‹ กลับ
พลกถา
เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค · ข้อ 632 · ขุ.ป. ๓๑/๙๒๙๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๖๓๒] ชื่อว่าสัทธาพละ ชื่อว่าวิริยพละ ชื่อว่าสติพละ ชื่อว่า สมาธิพละ ชื่อว่าปัญญาพละ ชื่อว่าหิริพละ ชื่อว่าโอตตัปปพละ ชื่อว่าปฏิ- *สังขานพละ ชื่อว่าตถาคตพละ เพราะอรรถว่ากระไร ฯ ชื่อว่าสัทธาพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวไปในความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ชื่อว่าวิริยพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวไปในความเกียจคร้าน ชื่อว่าสติพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวไปในความประมาท ชื่อว่าสมาธิพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวไปในอุทธัจจะ ชื่อว่าปัญญาพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวไปใน อวิชชา ชื่อว่าหิริพละ เพราะอรรถว่า ละอายอกุศลธรรมอันลามก ชื่อว่า โอตตัปปพละ เพราะอรรถว่า เกรงกลัวอกุศลธรรมอันลามก ชื่อว่าปฏิสังขานพละ เพราะอรรถว่า พิจารณากิเลสทั้งหลายด้วยญาณ ชื่อว่าภาวนาพละ เพราะอรรถว่า ธรรมทั้งหลายที่เกิดในภาวนานั้น มีกิจเป็นอันเดียวกัน ชื่อว่าอนวัชชพละ เพราะอรรถว่า ในเนกขัมมะนั้นไม่มีโทษน้อยหนึ่ง ชื่อว่าสังคาหพละ เพราะอรรถว่า พระโยคาวจรย่อมสะกดจิตไว้ด้วยเนกขัมมะเป็นต้นนั้น ชื่อว่าขันติพละ เพราะ อรรถว่า เนกขัมมะเป็นต้นย่อมอดทนต่อนิวรณ์มีกามฉันทะเป็นต้น ชื่อว่า ปัญญัตติพละ เพราะอรรถว่า พระโยคาวจรตั้งจิตไว้ด้วยเนกขัมมะเป็นต้น ชื่อว่า นิชฌัตติพละ เพราะอรรถว่าพระโยคาวจรย่อมเพ่งจิตด้วยเนกขัมมะเป็นต้น ชื่อว่า อิสริยพละ เพราะอรรถว่า พระโยคาวจรย่อมให้จิตเป็นไปตามอำนาจด้วย เนกขัมมะเป็นต้น ชื่อว่าอธิษฐานพละ เพราะอรรถว่า พระโยคาวจรย่อมตั้งจิตไว้มั่น ด้วยเนกขมมะเป็นต้น ชื่อว่าสมถพละ เพราะอรรถว่า จิตมีอารมณ์เดียวด้วย เนกขัมมะเป็นต้น ชื่อว่าวิปัสสนาพละ เพราะอรรถว่า พระโยคาวจรย่อมพิจารณา เห็นธรรมที่เกิดในภาวนานั้น ชื่อว่าเสกขพละ เพราะอรรถว่า พระเสขะยังต้อง ศึกษาในสัมมาทิฐิเป็นต้นนั้น ชื่อว่าอเสกขพละ เพราะความที่พระอเสขะศึกษาใน สัมมาทิฐิเป็นต้นนั้นเสร็จแล้ว ชื่อว่าขีณาสวพละ เพราะอรรถว่า อาสวะทั้งหลาย สิ้นไปแล้วด้วยความเห็นด้วยดีนั้น ชื่อว่าอิทธิพละ เพราะอรรถว่า ฤทธิ์ย่อม สำเร็จเพราะการอธิษฐานเป็นต้น เพราะเหตุแห่งการประกอบโดยชอบในส่วนนั้นๆ ชื่อว่าตถาคตพละ เพราะอรรถว่าเป็นกำลังหาประมาณมิได้ ฉะนี้แล ฯ
เทียบรายประโยค (39 ประโยค)
ps2.9:39.1 #
เกนตฺเถน สทฺธาพลํ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena saddhābalaṁ?
ps2.9:39.2 #
เกนตฺเถน วิริยพลํ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena vīriyabalaṁ?
ps2.9:39.3 #
เกนตฺเถน สติพลํ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena satibalaṁ?
ps2.9:39.4 #
เกนตฺเถน สมาธิพลํ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena samādhibalaṁ?
ps2.9:39.5 #
เกนตฺเถน ปญฺญาพลํ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena paññābalaṁ?
ps2.9:39.6 #
เกนตฺเถน หิริพลํ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena hiribalaṁ?
ps2.9:39.7 #
เกนตฺเถน โอตฺตปฺปพลํ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena ottappabalaṁ?
ps2.9:39.8 #
เกนตฺเถน ปฏิสงฺขานพลํ เ✎ ร่าง
Kenaṭṭhena paṭisaṅkhānabalaṁ …pe…
ps2.9:39.9 #
กนตฺเถน ตถาคตพลํ ฯ✎ ร่าง
kenaṭṭhena tathāgatabalaṁ?
ps2.9:40.1 #
อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยฏฺเฐน สทฺธาพลํ✎ ร่าง
Assaddhiye akampiyaṭṭhena saddhābalaṁ.
