‹ กลับ
สาริปุตตสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 931 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๐๑๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๓๑] คำว่า ภิกษุ ในคำว่า ภิกษุ ... มีสติ ประพฤติในธรรมเป็นส่วนสุดรอบ คือ ภิกษุที่เป็นกัลยาณปุถุชน หรือภิกษุที่เป็นพระเสขะ คำว่า มีสติ ความว่า มีสติด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ เมื่อเจริญสติปัฏฐานคือพิจารณาเห็นกายในกาย ก็ชื่อว่ามีสติ เมื่อเจริญสติ ปัฏฐานคือพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ก็ชื่อว่ามีสติ เมื่อเจริญสติปัฏฐานคือพิจารณา เห็นจิตในจิต ก็ชื่อว่ามีสติ เมื่อเจริญสติปัฏฐานคือพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย ก็ชื่อว่า มีสติ ภิกษุนั้นท่านเรียกว่า เป็นผู้มีสติ. ธรรมเป็นส่วนสุดรอบในคำว่า ประพฤติธรรมเป็น ส่วนสุดรอบ มี ๔ ประการ คือ ธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือ ศีลสังวร ๑ ธรรมเป็นส่วนสุด รอบคืออินทรียสังวร ๑ ธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือโภชเนมัตตัญญุตา ๑ ธรรมเป็นส่วนสุด รอบคือชาคริยานุโยค ๑. ธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือศีลสังวรเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวม อยู่ในปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร เป็นผู้เห็นภัยในโทษทั้งหลายมีประมาณ น้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย พิจารณาถึงความเสีย ณ ภายใน ชื่อว่าประพฤติ ในธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือศีลสังวร ณ ภายใน มิได้ทำลายศีลอันเป็นเขตแดน นี้ชื่อว่า ธรรม เป็นส่วนสุดรอบคือศีลสังวร. ธรรมเป็นส่วนสุดรอบคืออินทรียสังวรเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้เห็นรูปด้วยจักษุ แล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะพึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามกคือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้น ย่อมรักษาจักขุนทรีย์ ย่อมถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ฟังเสียงด้วยหู ดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้อง โผฏฐัพพะด้วยกาย รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติ เพื่อสำรวมมนินทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะพึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามกคืออภิชฌาและ โทมนัสครอบงำนั้น ย่อมรักษามนินทรีย์ ย่อมถึงความสำรวมในมนินทรีย์ พิจารณาอาทิตต- *ปริยายเทศนา ชื่อว่าประพฤติในธรรมเป็นส่วนสุดรอบคืออินทรียสังวรในภายใน มิได้ทำลาย อินทรียสังวรอันเป็นเขตแดน นี้ชื่อว่าธรรมเป็นส่วนสุดรอบคืออินทรียสังวร. ธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือโภชเนมัตตัญญุตาเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณา โดยอุบายอันแยบคายแล้ว ฉันอาหาร ไม่ฉันเพื่อเล่น ไม่ฉันเพื่อมัวเมา ไม่ฉันเพื่อประดับ ไม่ฉันเพื่อตกแต่ง ฉันเพื่อความตั้งอยู่แห่งกายนี้ เพื่อจะให้กายนี้เป็นไป เพื่อเว้นความลำบาก แห่งกายนี้ เพื่ออนุเคราะห์แก่พรหมจรรย์ ด้วยมนสิการว่า เราจะบำบัดเวทนาเก่า จักไม่ให้เวทนา ใหม่เกิดขึ้น และความดำเนินของเรา ความที่เราไม่มีโทษ ความอยู่สบายของเราจักมี ดังนี้ อย่างเดียวเท่านั้น พิจารณาอาหารเปรียบด้วยน้ำมันสำหรับหยอดเพลาเกวียน ผ้าสำหรับปิดแผล และเนื้อบุตร (ของคนที่เดินทางกันดาร) ชื่อว่าประพฤติในธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือโภชเนมัต- *ตัญญุตา ย่อมไม่ทำลายโภชเนมัตตัญญุตาอันเป็นเขตแดนในภายใน นี้ชื่อว่า ธรรมเป็นส่วนสุด รอบ คือโภชเนมัตตัญญุตา. ธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือชาคริยานุโยคเป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมชำระจิตให้ บริสุทธิ์จากธรรมทั้งหลายอันเป็นเครื่องกั้นกาง ด้วยการเดิน การนั่งตลอดวัน ย่อมชำระจิตให้ บริสุทธิ์จากธรรมทั้งหลายอันเป็นเครื่องกั้นกาง ด้วยการเดินการนั่งตลอดปฐมยามแห่งราตรี ย่อม สำเร็จสีหไสยา (นอนอย่างราชสีห์) โดยข้างเบื้องขวา ซ้อนเท้าเหลื่อมเท้า มีสติสัมปชัญญะ ใส่ใจถึงสัญญาในความลุกขึ้น ตลอดมัชฌิมยามแห่งราตรี กลับลุกขึ้นแล้ว ชำระจิตให้บริสุทธิ์ จากธรรมทั้งหลายอันเป็นเครื่องกั้นกาง ด้วยการเดิน การนั่งตลอดปัจฉิมยามแห่งราตรี พิจารณา ถึงความอยู่แห่งบุคคลผู้มีราตรีเดียวเจริญ ชื่อว่าประพฤติในธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือชาคริยานุโยค ในภายใน ย่อมไม่ทำลายชาคริยานุโยคอันเป็นเขตแดน นี้ชื่อว่า ธรรมเป็นส่วนสุดรอบคือ ชาคริยานุโยค เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ภิกษุ ... มีสติ ประพฤติในธรรมเป็นส่วนสุดรอบ.
