เนื้อความทั้งข้อ
[๑๖๑] พระโยคาวจรย่อมกำหนดจักษุเป็นภายในอย่างไร ฯ
ย่อมกำหนดว่า จักษุเกิดเพราะอวิชชา เกิดเพราะตัณหา เกิดเพราะกรรม
เกิดเพราะอาหาร อาศัยมหาภูตรูป ๔ เกิดแล้วเข้ามาประชุมแล้ว ว่าจักษุไม่มี
(จักษุเดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน) มีแล้วจักไม่มี (บัดนี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปจัก
ไม่เป็นเหมือนบัดนี้) ย่อมกำหนดจักษุโดยความเป็นของมีที่สุด กำหนดว่าจักษุ
ไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา จักษุไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุง
แต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลาย
ไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา กำหนดจักษุโดยความเป็นของไม่เที่ยง
ไม่กำหนดโดยความเป็นของเที่ยง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดย
ความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อม
เบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมให้ราคะดับไป ไม่ให้
เกิดขึ้น ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อม
ละความสำคัญว่าเป็นของเที่ยงได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละความ
สำคัญว่าเป็นสุขได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละความสำคัญว่าเป็น
ตัวตนได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะ
ได้ เมื่อให้ราคะดับ ย่อมละเหตุให้เกิดได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้
พระโยคาวจรย่อมกำหนดจักษุเป็นภายในอย่างนี้ ฯ
กถํ จกฺขุํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ cakkhuṁ ajjhattaṁ vavattheti?
อ้างอิงPTS 1.77 · สยามรัฐ 31.110 · ฉัฏฐสังคายนา 79.70 · พุทธชยันตี 35.1.144
จกฺขุํ ๑- อวิชฺชาสมฺภูตนฺติ
ววตฺเถติ จกฺขุํ ตณฺหาสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ กมฺมสมฺภูตนฺติ
ววตฺเถติ จกฺขุํ อาหารสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ
อุปาทายาติ ววตฺเถติ จกฺขุํ อุปฺปนฺนนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ สมุปาคตนฺติ วตฺเถติ✎ ร่าง
Cakkhu avijjāsambhūtanti vavattheti, cakkhu taṇhāsambhūtanti vavattheti, cakkhu kammasambhūtanti vavattheti, cakkhu āhārasambhūtanti vavattheti, cakkhu catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāyāti vavattheti, cakkhu uppannanti vavattheti, cakkhu samudāgatanti vavattheti.
จกฺขุํ อหุตฺวา สมฺภูตํ หุตฺวา น ภวิสฺสตีติ ววตฺเถติ✎ ร่าง
Cakkhu ahutvā sambhūtaṁ, hutvā na bhavissatīti vavattheti.
จกฺขุํ อนฺตวนฺตโต
ววตฺเถติ จกฺขุํ อทฺธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ อนิจฺจํ
สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. สพฺพตฺถ จกฺขุ ฯ
ววตฺเถติ✎ ร่าง
Cakkhuṁ antavantato vavattheti, cakkhu addhuvaṁ asassataṁ vipariṇāmadhammanti vavattheti, cakkhu aniccaṁ saṅkhataṁ paṭiccasamuppannaṁ khayadhammaṁ vayadhammaṁ virāgadhammaṁ nirodhadhammanti vavattheti.
จกฺขุํ อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต✎ ร่าง
Cakkhuṁ aniccato vavattheti, no niccato;
ทุกฺขโต ววตฺเถติ
โน สุขโต✎ ร่าง
dukkhato vavattheti, no sukhato;
อนตฺตโต ววตฺเถติ โน อตฺตโต✎ ร่าง
anattato vavattheti, no attato;
นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ✎ ร่าง
nibbindati, no nandati;
วิรชฺชติ โน รชฺชติ✎ ร่าง
virajjati, no rajjati;
นิโรเธติ โน สมุเทติ✎ ร่าง
nirodheti, no samudeti;
ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ✎ ร่าง
paṭinissajjati, no ādiyati.
อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต
สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต ววตฺเถนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ
นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต
สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ✎ ร่าง
Aniccato vavatthento niccasaññaṁ pajahati, dukkhato vavatthento sukhasaññaṁ pajahati, anattato vavatthento attasaññaṁ pajahati, nibbindanto nandiṁ pajahati, virajjanto rāgaṁ pajahati, nirodhento samudayaṁ pajahati, paṭinissajjanto ādānaṁ pajahati.
เอวํ จกฺขุํ อชฺฌตฺตํ
ววตฺเถติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ cakkhuṁ ajjhattaṁ vavattheti.