เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๑๘๑] คำว่า เอวํวิหารี ในอุเทศว่า "เอวํวิหารี สโต อปฺปมตฺโต" ดังนี้ ความว่า
ละ บรรเทา ทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มี ซึ่งความยินดี ความพัวพัน วิญญาณอันสหรคต
ด้วยอภิสังขาร กรรมภพ และภพใหม่อันมีในปฏิสนธิ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้มีปกติอยู่อย่างนี้.
คำว่า สโต ความว่า มีสติด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ มีสติเจริญสติปัฏฐานเครื่อง-
*พิจารณาเห็นกายในกาย ฯลฯ ภิกษุนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นผู้มีสติ.
คำว่า อปฺปมตฺโต ความว่า ภิกษุเป็นผู้ทำด้วยความเต็มใจ คือ ทำเนืองๆ ทำไม่หยุด
มีความประพฤติไม่ย่อหย่อน ไม่ปลงฉันทะ ไม่ทอดธุระ ไม่ประมาทในกุศลธรรม คือ ความพอใจ
ความพยายาม ความหมั่น ความเป็นผู้มีความหมั่น ความไม่ถอยหลัง สติ สัมปชัญญะ
ความเพียรให้กิเลสร้อนทั่ว ความเพียรชอบ ความตั้งใจ ความประกอบเนืองๆ ใด ในกุศลธรรม
นั้นว่า เมื่อไร เราพึงบำเพ็ญศีลขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์ หรือพึงอนุเคราะห์ศีลขันธ์ที่
บริบูรณ์ด้วยปัญญาในกุศลธรรมนั้น ... เมื่อไร เราพึงบำเพ็ญสมาธิขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์
หรือพึงอนุเคราะห์สมาธิขันธ์ที่บริบูรณ์ด้วยปัญญาในกุศลธรรมนั้น ... เมื่อไร เราพึงบำเพ็ญปัญญา-
*ขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์ หรือพึงอนุเคราะห์ปัญญาขันธ์ที่บริบูรณ์ด้วยปัญญาในกุศลธรรม
นั้น ... เมื่อไร เราพึงบำเพ็ญวิมุตติขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์ให้บริบูรณ์ หรือพึงอนุเคราะห์วิมุตติขันธ์
ที่บริบูรณ์ด้วยปัญญาในกุศลธรรมนั้น ... เมื่อไร เราพึงบำเพ็ญวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ที่ยังไม่บริบูรณ์
ให้บริบูรณ์ หรือพึงอนุเคราะห์วิมุตติญาณทัสสนขันธ์ที่บริบูรณ์ด้วยปัญญาในกุศลธรรมนั้น. ความ
พอใจเป็นต้นนั้น ชื่อว่าความไม่ประมาทในกุศลธรรม ความพอใจ ความพยายาม ... ความตั้งใจ
ความประกอบเนืองๆ ใดในกุศลธรรมนั้นว่า เมื่อไรเราพึงกำหนดรู้ทุกข์ที่ยังไม่กำหนดรู้ เราพึง
ละกิเลสทั้งหลายที่ยังไม่ได้ละ เราพึงเจริญมรรคที่ยังไม่เจริญ หรือเราพึงทำให้แจ้งซึ่งนิโรธที่ยัง
ไม่ทำให้แจ้ง ความพอใจเป็นต้นนั้น ชื่อว่าความไม่ประมาทในกุศลธรรม เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
ผู้มีปกติอยู่อย่างนี้ เป็นผู้มีสติไม่ประมาท.
▴ ย่อ
เอวํวิหารี สโต อปฺปมตฺโตติ✎ ร่าง
Evaṁvihārī sato appamatto ti.
อ้างอิง สยามรัฐ 30.94 · ฉัฏฐสังคายนา 87.72
เอวํวิหารีติ นนฺทิญฺจ
นิเวสนญฺจ อภิสงฺขารสหคตญฺจ วิญฺญาณํ กมฺมภวญฺจ ปฏิสนฺธิกญฺจ
ปุนพฺภวํ ปชหนฺโต วิโนเทนฺโต พฺยนฺตีกโรนฺโต อนภาวงฺคเมนฺโตติ✎ ร่าง
Evaṁvihārī ti nandiñca nivesanañca abhisaṅkhārasahagataviññāṇañca kammabhavañca paṭisandhikañca punabbhavaṁ pajahanto vinodento byantīkaronto anabhāvaṁ gamentoti—
เอวํวิหารี ฯ✎ ร่าง
evaṁvihārī.
สโตติ จตูหิ การเณหิ สโต✎ ร่าง
Sato ti catūhi kāraṇehi sato—
กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ
ภาเวนฺโต ฯเปฯ✎ ร่าง
kāye kāyānupassanāsatipaṭṭhānaṁ bhāvento …pe…
โส วุจฺจติ สโต ฯ✎ ร่าง
so vuccati sato.
อปฺปมตฺโตติ สกฺกจฺจการี สาตจฺจการี
อฏฺฐิตการี อโนลีนวุตฺตี อนิกฺขิตฺตจฺฉนฺโท อนิกฺขิตฺตธุโร อปฺปมตฺโต
กุสเลสุ ธมฺเมสุ✎ ร่าง
Appamatto ti sakkaccakārī sātaccakārī aṭṭhitakārī anolīnavuttiko anikkhittacchando anikkhittadhuro appamatto kusalesu dhammesu—
กทาหํ ๑- อปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรยฺยํ ปริปูรํ
วา สีลกฺขนฺธํ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเณฺหยฺยนฺติ โย ตตฺถ ฉนฺโท
จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหี จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ
สมฺปชญฺญญฺจ อาตปฺปํ ปธานํ อธิฏฺฐานํ อนุโยโค อปฺปมาโท
กุสเลสุ ธมฺเมสุ✎ ร่าง
“kathāhaṁ aparipūraṁ vā sīlakkhandhaṁ paripūreyyaṁ, paripūraṁ vā sīlakkhandhaṁ tattha tattha paññāya anuggaṇheyyan”ti yo tattha chando ca vāyāmo ca ussāho ca ussoḷhī ca appaṭivānī ca sati ca sampajaññañca ātappaṁ padhānaṁ adhiṭṭhānaṁ anuyogo appamatto appamādo kusalesu dhammesu.
กทาหํ อปริปูรํ วา สมาธิ✎ ร่าง
“Kathāhaṁ aparipūraṁ vā samādhikkhandhaṁ …pe…
กฺขนฺธํ✎ ร่าง
paññākkhandhaṁ …
วิมุตฺติกฺขนฺธํ✎ ร่าง
vimuttikkhandhaṁ …
วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธํ ปริปูเรยฺยํ ปริปูรํ วา วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธํ
ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเณฺหยฺยนฺติ โย ตตฺถ ฉนฺโท จ วายาโม
จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหี จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ
อาตปฺปํ ปธานํ อธิฏฺฐานํ อนุโยโค อปฺปมาโท กุสเลสุ ธมฺเมสุ✎ ร่าง
vimuttiñāṇadassanakkhandhaṁ paripūreyyaṁ paripūraṁ vā vimuttiñāṇadassanakkhandhaṁ tattha tattha paññāya anuggaṇheyyan”ti yo tattha chando ca vāyāmo ca ussāho ca ussoḷhī ca appaṭivānī ca sati ca sampajaññañca ātappaṁ padhānaṁ adhiṭṭhānaṁ anuyogo appamatto appamādo kusalesu dhammesu.
กทาหํ อปริญฺญาตํ วา ทุกฺขํ ปริชาเนยฺยํ อปฺปหีเน วา กิเลเส
@เชิงอรรถ: ๑ ม. กถาหํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ
ชเหยฺยํ อภาวิตํ วา มคฺคํ ภาเวยฺยํ อสจฺฉิกตํ วา นิโรธํ
สจฺฉิกเรยฺยนฺติ โย ตตฺถ ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ
อุสฺโสฬฺหี จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ อาตปฺปํ ปธานํ
อธิฏฺฐานํ อนุโยโค อปฺปมาโท กุสเลสุ ธมฺเมสูติ✎ ร่าง
“Kathāhaṁ apariññātaṁ vā dukkhaṁ parijāneyyaṁ, appahīne vā kilese pajaheyyaṁ, abhāvitaṁ vā maggaṁ bhāveyyaṁ, asacchikataṁ vā nirodhaṁ sacchikareyyan”ti yo tattha chando ca vāyāmo ca ussāho ca ussoḷhī ca appaṭivānī ca sati ca sampajaññañca ātappaṁ padhānaṁ adhiṭṭhānaṁ anuyogo appamatto appamādo kusalesu dhammesūti—
เอวํวิหารี
สโต อปฺปมตฺโต ฯ✎ ร่าง
evaṁvihārī sato appamatto.