนสญฺญา สนฺตา
โหติ ฯ✎ ร่าง
viññāṇañcāyatanaṁ samāpannassa ākāsānañcāyatanasaññā santā hoti;
อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญา
สนฺตา โหติ ฯ✎ ร่าง
ākiñcaññāyatanaṁ samāpannassa viññāṇañcāyatanasaññā santā hoti;
เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส
อากิญฺจญฺญายตนสญฺญา สนฺตา โหติ ฯ✎ ร่าง
nevasaññānāsaññāyatanaṁ samāpannassa ākiñcaññāyatanasaññā santā hoti.
อยํ ตทงฺคสนฺติ ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ tadaṅgasanti.
กตมา สมฺมติสนฺติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Katamā sammutisanti?
สมฺมติสนฺติ วุจฺจนฺติ ทฺวาสฏฺฐี
ทิฏฺฐิคตานิ ทิฏฺฐิสนฺติโย ฯ✎ ร่าง
Sammutisantiyo vuccanti dvāsaṭṭhi diṭṭhigatāni diṭṭhisantiyo.
อปิจ สมฺมติสนฺติ อิมสฺมึ✎ ร่าง
Api ca sammutisanti imasmiṁ atthe adhippetā santīti.