เทียบรายประโยค (33 ประโยค)
mnd16:160.1 #
ภิกฺขุ สโต สปฺปริยนฺตจารีติ✎ ร่าง
Bhikkhu sato sapariyantacārīti.
mnd16:160.2 #
ภิกฺขูติ กลฺยาณปุถุชฺชโน วา ภิกฺขุ เสกฺโข วา ภิกฺขุ ฯ✎ ร่าง
Bhikkhūti puthujjanakalyāṇako vā bhikkhu sekkho vā bhikkhu.
mnd16:160.3 #
สโตติ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Satoti catūhi kāraṇehi sato—
mnd16:160.4 #
กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ภาเวนฺโต สโต✎ ร่าง
kāye kāyānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato,
mnd16:160.5 #
เวทนาสุ✎ ร่าง
vedanāsu …pe…
mnd16:160.6 #
จิตฺเต✎ ร่าง
citte …
mnd16:160.7 #
ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ภาเวนฺโต สโต✎ ร่าง
dhammesu dhammānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento sato—
mnd16:160.8 #
โส วุจฺจติ สโต ฯ✎ ร่าง
so vuccati sato.
mnd16:160.9 #
สปฺปริยนฺตจารีติ จตฺตาโร ปริยนฺตา✎ ร่าง
Sapariyantacārīti cattāro pariyantā—
mnd16:160.10 #
สีลสํวรปริยนฺโต อินฺทฺริยสํวรปริยนฺโต โภชเน มตฺตญฺญุตาปริยนฺโต ชาคริยานุโยคปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
sīlasaṁvarapariyanto, indriyasaṁvarapariyanto, bhojane mattaññutāpariyanto, jāgariyānuyogapariyanto.
mnd16:161.1 #
กตโม สีลสํวรปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
Katamo sīlasaṁvarapariyanto?
อ้างอิงสยามรัฐ 29.594 · ฉัฏฐสังคายนา 77.365
mnd16:161.2 #
อิธ ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ✎ ร่าง
Idha bhikkhu sīlavā hoti, pātimokkhasaṁvarasaṁvuto viharati ācāragocarasampanno, aṇumattesu vajjesu bhayadassāvī, samādāya sikkhati sikkhāpadesu.
mnd16:161.3 #
อนฺโต ปูติภาวํ ปจฺจเวกฺขมาโน อนฺโต สีลสํวรปริยนฺเต จรติ มริยาทํ น ภินฺทติ✎ ร่าง
Antopūtibhāvaṁ paccavekkhamāno anto sīlasaṁvarapariyante carati, mariyādaṁ na bhindati—
mnd16:161.4 #
อยํ สีลสํวรปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
ayaṁ sīlasaṁvarapariyanto.
mnd16:162.1 #
กตโม อินฺทฺริยสํวรปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
Katamo indriyasaṁvarapariyanto?
mnd16:162.2 #
อิธ ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี✎ ร่าง
Idha bhikkhu cakkhunā rūpaṁ disvā na nimittaggāhī hoti nānubyañjanaggāhī.
mnd16:162.3 #
ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ✎ ร่าง
Yatvādhikaraṇamenaṁ …pe…
mnd16:162.4 #
จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ✎ ร่าง
cakkhundriye saṁvaraṁ āpajjati.
mnd16:162.5 #
โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี✎ ร่าง
Sotena saddaṁ sutvā … ghānena gandhaṁ ghāyitvā … jivhāya rasaṁ sāyitvā … kāyena phoṭṭhabbaṁ phusitvā … manasā dhammaṁ viññāya na nimittaggāhī hoti nānubyañjanaggāhī.
