‹ กลับ
อานาปาณกถา
เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค · ข้อ 409 · ขุ.ป. ๓๑/๔๐๗๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐๙] บุคคลย่อมศึกษาว่า จักรู้แจ้งสุขหายใจออก ย่อมศึกษาว่า จักรู้แจ้งสุขหายใจเข้า อย่างไร ฯ สุข ในคำว่า สุขํ มี ๒ คือ กายิกสุข ๑ เจตสิกสุข ๑ ฯ กายิกสุขเป็นไฉน ความสำราญทางกาย ความสุขที่ได้เสวยทางกาย สุขเวทนาซึ่งเป็นความสำราญเกิดแก่กายสัมผัสนี้เป็นกายิกสุข ฯ เจตสิกสุขเป็นไฉน ความสุขทางจิต ความสุขที่ได้เสวยเป็นความ สำราญเกิดแต่เจโตสัมผัส สุขเวทนาซึ่งเป็นความสำราญเกิดแต่เจโตสัมผัส นี้เป็นเจตสิกสุข ฯ สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏอย่างไร เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจออกยาว สติย่อมตั้งมั่น สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจ เข้ายาว สติย่อมตั้งมั่น สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น ฯลฯ เมื่อทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏ สุขเหล่านั้น ย่อมปรากฏอย่างนี้ ฯ เวทนา ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งสุขหายใจออกหายใจเข้า ปรากฏ สติเป็นอนุปัสสนาญาณ เวทนาปรากฏ ไม่ใช่สติ สติปรากฏด้วย เป็นตัวสติ ด้วย บุคคลย่อมพิจารณาเวทนานั้นด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น เพราะเหตุดังนี้นั้น ท่านจึงกล่าวว่า สติปัฏฐานภาวนา คือ การพิจารณาเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯ คำว่า ย่อมพิจารณา ความว่า ย่อมพิจารณาเวทนาอย่างไร ย่อมพิจารณา โดยความไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมพิจารณาเวทนานั้นอย่างนี้ ฯ ภาวนา ในคำว่า ภาวนา มี ๔ ฯลฯ ภาวนาด้วยอรรถว่าเป็นที่เสพ สีลวิสุทธิ ด้วยอรรถว่ารู้แจ้งสุขระงับลมหายใจออกลมหายใจเข้า ฯลฯ เมื่อรู้ความ ที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งสุขหายใจออก หายใจเข้า ฯลฯ บุคคลเมื่อรู้ ย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลง เพราะเหตุ นั้น ท่านจึงกล่าวว่า และแทงตลอดธรรมอันมีความสงบเป็นอรรถ ฯ
เทียบรายประโยค (23 ประโยค)
ps1.3:103.1 #
กถํ สุขปฏิสํเวที ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ “sukhapaṭisaṁvedī assasissāmī”ti sikkhati, “sukhapaṭisaṁvedī passasissāmī”ti sikkhati?
อ้างอิงPTS 1.188 · สยามรัฐ 31.283
ps1.3:103.2 #
สุขนฺติ เทฺว สุขานิ✎ ร่าง
Sukhanti dve sukhāni—
ps1.3:103.3 #
กายิกญฺจ สุขํ เจตสิกญฺจ สุขํ ฯ✎ ร่าง
kāyikañca sukhaṁ, cetasikañca sukhaṁ.
ps1.3:103.4 #
กตมํ กายิกํ สุขํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ kāyikaṁ sukhaṁ?
ps1.3:103.5 #
ยํ กายิกํ สาตํ กายิกํ สุขํ เวทยิตํ ๑- กายสมฺผสฺสชา สาตา สุขา เวทนา✎ ร่าง
Yaṁ kāyikaṁ sātaṁ kāyikaṁ sukhaṁ, kāyasamphassajaṁ sātaṁ sukhaṁ vedayitaṁ, kāyasamphassajā sātā sukhā vedanā—
ps1.3:103.6 #
อิทํ กายิกํ สุขํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ kāyikaṁ sukhaṁ.
ps1.3:103.7 #
กตมํ เจตสิกํ สุขํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ cetasikaṁ sukhaṁ?
ps1.3:103.8 #
ยํ✎ ร่าง
Yaṁ cetasikaṁ sātaṁ cetasikaṁ sukhaṁ, cetosamphassajaṁ sātaṁ sukhaṁ vedayitaṁ, cetosamphassajā sātā sukhā vedanā—
ps1.3:103.9 #
idaṁ cetasikaṁ sukhaṁ.
ps1.3:104.1 #
Kathaṁ te sukhā paṭividitā honti?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 79.180 · พุทธชยันตี 35.1.356
ps1.3:104.2 #
Dīghaṁ assāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato sati upaṭṭhitā hoti.
ps1.3:104.3 #
Tāya satiyā tena ñāṇena te sukhā paṭividitā honti.
ps1.3:104.4 #
Dīghaṁ passāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato sati upaṭṭhitā hoti.
ps1.3:104.5 #
Tāya satiyā tena ñāṇena te sukhā paṭividitā honti …pe…
ps1.3:104.6 #
sacchikātabbaṁ sacchikaroto te sukhā paṭividitā honti.
ps1.3:104.7 #
Evaṁ te sukhā paṭividitā honti.
ps1.3:104.8 #
Sukhapaṭisaṁvedī assāsapassāsavasena vedanā upaṭṭhānaṁ sati anupassanā ñāṇaṁ.
ps1.3:104.9 #
Vedanā upaṭṭhānaṁ, no sati;
ps1.3:104.10 #
sati upaṭṭhānañceva sati ca.
ps1.3:104.11 #
Tāya satiyā tena ñāṇena taṁ vedanaṁ anupassati.
ps1.3:104.12 #
Tena vuccati—
ps1.3:104.13 #
“vedanāsu vedanānupassanāsatipaṭṭhānabhāvanā”ti.
ps1.3:105.1 #
Anupassatīti kathaṁ taṁ vedanaṁ anupassati.
อ้างอิงสยามรัฐ 31.284
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน