เนื้อความทั้งข้อ
[๙๗๕] คำว่า ถูกตักเตือน ในคำว่า ภิกษุถูกตักเตือนด้วยวาจา พึงเป็นผู้มีสติชอบใจ
ความว่า พระอุปัชฌายะ พระอาจารย์ พระเถระปูนอุปัชฌายะ พระเถระปูนอาจารย์ มิตรผู้เคย
เห็นกัน ผู้ที่เคยคบกันมา หรือสหาย ตักเตือนว่า ท่านผู้มีอายุ กรรมนี้ไม่ควรแก่ท่าน กรรมนี้ยัง
ไม่ถึงแก่ท่าน กรรมนี้ไม่เหมาะแก่ท่าน กรรมนี้ไม่งดงามแก่ท่าน ภิกษุผู้ถูกตักเตือนนั้น พึงเข้า
ไปตั้งสติยินดี ชอบใจ เบิกบานใจ อนุโมทนา อยากได้ ประสงค์ ปรารถนา รักใคร่ ติดใจ
ซึ่งความตักเตือนนั้น. เหมือนสตรีหรือบุรุษที่เป็นสาวเป็นหนุ่ม กำลังเจริญ ชอบแต่งตัว อาบน้ำ
ดำเกล้าแล้ว ได้พวงมาลัยดอกบัวก็ดี พวงมาลัยดอกมะลิก็ดี พวงมาลัยดอกลำดวนก็ดี รับด้วยมือ
ทั้ง ๒ แล้ว เอาวางไว้บนศีรษะ ซึ่งเป็นอวัยวะสูงสุด พึงยินดี ชอบใจ เบิกบานใจ อนุโมทนา
อยากได้ ประสงค์ ปรารถนา รักใคร่ ติดใจ ฉันใด ภิกษุผู้ถูกตักเตือนนั้น พึงเข้าไปตั้งสติ
ยินดี ชอบใจ เบิกบานใจ อนุโมทนา อยากได้ ประสงค์ ปรารถนา รักใคร่ ติดใจ ซึ่งความ
ตักเตือนนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน.
สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า
บุคคลพึงเห็นผู้ใด ผู้แสดงโทษ กล่าวข่มขี่ มีปัญญาว่า เป็นเหมือน
บุคคลผู้ชี้บอกขุมทรัพย์ให้ พึงคบหาบุคคลเช่นนั้น ผู้เป็นบัณฑิต
เมื่อคบบัณฑิตเช่นนั้น มีแต่คุณอันประเสริฐ ไม่มีโทษลามกเลย บุคคล
พึงกล่าวสอน พึงพร่ำสอน และพึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษ บุคคล
นั้นเป็นที่รักของพวกสัตบุรุษเท่านั้น เป็นที่ชังของพวกอสัตบุรุษ ดังนี้.
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ภิกษุถูกตักเตือนด้วยวาจา พึงเป็นผู้มีสติชอบใจ.
จุทิโต วจีภิ สติมาภินนฺเทติ✎ ร่าง
Cudito vacībhi satimābhinandeti.
อ้างอิงสยามรัฐ 29.621
จุทิโตติ อุปชฺฌายา@เชิงอรรถ: ๑ ม. ฉินฺเทยฺย อุจฺฉินฺเทยฺย ฯ
วา อาจริยา วา สมานุปชฺฌายกา วา สมานาจริยกา วา มิตฺตา
วา สนฺทิฏฺฐา วา สมฺภตฺตา วา สหายา วา โจเทนฺติ✎ ร่าง
Cuditoti upajjhāyā vā ācariyā vā samānupajjhāyakā vā samānācariyakā vā mittā vā sandiṭṭhā vā sambhattā vā sahāyā vā codenti—
อิทนฺเต อาวุโส
อยุตฺตํ อิทนฺเต อปฺปตฺตํ อิทนฺเต อสารุปฺปํ อิทนฺเต อสีลฏฺฐนฺติ✎ ร่าง
“idaṁ te, āvuso, ayuttaṁ, idaṁ te appattaṁ, idaṁ te asāruppaṁ, idaṁ te asīlaṭṭhan”ti.
