เนื้อความทั้งข้อ
[๕๑๐] วิโมกข์ ๓ ย่อมมีในขณะเดียวกันด้วยอาการ ๗ เป็นไฉน ฯ
วิโมกข์ ๓ ย่อมมีในขณะเดียวกันด้วยอาการ ๗ คือ ด้วยความประชุม
ลง ๑ ด้วยความบรรลุ ๑ ด้วยความได้ ๑ ด้วยความแทงตลอด ๑ ด้วยความ
ทำให้แจ้ง ๑ ด้วยความถูกต้อง ๑ ด้วยความตรัสรู้ ๑ ฯ
วิโมกข์ ๓ ย่อมมีในขณะเดียวกัน ด้วยความประชุมลง ด้วยความ
บรรลุ ด้วยความได้ ด้วยความแทงตลอด ด้วยความทำให้แจ้ง ด้วยความถูกต้อง
ด้วยความตรัสรู้ อย่างไร ฯ
บุคคลมนสิการโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยง ย่อมพ้นจากนิมิต เพราะ
เหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็นอนิมิตตวิโมกข์ บุคคลย่อมพ้นจากอารมณ์ใด ย่อมไม่
ตั้งอยู่ในอารมณ์นั้น เพราะเหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็นอัปปณิหิตวิโมกข์ บุคคลไม่ตั้ง
อยู่ในอารมณ์ใด เป็นผู้ว่างเปล่าจากอารมณ์นั้น เพราะเหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็น
สุญญตวิโมกข์ บุคคลไม่มีนิมิตเพราะนิมิตว่างเปล่าด้วยวิโมกข์ใด เพราะเหตุนั้น
วิโมกข์นั้นจึงเป็นอนิมิตตวิโมกข์ วิโมกข์ ๓ ย่อมมีในขณะเดียวกัน ด้วยความ
ประชุมลง ... ด้วยความตรัสรู้อย่างนี้ บุคคลมนสิการโดยความเป็นทุกข์ ย่อม
พ้นจากความปรารถนาอันเป็นที่ตั้ง เพราะเหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็นอัปปณิหิต-
*วิโมกข์ บุคคลไม่ตั้งอยู่ในอารมณ์ใด เป็นผู้ว่างเปล่าจากอารมณ์นั้น เพราะเหตุนั้น
วิโมกข์นั้นจึงเป็นสุญญตวิโมกข์ บุคคลไม่มีนิมิตเพราะนิมิตว่างเปล่าด้วยวิโมกข์ใด
เพราะเหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็นอนิมิตตวิโมกข์ บุคคลไม่มีนิมิตเพราะนิมิตใด
ไม่ตั้งอยู่ในนิมิตนั้น เพราะเหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็นอัปปณิหิตวิโมกข์ วิโมกข์ ๓
ย่อมมีในขณะเดียวกัน ด้วยความประชุมลง ... ด้วยความตรัสรู้อย่างนี้ บุคคล
มนสิการโดยความเป็นอนัตตา ย่อมพ้นจากความยึดมั่น เพราะเหตุนั้น วิโมกข์
นั้นจึงเป็นสุญญตวิโมกข์ บุคคลไม่มีนิมิตเพราะนิมิตว่างเปล่าด้วยวิโมกข์ใด เพราะ
เหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็นอนิมิตตวิโมกข์ บุคคลไม่มีนิมิต เพราะนิมิตใด ไม่
ตั้งอยู่ในนิมิตนั้น เพราะเหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็นอัปปณิหิตวิโมกข์ บุคคลไม่ตั้ง
อยู่ในอารมณ์ใด เป็นผู้ว่างเปล่าจากอารมณ์นั้น เพราะเหตุนั้น วิโมกข์นั้นจึงเป็น
สุญญตวิโมกข์ วิโมกข์ ๓ ย่อมมีในขณะเดียวกัน ด้วยความประชุมลง ...
ด้วยความตรัสรู้อย่างนี้ วิโมกข์ ๓ ย่อมมีในขณะเดียวกันด้วยอาการ ๗ นี้ ฯ
กตเมหิ สตฺตหากาเรหิ ตโย วิโมกฺขา เอกกฺขเณ
โหนฺติ✎ ร่าง
Katamehi sattahākārehi tayo vimokkhā ekakkhaṇe honti?
อ้างอิงสยามรัฐ 31.400
สโมธานฏฺเฐน อธิคมฏฺเฐน ปฏิลาภฏฺเฐน ปฏิเวธฏฺเฐน
สจฺฉิกิริยฏฺเฐน ผสฺสนฏฺเฐน อภิสมยฏฺเฐน ฯ✎ ร่าง
Samodhānaṭṭhena, adhigamanaṭṭhena, paṭilābhaṭṭhena paṭivedhaṭṭhena, sacchikiriyaṭṭhena, phassanaṭṭhena, abhisamayaṭṭhena.
กถํ สโมธานฏฺเฐน อธิคม✎ ร่าง
Kathaṁ samodhānaṭṭhena adhigamanaṭṭhena paṭilābhaṭṭhena paṭivedhaṭṭhena sacchikiriyaṭṭhena phassanaṭṭhena abhisamayaṭṭhena tayo vimokkhā ekakkhaṇe honti?