mnd16:171.4 #
pākaṭaparissayā ca paṭicchannaparissayā ca …pe…
mnd16:162.6 #
ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ รกฺขติ มนินฺทฺริยํ มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ✎ ร่าง
Yatvādhikaraṇamenaṁ manindriyaṁ susaṁvutaṁ viharantaṁ abhijjhādomanassā pāpakā akusalā dhammā nānvāssaveyyuṁ, tassa saṁvarāya paṭipajjati, rakkhati manindriyaṁ, manindriye saṁvaraṁ āpajjati.
mnd16:162.7 #
อาทิตฺตปริยายํ ปจฺจเวกฺขมาโน อนฺโต อินฺทฺริยสํวรปริยนฺเต จรติ มริยาทํ น ภินฺทติ✎ ร่าง
Ādittapariyāyaṁ paccavekkhamāno anto indriyasaṁvarapariyante carati, mariyādaṁ na bhindati—
mnd16:162.8 #
อยํ อินฺทฺริยสํวรปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
ayaṁ indriyasaṁvarapariyanto.
mnd16:163.1 #
กตโม โภชเน มตฺตญฺญุตาปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
Katamo bhojane mattaññutāpariyanto?
อ้างอิงPTS 484 · สยามรัฐ 29.595
mnd16:163.2 #
อิธ ภิกฺขุ ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ เนว ทวาย น มทาย น มณฺฑนาย น วิภูสนาย ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนาย วิหึสุปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย✎ ร่าง
Idha bhikkhu paṭisaṅkhā yoniso āhāraṁ āhāreti neva davāya na madāya na maṇḍanāya na vibhūsanāya, yāvadeva imassa kāyassa ṭhitiyā yāpanāya vihiṁsūparatiyā brahmacariyānuggahāya.
mnd16:163.3 #
อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามิ ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสติ อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จาติ✎ ร่าง
Iti purāṇañca vedanaṁ paṭihaṅkhāmi navañca vedanaṁ na uppādessāmi, yātrā ca me bhavissati anavajjatā ca phāsuvihāro cāti.
mnd16:163.4 #
อกฺขพฺภญฺชนวณปฏิจฺฉาทนปุตฺตมํสูปมํ ปจฺจเวกฺขมาโน อนฺโต โภชเน มตฺตญฺญุตาปริยนฺเต จรติ มริยาทํ น ภินฺทติ✎ ร่าง
Akkhabbhañjanavaṇapaṭicchādanaputtamaṁsūpamaṁ paccavekkhamāno anto bhojane mattaññutāpariyante carati, mariyādaṁ na bhindati—
mnd16:163.5 #
อยํ โภชเน มตฺตญฺญุตาปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
ayaṁ bhojane mattaññutāpariyanto.
mnd16:164.1 #
กตโม ชาคริยานุโยคปริยนฺโต ฯ✎ ร่าง
Katamo jāgariyānuyogapariyanto?
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.688
mnd16:164.2 #
อิธ ภิกฺขุ ทิวสํ ๑- จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ รตฺติยา ปฐมํ ยามํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปติ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิกริตฺวา รตฺติยา ปจฺฉิมํ ยามํ ปจฺจุฏฺฐาย จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ✎ ร่าง
Idha bhikkhu divasaṁ caṅkamena nisajjāya āvaraṇīyehi dhammehi cittaṁ parisodheti, rattiyā paṭhamaṁ yāmaṁ caṅkamena nisajjāya āvaraṇīyehi dhammehi cittaṁ parisodheti, rattiyā majjhimaṁ yāmaṁ dakkhiṇena passena sīhaseyyaṁ kappeti pāde pādaṁ accādhāya sato sampajāno uṭṭhānasaññaṁ manasi karitvā, rattiyā pacchimaṁ yāmaṁ paccuṭṭhāya caṅkamena nisajjāya āvaraṇīyehi dhammehi cittaṁ parisodheti.
mnd16:164.3 #
ภทฺเทกรตฺตวิหารํ ปจฺจเวกฺขมาโน อนฺโต ชาคริยานุโยคปริยนฺเต จรติ มริยาทํ น ภินฺทติ✎ ร่าง
Bhaddekarattavihāraṁ paccavekkhamāno anto jāgariyānuyogapariyante carati, mariyādaṁ na bhindati—
mnd16:164.4 #
อยํ ชาคริยานุโยค- ปริยนฺโตติ✎ ร่าง
ayaṁ jāgariyānuyogapariyantoti—
mnd16:164.5 #
ภิกฺขุ สโต สปฺปริยนฺตจารี ฯ✎ ร่าง
bhikkhu sato sapariyantacārī.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน