‹ กลับ
อานาปาณกถา
เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค · ข้อ 408 · ขุ.ป. ๓๑/๔๐๗๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐๘] บุคคลย่อมศึกษาว่า จักรู้แจ้งปีติหายใจออก ย่อมศึกษาว่า จักรู้แจ้งปีติหายใจเข้า อย่างไร ฯ ปีติเป็นไฉน เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถ ลมหายใจออกยาว ปีติและปราโมทย์ย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์ เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจเข้ายาว ปีติและปราโมทย์ย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจออกสั้น ด้วยสามารถลมหายใจเข้าสั้น ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งกายทั้งปวงหายใจออก ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งกายทั้งปวงหายใจเข้า ด้วยสามารถความเป็นผู้ระงับกาย สังขารหายใจออก ด้วยสามารถความเป็นผู้ระงับกายสังขารหายใจเข้า ปีติและ ปราโมทย์ย่อมเกิดขึ้น ปีติและปราโมทย์ คือ ความเบิกบาน ความบันเทิง ความหรรษา ความรื่นเริงแห่งจิต ความปลื้มจิต ความดีใจ ปีตินี้ย่อมปรากฏ เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจออกยาว สติย่อมตั้งมั่น ปีตินั้นย่อมปรากฏด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น เมื่อรู้ความที่จิต มีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจเข้ายาว สติย่อมตั้งมั่น ปีตินั้นย่อมปรากฏด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจออกสั้น ด้วยสามารถลมหายใจเข้าสั้น ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งกายทั้งปวงหายใจออก ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้ง กายทั้งปวงหายใจเข้า ด้วยสามารถความเป็นผู้ระงับกายสังขารหายใจออก ด้วย สามารถความเป็นผู้ระงับกายสังขารหายใจเข้า สติย่อมตั้งมั่น ปีติย่อมปรากฏด้วย สตินั้น ด้วยญาณนั้น เมื่อคำนึงถึง ปีตินั้นย่อมปรากฏ เมื่อรู้ ... เมื่อเห็น เมื่อพิจารณา เมื่ออธิษฐานจิต เมื่อน้อมใจไปด้วยศรัทธา เมื่อประคองความเพียร เมื่อเข้าไปตั้งสติไว้ เมื่อจิตตั้งมั่น เมื่อรู้ชัดด้วยปัญญา เมื่อรู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้ เมื่อละธรรมที่ควรละ เมื่อเจริญธรรม ที่ควรเจริญ เมื่อทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง ปีตินั้นย่อมปรากฏ เวทนาด้วย สามารถความเป็นผู้รู้แจ้งปีติหายใจออกหายใจเข้าอย่างนี้นั้นปรากฏ สติเป็น อนุปัสสนาญาณ เวทนาปรากฏ ไม่ใช่สติ สติปรากฏด้วย เป็นตัวสติด้วย บุคคลย่อมพิจารณาเวทนานั้นด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น เพราะเหตุดังนี้นั้น ท่านจึง กล่าวว่า สติปัฏฐานภาวนา คือ การพิจารณาเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯ คำว่า พิจารณา ความว่า ย่อมพิจารณาเวทนานั้นอย่างไร ฯลฯ ย่อม พิจารณาเวทนานั้นอย่างนี้ ฯ ภาวนา ในคำว่า ภาวนา มี ๔ ฯลฯ ภาวนาด้วยอรรถว่าเป็นที่เสพ สีลวิสุทธิ ด้วยอรรถว่าความรู้แจ้งปีติระวังลมหายใจออกลมหายใจเข้า ฯลฯ เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งปีติหายใจ ออกหายใจเข้า ฯลฯ บุคคลเมื่อรู้ย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลง เพราะเหตุ นั้น ท่านจึงกล่าวว่า และแทงตลอดธรรมอันมีความสงบเป็นประโยชน์ ฯ
เทียบรายประโยค (49 ประโยค)
ps1.3:99.1 #
กถํ ปีติปฏิสํเวที อสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ ปีติปฏิสํเวที ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ “pītipaṭisaṁvedī assasissāmī”ti sikkhati “pītipaṭisaṁvedī passasissāmī”ti sikkhati?
อ้างอิงPTS 1.187
ps1.3:99.2 #
กตมา ปีติ ฯ✎ ร่าง
Katamā pīti?
ps1.3:99.3 #
ทีฆํ อสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต อุปฺปชฺชติ ปีติปามุชฺชํ ฯเ✎ ร่าง
Dīghaṁ assāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato uppajjati pīti pāmojjaṁ.
ps1.3:99.4 #
ปฯ✎ ร่าง
Yā pīti pāmojjaṁ āmodanā pamodanā hāso pahāso vitti odagyaṁ attamanatā cittassa.
