เนื้อความทั้งข้อ
[๕๗๓] อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการ ๘ เป็นไฉน
อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ย่อมดำรงอยู่ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มี
ความเกิดขึ้น ๑ ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะความไม่นึกถึงความเกิด ๑ เพราะอรรถว่า
ตรัสรู้ความน้อมไปแห่งจิต ว่าตรัสรู้ความนำออกแห่งจิต อุเบกขาสัมโพชฌงค์
ดำรงไว้ซึ่งความสลัดออกแห่งจิต ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มีความเป็นไป ๑
ด้วยความไม่นึกถึงความเป็นไป ๑ ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มีนิมิต ๑
ด้วยความไม่นึกถึงนิมิต ๑ ด้วยความนึกถึงนิโรธ ๑ ด้วยความไม่นึกถึงสังขาร ๑
อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการ ๘ นี้ ฯ
อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมเคลื่อนไปด้วยอาการ ๘ เป็นไฉน
อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ย่อมเคลื่อนไปด้วยความนึกถึงความเกิด ๑ ด้วย
ความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มีความเกิด ๑ ด้วยความนึกถึงความเป็นไป ๑
ด้วยความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มีความเป็นไป ๑ ด้วยความนึกถึงนิมิต ๑
ด้วยความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มีนิมิต ๑ ด้วยความนึกถึงสังขาร ๑ ด้วยความ
ไม่นึกถึงนิโรธ ๑ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมเคลื่อนไปด้วยอาการ ๘ นี้ เมื่อเรา
กำลังเที่ยวไป ย่อมรู้ชัดซึ่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ดำรงอยู่ว่า ดำรงอยู่ ถ้าแม้
เคลื่อนไปเราก็รู้ว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไปเพราะปัจจัยนี้ อย่างนี้ ฯ
สาวัตถีนิทาน
กตเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ฯ✎ ร่าง
Katamehi aṭṭhahākārehi upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati?
อนุปฺปาทํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อุปฺปาทํ
อนาวชฺชิตตฺตา โพชฺฌงฺคา ๑- จิตฺตสฺส อภินีหารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ
โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส นิยฺยานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส
นิสฺสรณฏฺฐํ ๑- อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อปฺปวตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา
อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ปวตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค
ติฏฺฐติ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ นิมิตฺตํ
อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ นิโรธํ อาวชฺชิตตฺตา
อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ สงฺขาเร อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค
ติฏฺฐติ✎ ร่าง
Anuppādaṁ āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati, uppādaṁ anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati, appavattaṁ āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati, pavattaṁ anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati, animittaṁ āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati, nimittaṁ anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati, nirodhaṁ āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati, saṅkhāre anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati—
อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ฯ✎ ร่าง
imehi aṭṭhahākārehi upekkhāsambojjhaṅgo tiṭṭhati.
กตเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ฯ✎ ร่าง
Katamehi aṭṭhahākārehi upekkhāsambojjhaṅgo cavati?
อ้างอิงPTS 2.129 · สยามรัฐ 31.482
อุปฺปาทํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อนุปฺปาทํ
อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ปวตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา
อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อปฺปวตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขา-
สมฺโพชฺฌงฺโค จวติ นิมิตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. โพชฺฌงคา จิตฺตสฺส ... จิตฺตสฺส นิสฺสรณฏฺฐนฺติ อิเม ปาฐา น ทิสฺสนฺติ ฯ
จวติ อนิมิตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ
สงฺขาเร อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ นิโรธํ
อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ✎ ร่าง
Uppādaṁ āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati, anuppādaṁ anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati, pavattaṁ āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati, appavattaṁ anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati, nimittaṁ āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati, animittaṁ anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati, saṅkhāre āvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati, nirodhaṁ anāvajjitattā upekkhāsambojjhaṅgo cavati—
อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ
อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ✎ ร่าง
imehi aṭṭhahākārehi upekkhāsambojjhaṅgo cavati.
เอวํ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ
ปชานามิ สเจปิ จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามีติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Evaṁ “tiṭṭhantañca naṁ tiṭṭhatī”ti pajānāmi; sacepi cavati, “idappaccayā me cavatī”ti pajānāmi.
โพชฺฌงฺคกถา ฯ✎ ร่าง
Bojjhaṅgakathā niṭṭhitā.
ยุคนทฺธวคฺเค✎ ร่าง
2 Yuganaddhavagga
เมตฺตากถา✎ ร่าง
2.4. Mettākathā
สาวตฺถีนิทานํ✎ ร่าง
Sāvatthinidānaṁ.
อ้างอิงPTS 2.130 · สยามรัฐ 31.483 · ฉัฏฐสังคายนา 79.304 · พุทธชยันตี 35.2.64