เนื้อความทั้งข้อ
[๑๓๕] สังขารุเปกขาเป็นกุศลเท่าไร เป็นอกุศลเท่าไร เป็นอัพยากฤต
เท่าไร สังขารุเปกขาเป็นกุศล ๑๕ เป็นอัพยากฤต ๓ เป็นอกุศลไม่มี ฯ
ปัญญาที่พิจารณาหาทางแล้ววางเฉย เป็นโคจรภูมิของสมาธิ-
จิต ๘ เป็นโคจรภูมิของปุถุชน ๒ เป็นโคจรภูมิของพระ-
*เสขะ ๓ เป็นเครื่องให้จิตของท่านผู้ปราศจากราคะหลีกไป ๓
เป็นปัจจัยแห่งสมาธิ ๘ เป็นโคจรแห่งภูมิแห่งญาณ ๑๐
สังขารุเปกขา ๘ เป็นปัจจัยแห่งวิโมกข์ ๓ อาการ ๑๘ นี้
พระโยคาวจรอบรมแล้วด้วยปัญญา พระโยคาวจรผู้ฉลาดใน
สังขารุเปกขา ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฐิต่างๆ ฉะนี้แล ฯ
ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด
เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องความเป็นผู้ใคร่จะพ้นไปทั้งพิจารณา
หาทางและวางเฉย เป็นสังขารุเปกขาญาณ ฯ
กติ สงฺขารุเปกฺขา กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา ฯ✎ ร่าง
Kati saṅkhārupekkhā kusalā, kati akusalā, kati abyākatā?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 79.59
ปณฺณรส ๑- สงฺขารุเปกฺขา กุสลา ติสฺโส สงฺขารุเปกฺขา อพฺยากตา✎ ร่าง
Pannarasa saṅkhārupekkhā kusalā, tisso saṅkhārupekkhā abyākatā.
นตฺถิ สงฺขารุเปกฺขา อกุสลา ฯ✎ ร่าง
Natthi saṅkhārupekkhā akusalā.
ปฏิสงฺขา สนฺติฏฺฐนา ปญฺญา✎ ร่าง
Paṭisaṅkhāsantiṭṭhanā paññā,
อฏฺฐ จิตฺตสฺส โคจรา✎ ร่าง
Aṭṭha cittassa gocarā;
ปุถุชฺชนสฺส เทฺว โหนฺติ✎ ร่าง
Puthujjanassa dve honti,
ตโย เสกฺขสฺส โคจรา✎ ร่าง
Tayo sekkhassa gocarā;
ตโย จ วีตราคสฺส✎ ร่าง
Tayo ca vītarāgassa,
เยหิ จิตฺตํ วิวฏฺฏติ✎ ร่าง
Yehi cittaṁ vivaṭṭati.
อฏฺฐ สมาธิสฺส ปจฺจยา✎ ร่าง
Aṭṭha samādhissa paccayā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 35.1.124
ทส ญาณสฺส โคจรา✎ ร่าง
dasa ñāṇassa gocarā;
อฏฺฐารส สงฺขารุเปกฺขา✎ ร่าง
Aṭṭhārasa saṅkhārupekkhā,
ติณฺณํ วิโมกฺขานปจฺจยา✎ ร่าง
tiṇṇaṁ vimokkhāna paccayā.
อิเม อฏฺฐารสาการา✎ ร่าง
Ime aṭṭhārasākārā,
ปญฺญายสฺส ปริจฺจิตา✎ ร่าง
Paññā yassa pariccitā;
กุสโล สงฺขารุเปกฺขาสุ✎ ร่าง
Kusalo saṅkhārupekkhāsu,
นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปตีติ ฯ✎ ร่าง
Nānādiṭṭhīsu na kampatīti.
ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา✎ ร่าง
Taṁ ñātaṭṭhena ñāṇaṁ, pajānanaṭṭhena paññā.
อ้างอิงสยามรัฐ 31.95
เตน วุจฺจติ✎ ร่าง
Tena vuccati—
มุญฺจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขาสนฺติฏฺฐนา ปญฺญา สงฺขารุเปกฺขาสุ ญาณํ ฯ✎ ร่าง
“muñcitukamyatāpaṭisaṅkhāsantiṭṭhanā paññā saṅkhārupekkhāsu ñāṇaṁ”.
—
Saṅkhārupekkhāñāṇaniddeso navamo.
—
1.1.10. Gotrabhuñāṇaniddesa