เนื้อความทั้งข้อ
[๔๐๙] บุคคลย่อมศึกษาว่า จักรู้แจ้งสุขหายใจออก ย่อมศึกษาว่า
จักรู้แจ้งสุขหายใจเข้า อย่างไร ฯ
สุข ในคำว่า สุขํ มี ๒ คือ กายิกสุข ๑ เจตสิกสุข ๑ ฯ
กายิกสุขเป็นไฉน ความสำราญทางกาย ความสุขที่ได้เสวยทางกาย
สุขเวทนาซึ่งเป็นความสำราญเกิดแก่กายสัมผัสนี้เป็นกายิกสุข ฯ
เจตสิกสุขเป็นไฉน ความสุขทางจิต ความสุขที่ได้เสวยเป็นความ
สำราญเกิดแต่เจโตสัมผัส สุขเวทนาซึ่งเป็นความสำราญเกิดแต่เจโตสัมผัส
นี้เป็นเจตสิกสุข ฯ
สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏอย่างไร เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน
ด้วยสามารถลมหายใจออกยาว สติย่อมตั้งมั่น สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏด้วยสตินั้น
ด้วยญาณนั้น เมื่อรู้ความที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถลมหายใจ
เข้ายาว สติย่อมตั้งมั่น สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น ฯลฯ
เมื่อทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง สุขเหล่านั้นย่อมปรากฏ สุขเหล่านั้น
ย่อมปรากฏอย่างนี้ ฯ
เวทนา ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งสุขหายใจออกหายใจเข้า ปรากฏ
สติเป็นอนุปัสสนาญาณ เวทนาปรากฏ ไม่ใช่สติ สติปรากฏด้วย เป็นตัวสติ
ด้วย บุคคลย่อมพิจารณาเวทนานั้นด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น เพราะเหตุดังนี้นั้น
ท่านจึงกล่าวว่า สติปัฏฐานภาวนา คือ การพิจารณาเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯ
คำว่า ย่อมพิจารณา ความว่า ย่อมพิจารณาเวทนาอย่างไร ย่อมพิจารณา
โดยความไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมพิจารณาเวทนานั้นอย่างนี้ ฯ
ภาวนา ในคำว่า ภาวนา มี ๔ ฯลฯ ภาวนาด้วยอรรถว่าเป็นที่เสพ
สีลวิสุทธิ ด้วยอรรถว่ารู้แจ้งสุขระงับลมหายใจออกลมหายใจเข้า ฯลฯ เมื่อรู้ความ
ที่จิตมีอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถความเป็นผู้รู้แจ้งสุขหายใจออก
หายใจเข้า ฯลฯ บุคคลเมื่อรู้ ย่อมยังอินทรีย์ทั้งหลายให้ประชุมลง เพราะเหตุ
นั้น ท่านจึงกล่าวว่า และแทงตลอดธรรมอันมีความสงบเป็นอรรถ ฯ
กถํ สุขปฏิสํเวที ปสฺสสิสฺสามีติ สิกฺขติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ “sukhapaṭisaṁvedī assasissāmī”ti sikkhati, “sukhapaṭisaṁvedī passasissāmī”ti sikkhati?
อ้างอิงPTS 1.188 · สยามรัฐ 31.283
สุขนฺติ เทฺว สุขานิ✎ ร่าง
Sukhanti dve sukhāni—
กายิกญฺจ สุขํ เจตสิกญฺจ สุขํ ฯ✎ ร่าง
kāyikañca sukhaṁ, cetasikañca sukhaṁ.
กตมํ กายิกํ สุขํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ kāyikaṁ sukhaṁ?
ยํ กายิกํ สาตํ กายิกํ สุขํ เวทยิตํ ๑-
กายสมฺผสฺสชา สาตา สุขา เวทนา✎ ร่าง
Yaṁ kāyikaṁ sātaṁ kāyikaṁ sukhaṁ, kāyasamphassajaṁ sātaṁ sukhaṁ vedayitaṁ, kāyasamphassajā sātā sukhā vedanā—
อิทํ กายิกํ สุขํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ kāyikaṁ sukhaṁ.
กตมํ
เจตสิกํ สุขํ ฯ✎ ร่าง
Katamaṁ cetasikaṁ sukhaṁ?
ยํ✎ ร่าง
Yaṁ cetasikaṁ sātaṁ cetasikaṁ sukhaṁ, cetosamphassajaṁ sātaṁ sukhaṁ vedayitaṁ, cetosamphassajā sātā sukhā vedanā—
—
Kathaṁ te sukhā paṭividitā honti?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 79.180 · พุทธชยันตี 35.1.356
—
Dīghaṁ assāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato sati upaṭṭhitā hoti.
—
Tāya satiyā tena ñāṇena te sukhā paṭividitā honti.
—
Dīghaṁ passāsavasena cittassa ekaggataṁ avikkhepaṁ pajānato sati upaṭṭhitā hoti.
—
Tāya satiyā tena ñāṇena te sukhā paṭividitā honti …pe…
—
sacchikātabbaṁ sacchikaroto te sukhā paṭividitā honti.
—
Evaṁ te sukhā paṭividitā honti.
—
Sukhapaṭisaṁvedī assāsapassāsavasena vedanā upaṭṭhānaṁ sati anupassanā ñāṇaṁ.
—
Vedanā upaṭṭhānaṁ, no sati;
—
sati upaṭṭhānañceva sati ca.
—
Tāya satiyā tena ñāṇena taṁ vedanaṁ anupassati.
—
“vedanāsu vedanānupassanāsatipaṭṭhānabhāvanā”ti.
—
Anupassatīti kathaṁ taṁ vedanaṁ anupassati.
อ้างอิงสยามรัฐ 31.284