ps1.3:99.5 #
ทีฆํ ปสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต อุปฺปชฺชติ ปีติปามุชฺชํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Dīghaṁ passāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato uppajjati pīti pāmojjaṁ …pe…
ps1.3:99.6 #
รสฺสํ อสฺสาสวเสน รสฺสํ ปสฺสาสวเสน สพฺพกายปฏิสํเวที อสฺสาสวเสน สพฺพกายปฏิสํเวที ปสฺสาสวเสน ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ อสฺสาสวเสน ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขารํ ปสฺสาสวเสน จิตฺตสฺส เอกคฺคตํ อวิกฺเขปํ ปชานโต อุปฺปชฺชติ ปีติปามุชฺชํ✎ ร่าง
rassaṁ assāsavasena, rassaṁ passāsavasena, sabbakāyapaṭisaṁvedī assāsavasena, sabbakāyapaṭisaṁvedī passāsavasena, passambhayaṁ kāyasaṅkhāraṁ assāsavasena, passambhayaṁ kāyasaṅkhāraṁ passāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato uppajjati pīti pāmojjaṁ.
ps1.3:99.7 #
ยา ปีติปามุชฺชํ อาโมทนา ปโมทนา หาโส ปหาโส จิตฺตสฺส โอทคฺยํ อตฺตมนตา จิตฺตสฺส✎ ร่าง
Yā pīti pāmojjaṁ āmodanā pamodanā hāso pahāso vitti odagyaṁ attamanatā cittassa—
ps1.3:99.8 #
อยํ ปีติ✎ ร่าง
ayaṁ pīti.
ps1.3:100.1 #
Kathaṁ sā pīti paṭividitā hoti?
อ้างอิงสยามรัฐ 31.282 · ฉัฏฐสังคายนา 79.179 · พุทธชยันตี 35.1.354
ps1.3:100.2 #
Dīghaṁ assāsapassāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato sati upaṭṭhitā hoti.
ps1.3:100.3 #
Tāya satiyā tena ñāṇena sā pīti paṭividitā hoti.
ps1.3:100.4 #
Dīghaṁ passāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato sati upaṭṭhitā hoti.
ps1.3:100.5 #
Tāya satiyā tena ñāṇena sā pīti paṭividitā hoti.
ps1.3:100.6 #
Rassaṁ assāsavasena …pe…
ps1.3:100.7 #
rassaṁ passāsavasena …
ps1.3:100.8 #
sabbakāyapaṭisaṁvedī assāsavasena …
ps1.3:100.9 #
sabbakāyapaṭisaṁvedī passāsavasena …
ps1.3:100.10 #
passambhayaṁ kāyasaṅkhāraṁ assāsavasena …
ps1.3:100.11 #
passambhayaṁ kāyasaṅkhāraṁ passāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato sati upaṭṭhitā hoti.
ps1.3:100.12 #
Tāya satiyā tena ñāṇena sā pīti paṭividitā hoti.
ps1.3:100.13 #
Āvajjato sā pīti paṭividitā hoti, jānato …
ps1.3:100.14 #
passato …
ps1.3:100.15 #
paccavekkhato …
ps1.3:100.16 #
cittaṁ adhiṭṭhahato …
ps1.3:100.17 #
saddhāya adhimuccato …
ps1.3:100.18 #
vīriyaṁ paggaṇhato …
ps1.3:100.19 #
satiṁ upaṭṭhāpayato …
ps1.3:100.22 #
abhiññeyyaṁ abhijānato …
ps1.3:100.23 #
pariññeyyaṁ parijānato …
ps1.3:100.24 #
pahātabbaṁ pajahato …
ps1.3:100.25 #
bhāvetabbaṁ bhāvayato …
ps1.3:100.26 #
sacchikātabbaṁ sacchikaroto sā pīti paṭividitā hoti.
ps1.3:100.27 #
Evaṁ sā pīti paṭividitā hoti.
ps1.3:101.1 #
Pītipaṭisaṁvedī assāsapassāsavasena vedanā upaṭṭhānaṁ sati anupassanā ñāṇaṁ.
ps1.3:101.2 #
Vedanā upaṭṭhānaṁ, no sati;
ps1.3:101.3 #
sati upaṭṭhānañceva sati ca.
ps1.3:101.4 #
Tāya satiyā tena ñāṇena taṁ vedanaṁ anupassati.
ps1.3:101.5 #
Tena vuccati—
ps1.3:101.6 #
“vedanāsu vedanānupassanāsatipaṭṭhānabhāvanā”ti.
ps1.3:102.1 #
Anupassatīti kathaṁ taṁ vedanaṁ anupassati?
ps1.3:102.2 #
Aniccato anupassati …pe…
ps1.3:102.3 #
evaṁ taṁ vedanaṁ anupassati.
ps1.3:102.4 #
Bhāvanāti catasso bhāvanā …pe…
ps1.3:102.5 #
āsevanaṭṭhena bhāvanā.
ps1.3:102.6 #
Pītipaṭisaṁvedī assāsapassāsānaṁ saṁvaraṭṭhena sīlavisuddhi …pe…
ps1.3:102.7 #
pītipaṭisaṁvedī assāsapassāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato …pe…
ps1.3:102.8 #
pajānanto indriyāni samodhāneti.
ps1.3:102.9 #
Tena vuccati—
ps1.3:102.10 #
“samatthañca paṭivijjhatī”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน