‹ กลับ
สาริปุตตสุตตนิทเทส
เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส · ข้อ 950 · ขุ.ชา.๓. ๒๙/๑๐๑๓๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๙๕๐] บทว่า อถ ในคำว่า อนึ่ง ภิกษุเมื่อปราบก็พึงปราบที่รักและที่เกลียดชังเสีย โดยแท้ เป็นบทสนธิ เป็นบทอุปสรรค เป็นบทปทปูรณะ เป็นศัพท์ประชุมอักขระ เป็นศัพท์ สละสลวยด้วยพยัญชนะ เป็นลำดับบท. ชื่อว่าที่รัก ได้แก่ ที่รัก ๒ อย่าง คือ สัตว์ ๑ สังขาร ๑. สัตว์เป็นที่รักเป็นไฉน? สัตว์ในโลกนี้เป็นผู้ปรารถนาความเจริญ ปรารถนาประโยชน์ เกื้อกูล ปรารถนาความผาสุก ปรารถนาความปลอดโปร่งจากโยคกิเลส แก่บุคคลนั้น คือ เป็นมารดา บิดา พี่ชายน้องชาย พี่หญิงน้องหญิง บุตร ธิดา มิตร อำมาตย์ ญาติสาโลหิต (ผู้สืบสาย) สัตว์เหล่านี้ ชื่อว่าเป็นที่รัก. สังขารเป็นที่รักเป็นไฉน? รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นที่ชอบใจ สังขารเหล่านี้ชื่อว่าเป็นที่รัก. ชื่อว่าที่เกลียดชัง ได้แก่ ที่เกลียด ชัง ๒ อย่าง คือ สัตว์ ๑ สังขาร ๑ สัตว์เป็นที่เกลียดชังเป็นไฉน? สัตว์ในโลกนี้ เป็นผู้ ไม่ปรารถนาความเจริญ ปรารถนาสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ปรารถนาความไม่ผาสุก ปรารถนาความไม่ปลอดโปร่งจากโยคกิเลส ปรารถนาจะปลงเสียจากชีวิต แก่บุคคลนั้น สัตว์ เหล่านี้ชื่อว่า เป็นที่เกลียดชัง. สังขารเป็นที่เกลียดชังเป็นไฉน? รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันไม่เป็นที่ชอบใจ สังขารเหล่านี้ชื่อว่า เป็นที่เกลียดชัง. คำว่า โดยแท้ เป็น คำกล่าวโดยส่วนเดียว เป็นคำกล่าวโดยไม่มีความสงสัย เป็นคำกล่าวโดยไม่มีความเคลือบแคลง เป็นคำกล่าวไม่เป็นสองส่วน เป็นคำกล่าวไม่เป็นสองอย่าง เป็นคำกล่าวมิได้รวมกัน เป็นคำ กล่าวไม่ผิด. คำว่า โดยแท้นี้ เป็นคำกล่าวกำหนดแน่. คำว่า อนึ่ง ภิกษุเมื่อปราบก็พึงปราบ ที่รักและที่เกลียดชังเสียโดยแท้ ความว่า ภิกษุเมื่อปราบก็พึงปราบ เมื่อย่ำยีก็พึงย่ำยีซึ่งที่รัก และที่เกลียดชัง ที่ยินดีและยินร้าย สุขและทุกข์ โสมนัสและโทมนัส อิฏฐารมณ์และ อนิฏฐารมณ์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อนึ่ง ภิกษุเมื่อปราบก็พึงปราบที่รักและที่เกลียดชังเสีย โดยแท้. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ภิกษุไม่พึงลุอำนาจแห่งความโกรธและความดูหมิ่น พึงขุดรากความ โกรธและความดูหมิ่นนั้นดำรงอยู่ อนึ่ง ภิกษุเมื่อปราบก็พึงปราบที่รักและ ที่เกลียดชังเสียโดยแท้.
เทียบรายประโยค (34 ประโยค)
mnd16:191.1 #
อถปฺปิยํ วา ปน อปฺปิยํ วา อทฺธา ภวนฺโต อภิสมฺภเวยฺยาติ✎ ร่าง
Athappiyaṁ vā pana appiyaṁ vā, addhā bhavanto abhisambhaveyyāti.
อ้างอิงPTS 491 · สยามรัฐ 29.604 · พุทธชยันตี 33.698
mnd16:191.2 #
อถาติ ปทสนฺธิ ปทสํสคฺโค ปทปาริปูริ อกฺขรสมวาโย พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตา ปทานุปุพฺพตาเมตํ✎ ร่าง
Athāti padasandhi padasaṁsaggo padapāripūrī akkharasamavāyo byañjanasiliṭṭhatā padānupubbatāpetaṁ—
mnd16:191.3 #
อถาติ ฯ✎ ร่าง
athāti.
mnd16:191.4 #
ปิยาติ เทฺว ปิยา✎ ร่าง
Piyāti dve piyā—
mnd16:191.5 #
สตฺตา วา สงฺขารา วา ฯ✎ ร่าง
sattā vā saṅkhārā vā.
mnd16:191.6 #
กตเม สตฺตา ปิยา ฯ✎ ร่าง
Katame sattā piyā?