สตึ อุปฏฺฐาเปตฺวา ตํ โจทนํ นนฺเทยฺย อภินนฺเทยฺย โมเทยฺย
อนุโมเทยฺย อิจฺเฉยฺย สาทิเยยฺย ปตฺเถยฺย ๒- ปิหเยยฺย อภิชปฺเปยฺย ฯ✎ ร่าง
Satiṁ upaṭṭhapetvā taṁ codanaṁ nandeyya abhinandeyya modeyya anumodeyya iccheyya sādiyeyya patthayeyya pihayeyya abhijappeyya.
ยถา อิตฺถี วา ปุริโส วา ทหโร ยุวา มณฺฑนกชาติโก สีสนฺหาโต
อุปฺปลมาลํ วา วสฺสิกมาลํ วา อธิมุตฺตกมาลํ วา ลภิตฺวา อุโภหิ
หตฺเถหิ ปฏิคฺคเหตฺวา อุตฺตมงฺเค สิรสฺมึ ปติฏฺฐาเปตฺวา นนฺเทยฺย
อภินนฺเทยฺย โมเทยฺย อนุโมเทยฺย อิจฺเฉยฺย สาทิเยยฺย ปตฺเถยฺย ๓-
ปิหเยยฺย อภิชปฺเปยฺย✎ ร่าง
Yathā itthī vā puriso vā daharo yuvā maṇḍanakajātiko sīsaṁnhāto uppalamālaṁ vā vassikamālaṁ vā adhimuttakamālaṁ vā labhitvā ubhohi hatthehi paṭiggahetvā uttamaṅge sirasmiṁ patiṭṭhāpetvā nandeyya abhinandeyya modeyya anumodeyya iccheyya sādiyeyya patthayeyya pihayeyya abhijappeyya;
เอวเมว สตึ อุปฏฺฐาเปตฺวา ตํ โจทนํ นนฺเทยฺย
อภินนฺเทยฺย โมเทยฺย อนุโมเทยฺย อิจฺเฉยฺย สาทิเยยฺย ปตฺเถยฺย ๔-
ปิหเยยฺย อภิชปฺเปยฺย ฯ✎ ร่าง
evamevaṁ satiṁ upaṭṭhapetvā taṁ codanaṁ nandeyya abhinandeyya modeyya anumodeyya iccheyya sādiyeyya patthayeyya pihayeyya abhijappeyya.
นิธีนํว ปวตฺตารํ✎ ร่าง
“Nidhīnaṁva pavattāraṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 33.718
ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ✎ ร่าง
yaṁ passe vajjadassinaṁ;
นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ✎ ร่าง
Niggayhavādiṁ medhāviṁ,
ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช✎ ร่าง
tādisaṁ paṇḍitaṁ bhaje.
ตาทิสํ ภชมานสฺส✎ ร่าง
Tādisaṁ bhajamānassa,
เสยฺโย โหติ น ปาปิโย✎ ร่าง
seyyo hoti na pāpiyo;
โอวเทยฺยานุสาเสยฺย✎ ร่าง
Ovadeyyānusāseyya,
อสพฺภา จ นิวารเย✎ ร่าง
asabbhā ca nivāraye;
สตญฺหิ โส ปิโย โหติ✎ ร่าง
Satañhi so piyo hoti,
อสตํ โหติ อปฺปิโยติ ฯ✎ ร่าง
asataṁ hoti appiyo”ti.
จุทิโต วจีภิ สติมาภินนฺเท ฯ✎ ร่าง
Cudito vacībhi satimābhinande, sabrahmacārīsu khilaṁ pabhindeti.
อ้างอิงPTS 504 · สยามรัฐ 29.622