อ้างอิงสยามรัฐ 31.550 · ฉัฏฐสังคายนา 79.351 · พุทธชยันตี 35.2.140
ps2.9:40.2 #
โกสชฺเช อกมฺปิยฏฺเฐน วิริยพลํ✎ ร่าง
Kosajje akampiyaṭṭhena vīriyabalaṁ.
ps2.9:40.3 #
ปมาเท อกมฺปิยฏฺเฐน สติพลํ✎ ร่าง
Pamāde akampiyaṭṭhena satibalaṁ.
ps2.9:40.4 #
อุทฺธจฺเจ อกมฺปิยฏฺเฐน สมาธิพลํ✎ ร่าง
Uddhacce akampiyaṭṭhena samādhibalaṁ.
ps2.9:40.5 #
อวิชฺชาย อกมฺปิยฏฺเฐน ปญฺญาพลํ✎ ร่าง
Avijjāya akampiyaṭṭhena paññābalaṁ.
ps2.9:40.6 #
หิริยติ ปาปเก อกุสเล ธมฺเมติ หิริพลํ✎ ร่าง
Hirīyati pāpake akusale dhammeti—hiribalaṁ.
ps2.9:40.7 #
โอตฺตปฺปติ ปาปเก อกุสเล ธมฺเมติ โอตฺตปฺปพลํ✎ ร่าง
Ottappati pāpake akusale dhammeti—ottappabalaṁ.
ps2.9:40.8 #
ญาเณน กิเลเส ปฏิสงฺขาตีติ ปฏิสงฺขานพลํ✎ ร่าง
Ñāṇena kilese paṭisaṅkhātīti—paṭisaṅkhānabalaṁ.
ps2.9:40.9 #
ตตฺถ ชาตา ธมฺมา เอกรสา โหนฺตีติ ภาวนาพลํ✎ ร่าง
Tattha jātā dhammā ekarasā hontīti— bhāvanābalaṁ.
ps2.9:40.10 #
ตตฺถ นตฺถิ กิญฺจิ วชฺชนฺติ อนวชฺชพลํ✎ ร่าง
Tattha natthi kiñci vajjanti—anavajjabalaṁ.
ps2.9:40.11 #
เตน จิตฺตํ สงฺคณฺหาตีติ สงฺคาหพลํ✎ ร่าง
Tena cittaṁ saṅgaṇhātīti—saṅgahabalaṁ.
ps2.9:40.12 #
ตํ ตสฺส ๑- ขมตีติ✎ ร่าง
Taṁ tassa khamatīti—
ps2.9:40.13 #
ขนฺติพลํ✎ ร่าง
khantibalaṁ.
ps2.9:40.14 #
เตน จิตฺตํ ปญฺญเปตีติ ปญฺญตฺติพลํ✎ ร่าง
Tena cittaṁ paññapetīti—paññattibalaṁ.
ps2.9:40.15 #
เตน จิตฺตํ นิชฺฌาเปตีติ นิชฺฌตฺติพลํ✎ ร่าง
Tena cittaṁ nijjhāpetīti—nijjhattibalaṁ.
ps2.9:40.16 #
เตน จิตฺตํ วสํ วตฺเตตีติ อิสฺสริยพลํ✎ ร่าง
Tena cittaṁ vasaṁ vattetīti—issariyabalaṁ.
ps2.9:40.17 #
เตน จิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ อธิฏฺฐานพลํ✎ ร่าง
Tena cittaṁ adhiṭṭhātīti— adhiṭṭhānabalaṁ.
ps2.9:40.18 #
เตน จิตฺตํ เอกคฺคตนฺติ สมถพลํ✎ ร่าง
Tena cittaṁ ekagganti—samathabalaṁ.
ps2.9:40.19 #
ตตฺถ ชาเต ธมฺเม อนุปสฺสตีติ วิปสฺสนาพลํ✎ ร่าง
Tattha jāte dhamme anupassatīti—vipassanābalaṁ.
ps2.9:40.20 #
ตตฺถ สิกฺขตีติ เสกฺขพลํ✎ ร่าง
Tattha sikkhatīti—sekhabalaṁ.
ps2.9:40.21 #
ตตฺถ สิกฺขิตตฺตา✎ ร่าง
Tattha sikkhitattā—
ps2.9:40.22 #
อเสกฺขพลํ✎ ร่าง
asekhabalaṁ.
ps2.9:40.23 #
เตน อาสวา ขีณาติ ขีณาสวพลํ ตํ✎ ร่าง
Tena āsavā khīṇāti—khīṇāsavabalaṁ.
ps2.9:40.24 #
ตสฺส อิชฺฌตีติ อิทฺธิพลํ✎ ร่าง
Tassa ijjhatīti—iddhibalaṁ.
ps2.9:40.25 #
อปฺปเมยฺยฏฺเฐน ตถาคตพลนฺติ ฯ✎ ร่าง
Appameyyaṭṭhena tathāgatabalanti.
ps2.9:40.26 #
พลกถา ฯ✎ ร่าง
Balakathā niṭṭhitā.
ps2.10:12.5 #
saññāya …
ps2.10:0.1 #
Paṭisambhidāmagga
ps2.10:0.2 #
ยุคนทฺธวคฺเค✎ ร่าง
2 Yuganaddhavagga
ps2.10:0.3 #
สุญฺญกถา✎ ร่าง
2.10. Suññakathā
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน