เนื้อความทั้งข้อ
[๒๔๑] คำว่า อย่าได้ทำแล้วซึ่งตัณหาเพื่อภพน้อยและภพใหญ่ ความว่า รูปตัณหา
สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา.
คำว่า เพื่อภพน้อยและภพใหญ่ ความว่า ท่านอย่าได้ทำ คือ อย่าให้ตัณหาเกิด อย่าให้
เกิดพร้อม อย่าให้บังเกิด อย่าให้บังเกิดเฉพาะ จงละ บรรเทา ทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มี
ซึ่งตัณหา เพื่อภพน้อยและภพใหญ่ คือ เพื่อกรรมภพ (กรรมวัฏ) เพื่อปุนัพภพ (วิปากวัฏ)
เพื่อกามภพ (กามธาตุ) เพื่อกรรมภพ (กรรมวัฏ) เพื่อกามภพ เพื่อปุนัพภพ (วิปากวัฏ) เพื่อ
รูปภพ เพื่อกรรมภพ เพื่อวิปากวัฏอันให้เกิดใหม่ในรูปภพ เพื่ออรูปภพ เพื่อกรรมภพ เพื่อ
วิปากวัฏ อันให้เกิดใหม่ในอรูปภพ เพื่อภพบ่อยๆ เพื่อคติบ่อยๆ เพื่ออุบัติบ่อยๆ เพื่อปฏิสนธิ
บ่อยๆ เพื่อความเกิดแห่งอัตภาพบ่อยๆ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อย่าได้ทำตัณหาเพื่อภพน้อย
และภพใหญ่. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
ท่านย่อมรู้ธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นธรรมชั้นสูง ชั้นต่ำ
และชั้นกลางส่วนกว้าง. ท่านรู้ธรรมนี้ว่า เป็นเครื่องข้อง
ในโลกแล้ว อย่าได้ทำตัณหาเพื่อภพน้อยและภพใหญ่.
พร้อมด้วยเวลาจบพระคาถา ฯลฯ นั่งประนมอัญชลีนมัสการ พระผู้มีพระภาคประกาศว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเป็นศาสดาของข้าพระองค์. ข้าพระองค์เป็นสาวก ฉะนี้แล.
ภวาภวาย มากาสิ ตณฺหนฺติ✎ ร่าง
Bhavābhavāya mākāsi taṇhanti.
รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา
คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา✎ ร่าง
Taṇhāti rūpataṇhā saddataṇhā …pe…
ธมฺมตณฺหา ฯ✎ ร่าง
dhammataṇhā.
ภวาภวายาติ
ภวาภวาย กมฺมภวาย ปุนพฺภวาย กามภวาย กมฺมภวาย
กามภวาย ปุนพฺภวาย รูปภวาย กมฺมภวาย รูปภวาย ปุนพฺภวาย
อรูปภวาย กมฺมภวาย อรูปภวาย ปุนพฺภวาย ปุนปฺปุนํ ภวาย
ปุนปฺปุนํ คติยา ปุนปฺปุนํ อุปปตฺติยา ปุนปฺปุนํ ปฏิสนฺธิยา
ปุนปฺปุนํ อตฺตภาวาภินิพฺพตฺติยา ตณฺหํ มากาสิ มา ชเนสิ มา
สญฺชเนสิ มา นิพฺพตฺเตสิ มา อภินิพฺพตฺเตสิ ปชหิ วิโนเทหิ
พฺยนฺตีกโรหิ อนภาวงฺคเมหีติ✎ ร่าง
Bhavābhavāyāti bhavābhavāya kammabhavāya punabbhavāya kāmabhavāya, kammabhavāya kāmabhavāya punabbhavāya rūpabhavāya, kammabhavāya rūpabhavāya punabbhavāya arūpabhavāya, kammabhavāya arūpabhavāya punabbhavāya punappunabbhavāya, punappunagatiyā punappunaupapattiyā punappunapaṭisandhiyā punappunaattabhāvābhinibbattiyā taṇhaṁ mākāsi mā janesi mā sañjanesi mā nibbattesi mābhinibbattesi, pajaha vinodehi byantīkarohi anabhāvaṁ gamehīti—
ภวาภวาย มากาสิ ตณฺหํ ฯ✎ ร่าง
bhavābhavāya mākāsi taṇhanti.
เตนาห ภควา✎ ร่าง
Tenāha bhagavā—
ยงฺกิญฺจิ สมฺปชานาสิ (โธตกาติ ภควา✎ ร่าง
“Yaṁ kiñci sampajānāsi,
อุทฺธํ อโธ ติริยญฺจาปิ มชฺเฌ✎ ร่าง
Uddhaṁ adho tiriyañcāpi majjhe;
เอตํ วิทิตฺวา สงฺโคติ โลเก✎ ร่าง
Etaṁ viditvā saṅgoti loke,
ภวาภวาย มากาสิ ตณฺหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Bhavābhavāya mākāsi taṇhan”ti.
สห คาถาปริโยสานา ฯเปฯ✎ ร่าง
Saha gāthāpariyosānā …pe…
สตฺถา เม ภนฺเต ภควา สาวโกหมสฺมีติ ฯ✎ ร่าง
satthā me, bhante bhagavā, sāvakohamasmīti.
โธตกมาณวกปญฺหานิทฺเทโส ปญฺจโม ฯ✎ ร่าง
Dhotakamāṇavapucchāniddeso pañcamo.
วก✎ ร่าง
Pārāyanavagganiddesa
ปญฺหานิทฺเทโส✎ ร่าง
Pucchāniddesa
—
6. Upasīvamāṇavapucchāniddesa