—
Aniccato manasikaronto nimittā muccatīti—
—
Yato muccati, tattha na paṇidahatīti—
—
Yattha na paṇidahati, tena suññoti—
—
Yena suñño, tena nimittena animittoti—
—
Evaṁ samodhānaṭṭhena adhigamanaṭṭhena paṭilābhaṭṭhena paṭivedhaṭṭhena sacchikiriyaṭṭhena phassanaṭṭhena abhisamayaṭṭhena tayo vimokkhā ekakkhaṇe honti.
—
Dukkhato manasikaronto paṇidhiyā muccatīti—
—
Yattha na paṇidahati, tena suññoti—
—
Yena suñño, tena nimittena animittoti—
—
Yena nimittena animitto, tattha na paṇidahatīti—
ฏฺเฐน ปฏิลาภฏฺเฐน
ปฏิเวธฏฺเฐน สจฺฉิกิริยฏฺเฐน ผสฺสนฏฺเฐน อภิสมยฏฺเฐน ตโย วิโมกฺขา
เอกกฺขเณ โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Evaṁ samodhānaṭṭhena adhigamanaṭṭhena paṭilābhaṭṭhena paṭivedhaṭṭhena sacchikiriyaṭṭhena phassanaṭṭhena abhisamayaṭṭhena tayo vimokkhā ekakkhaṇe honti.
อนิจฺจโต มนสิกโรนฺโต นิมิตฺตา มุจฺจตีติ
อนิมิตฺโต วิโมกฺโข ยโต มุจฺจติ ตตฺถ น ปณิทหตีติ อปฺปณิหิโต
วิโมกฺโข ยตฺถ น ปณิทหติ เตน สุญฺโญติ✎ ร่าง
Anattato manasikaronto abhinivesā muccatīti—
อ้างอิงPTS 2.67 · สยามรัฐ 31.401 · ฉัฏฐสังคายนา 79.250
สุญฺญโต วิโมกฺโข✎ ร่าง
suññato vimokkho.
เยน สุญฺญเตน นิมิตฺเตน อนิมิตฺโตติ✎ ร่าง
Yena suñño, tena nimittena animittoti—
อนิมิตฺโต วิโมกฺโข✎ ร่าง
animitto vimokkho.
—
Yena nimittena animitto, tattha na paṇidahatīti—
—
Yattha na paṇidahati, tena suññoti—
เอวํ
สโมธานฏฺเฐน อธิคมฏฺเฐน ปฏิลาภฏฺเฐน ปฏิเวธฏฺเฐน สจฺฉิกิริยฏฺเฐน
ผสฺสนฏฺเฐน อภิสมยฏฺเฐน ตโย วิโมกฺขา เอกกฺขเณ โหนฺติ
ทุกฺขโต มนสิกโรนฺโต ปณิธิยา มุจฺจตีติ อปฺปณิหิโต วิโมกฺโข
ยตฺถ น ปณิทหติ เตน สุญฺโญติ สุญฺญโต วิโมกฺโข
{๕๑๐.๒} เยน สุญฺญเตน นิมิตฺเตน อนิมิตฺโตติ อนิมิตฺโต
วิโมกฺโข เยน นิมิตฺเตน อนิมิตฺโต ตตฺถ น ปณิทหตีติ อปฺปณิหิโต
วิโมกฺโข เอวํ สโมธานฏฺเฐน อธิคมฏฺเฐน ปฏิลาภฏฺเฐน ปฏิเวธฏฺเฐน
สจฺฉิกิริยฏฺเฐน ผสฺสนฏฺเฐน อภิสมยฏฺเฐน ตโย วิโมกฺขา เอกกฺขเณ
โหนฺติ อนตฺตโต มนสิกโรนฺโต อภินิเวสา มุจฺจตีติ สุญฺญโต วิโมกฺโข
เยน สุญฺญเตน นิมิตฺเตน อนิมิตฺโตติ อนิมิตฺโต วิโมกฺโข เยน
นิมิตฺเตน อนิมิตฺโต ตตฺถ น ปณิทหตีติ อปฺปณิหิโต วิโมกฺโข ยตฺถ
น ปณิทหติ เตน สุญฺโญติ สุญฺญโต วิโมกฺโข เอวํ สโมธานฏฺเฐน
อธิคมฏฺเฐน ปฏิลาภฏฺเฐน ปฏิเวธฏฺเฐน สจฺฉิกิริยฏฺเฐน
ผสฺสนฏฺเฐน อภิสมยฏฺเฐน ตโย วิโมกฺขา เอกกฺขเณ โหนฺติ✎ ร่าง
Evaṁ samodhānaṭṭhena adhigamanaṭṭhena paṭilābhaṭṭhena paṭivedhaṭṭhena sacchikiriyaṭṭhena phassanaṭṭhena abhisamayaṭṭhena tayo vimokkhā ekakkhaṇe honti.
อิเมหิ สตฺตหากาเรหิ ตโย วิโมกฺขา เอกกฺขเณ โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
Imehi sattahākārehi tayo vimokkhā ekakkhaṇe honti.