mnd16:191.7 #
อิธ ยสฺส ๒- เต โหนฺติ อตฺถกามา หิตกามา ผาสุกามา โยคกฺเขมกามา @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ติฏฺเฐยฺย สนฺติฏฺเฐยฺยาติ ฯ ๒ ม. ยาสฺส ฯ มาตา วา ปิตา วา ภาตา วา ภคินี วา ปุตฺโต ๑- วา ธีตา วา มิตฺตา วา อมจฺจา วา ญาตี วา สาโลหิตา วา✎ ร่าง
Idha yāssa te honti atthakāmā hitakāmā phāsukāmā yogakkhemakāmā mātā vā pitā vā bhātā vā bhaginī vā puttā vā dhītā vā mittā vā amaccā vā ñātī vā sālohitā vā—
mnd16:191.8 #
อิเม สตฺตา ปิยา ฯ✎ ร่าง
ime sattā piyā.
mnd16:191.9 #
กตเม สงฺขารา ปิยา ฯ✎ ร่าง
Katame saṅkhārā piyā?
mnd16:191.10 #
มนาปิกา รูปา มนาปิกา สทฺทา มนาปิกา✎ ร่าง
Manāpikā rūpā manāpikā saddā …
mnd16:191.11 #
คนฺธา มนาปิกา✎ ร่าง
gandhā …
mnd16:191.12 #
รสา มนาปิกา✎ ร่าง
rasā …
mnd16:191.13 #
โผฏฺฐพฺพา✎ ร่าง
phoṭṭhabbā—
mnd16:191.14 #
อิเม สงฺขารา ปิยา ฯ✎ ร่าง
ime saṅkhārā piyā.
mnd16:191.15 #
อปฺปิยาติ เทฺว อปฺปิยา✎ ร่าง
Appiyāti dve appiyā—
mnd16:191.16 #
สตฺตา วา สงฺขารา วา ฯ✎ ร่าง
sattā vā saṅkhārā vā.
mnd16:191.17 #
กตเม สตฺตา อปฺปิยา ฯ✎ ร่าง
Katame sattā appiyā?
mnd16:191.18 #
อิธ ยสฺส เต โหนฺติ อนตฺถกามา อหิตกามา อผาสุกามา อโยคกฺเขมกามา ชีวิตา โวโรเปตุกามา✎ ร่าง
Idha yāssa te honti anatthakāmā ahitakāmā aphāsukāmā ayogakkhemakāmā jīvitā voropetukāmā—
mnd16:191.19 #
อิเม สตฺตา อปฺปิยา ฯ✎ ร่าง
ime sattā appiyā.
mnd16:191.20 #
กตเม สงฺขารา อปฺปิยา ฯ✎ ร่าง
Katame saṅkhārā appiyā?
mnd16:191.21 #
อมนาปิกา รูปา อมนาปิกา สทฺทา คนฺธา✎ ร่าง
Amanāpikā rūpā amanāpikā saddā, gandhā …
mnd16:191.22 #
รสา✎ ร่าง
rasā …
mnd16:191.23 #
โผฏฺฐพฺพา✎ ร่าง
phoṭṭhabbā—
mnd16:191.24 #
อิเม สงฺขารา อปฺปิยา ฯ✎ ร่าง
ime saṅkhārā appiyā.
mnd16:191.25 #
อทฺธาติ เอกํสวจนํ นิสฺสํสยวจนํ นิกฺกงฺขวจนํ อเทฺวชฺฌวจนํ อเทฺวฬฺหกวจนํ นิโยควจนํ ๒- อปณฺณกวจนํ อวตฺถาปนวจนเมตํ✎ ร่าง
Addhāti ekaṁsavacanaṁ nissaṁsayavacanaṁ nikkaṅkhavacanaṁ advejjhavacanaṁ adveḷhakavacanaṁ niyyānikavacanaṁ apaṇṇakavacanaṁ avatthāpanavacanametaṁ—
mnd16:191.26 #
อทฺธาติ ฯ✎ ร่าง
addhāti.
mnd16:191.27 #
อถปฺปิยํ วา ปน อปฺปิยํ วา อทฺธา ภวนฺโต อภิสมฺภเวยฺยาติ✎ ร่าง
Athappiyaṁ vā pana appiyaṁ vā, addhā bhavanto abhisambhaveyyāti.
mnd16:191.28 #
ปิยาปิยํ สาตาสาตํ สุขทุกฺขํ โสมนสฺสโทมนสฺสํ อิฏฺฐานิฏฺฐํ อภิสมฺภวนฺโต วา อภิภเวยฺย อภิภวนฺโต วา อภิสมฺภเวยฺยาติ✎ ร่าง
Piyāppiyaṁ sātāsātaṁ sukhadukkhaṁ somanassadomanassaṁ iṭṭhāniṭṭhaṁ abhisambhavanto vā abhibhaveyya adhibhavanto vā abhisambhaveyyāti—
mnd16:191.29 #
อถปฺปิยํ วา ปน อปฺปิยํ วา อทฺธา ภวนฺโต อภิสมฺภเวยฺย ฯ✎ ร่าง
athappiyaṁ vā pana appiyaṁ vā addhā bhavanto abhisambhaveyya.
mnd16:192.1 #
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 77.371
mnd16:193.1 #
โกธาติมานสฺส วสํ น คจฺเฉ✎ ร่าง
“Kodhātimānassa vasaṁ na gacche,
mnd16:193.2 #
มูลมฺปิ เตสํ ปลิขญฺญ ติฏฺเฐ✎ ร่าง
Mūlampi tesaṁ palikhañña tiṭṭhe;
mnd16:193.3 #
อถปฺปิยํ วา ปน อปฺปิยํ วา✎ ร่าง
Athappiyaṁ vā pana appiyaṁ vā,
mnd16:193.4 #
อทฺธา ภวนฺโต อภิสมฺภเวยฺยาติ ฯ✎ ร่าง
Addhā bhavanto abhisambhaveyyā”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒๙ — ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน