เนื้อความทั้งข้อ
[๔๗๔] ชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่า ภิกษุผู้มีรูปย่อมเห็นรูปทั้งหลาย
อย่างไร ฯ
ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิตสีเขียวในภายใน
ย่อมได้เฉพาะนีลสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็นอันถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว
กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปในนิมิตสีเสียวภายนอก ย่อมได้เฉพาะ
นีลสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็นอันถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว
ครั้นแล้วย่อมเสพ เจริญ ทำให้มาก เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีเขียว
ทั้งสองทั้งภายในและภายนอกนี้เป็นรูป เธอเป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นรูป ภิกษุ
บางรูปในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิตสีเหลือง ฯลฯ นิมิตสีแดง ...
นิมิตสีขาวในภายใน ย่อมได้เฉพาะโอทาตสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็นอัน
ถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปในนิมิต
สีขาวในภายนอก ย่อมได้เฉพาะโอทาตสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็นอันถือไว้
ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมเสพ เจริญ ทำให้มาก
เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีขาวทั้งสองทั้งภายในและภายนอกนี้ เป็นรูป
เธอย่อมมีความสำคัญว่าเป็นรูป ชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่า ภิกษุผู้มีรูปย่อม
เห็นรูปทั้งหลายอย่างนี้ ฯ
กถํ รูปี รูปานิ ปสฺสตีติ วิโมกฺโข ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ rūpī rūpāni passatīti—vimokkho?
อ้างอิงสยามรัฐ 31.359 · ฉัฏฐสังคายนา 79.225 · พุทธชยันตี 35.1.442
อิเธกจฺโจ
อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ นีลนิมิตฺตํ มนสิ กโรติ นีลสญฺญํ ปฏิลภติ✎ ร่าง
Idhekacco ajjhattaṁ paccattaṁ nīlanimittaṁ manasikaroti, nīlasaññaṁ paṭilabhati.
โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กโรติ สูปธาริตํ อุปธาเรติ สฺวาวตฺถิตํ
อวตฺถาเปติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ karoti, sūpadhāritaṁ upadhāreti, svāvatthitaṁ avatthāpeti.
โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กตฺวา สูปธาริตํ อุปธาเรตฺวา
สฺวาวตฺถิตํ อวตฺถาเปตฺวา พหิทฺธา นีลนิมิตฺเต จิตฺตํ
อุปสํหรติ นีลสญฺญํ ปฏิลภติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ katvā sūpadhāritaṁ upadhāretvā svāvatthitaṁ avatthāpetvā bahiddhā nīlanimitte cittaṁ upasaṁharati, nīlasaññaṁ paṭilabhati.
โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กโรติ
สูปธาริตํ อุปธาเรติ สฺวาวตฺถิตํ อวตฺถาเปติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ karoti, sūpadhāritaṁ upadhāreti, svāvatthitaṁ avatthāpeti.
โส ตํ นิมิตฺตํ
สุคฺคหิตํ กตฺวา สูปธาริตํ อุปธาเรตฺวา สฺวาวตฺถิตํ อวตฺถาเปตฺวา
อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ katvā upadhāretvā svāvatthitaṁ avatthāpetvā āsevati bhāveti bahulīkaroti.
ตสฺส เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ อุภยมิทํ รูปนฺติ รูปสญฺญี
โหติ✎ ร่าง
“ajjhattañca bahiddhā ca ubhayamidaṁ rūpan”ti, rūpasaññī hoti.
อิเธกจฺโจ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ ปีตนิมิตฺตํ✎ ร่าง
Idhekacco ajjhattaṁ paccattaṁ pītanimittaṁ …pe…
โลหิตนิมิตฺตํ✎ ร่าง
lohitanimittaṁ …pe…
โอทาตนิมิตฺตํ มนสิ กโรติ โอทาตสญฺญํ ปฏิลภติ✎ ร่าง
odātanimittaṁ manasikaroti, odātasaññaṁ paṭilabhati.
โส ตํ นิมิตฺตํ
สุคฺคหิตํ กโรติ สูปธาริตํ อุปธาเรติ สฺวาวตฺถิตํ อวตฺถาเปติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ karoti, sūpadhāritaṁ upadhāreti, svāvatthitaṁ avatthāpeti.
โส ตํ
นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กตฺวา สูปธาริตํ อุปธาเรตฺวา สฺวาวตฺถิตํ อวตฺถาเปตฺวา
พหิทฺธา โอทาตนิมิตฺเต จิตฺตํ อุปสํหรติ โอทาตสญฺญํ ปฏิลภติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ katvā sūpadhāritaṁ upadhāretvā svāvatthitaṁ avatthāpetvā bahiddhā odātanimitte cittaṁ upasaṁharati, odātasaññaṁ paṭilabhati.
โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กโรติ สูปธาริตํ อุปธาเรติ สฺวาวตฺถิตํ
อวตฺถาเปติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ karoti, sūpadhāritaṁ upadhāreti, svāvatthitaṁ avatthāpeti.
โส ตํ นิมิตฺตํ สุคฺคหิตํ กตฺวา สูปธาริตํ อุปธาเรตฺวา
สฺวาวตฺถิตํ อวตฺถาเปตฺวา อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ✎ ร่าง
So taṁ nimittaṁ suggahitaṁ katvā sūpadhāritaṁ upadhāretvā svāvatthitaṁ avatthāpetvā āsevati bhāveti bahulīkaroti.
ตสฺส
เอวํ โหติ✎ ร่าง
Tassa evaṁ hoti—
อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ อุภยมิทํ รูปนฺติ รูปสญฺญี
โหติ✎ ร่าง
“ajjhattañca bahiddhā ca ubhayamidaṁ rūpan”ti, rūpasaññī hoti.
เอวํ รูปี รูปานิ ปสฺสตีติ✎ ร่าง
Evaṁ rūpī rūpāni passatīti—
วิโมกฺโข ฯ✎ ร่าง
vimokkho.