‹ กลับ
สติปัฏฐานกถา
เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค · ข้อ 727 · ขุ.ป. ๓๑/๑๐๗๑๐ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๗๒๗] ภิกษุเป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่อย่างไร ฯ ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นกองธาตุดิน โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง ไม่พิจารณาเห็นโดยความเป็นของเที่ยง พิจารณาเห็นโดยความเป็น ทุกข์ ไม่พิจารณาเห็นโดยความเป็นสุข พิจารณาเห็นโดยความเป็นอนัตตา ไม่ พิจารณาเห็นโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมดับ ไม่ให้เกิด ย่อมสละคืน ไม่ถือมั่น เมื่อพิจารณาเห็นโดย ความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละนิจจสัญญาได้ เมื่อพิจารณาเห็นโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละสุขสัญญาได้ เมื่อพิจารณาเห็นโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละอัตตสัญญา ได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละความกำหนัด ได้ เมื่อดับ ย่อมละสมุทัยได้ เมื่อสละคืนย่อมละความยึดถือได้ ภิกษุพิจารณา เห็นกายโดยอาการ ๗ นี้ กายปรากฏ ไม่ใช่สติ สติปรากฏด้วย เป็นตัวสติด้วย ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายนั้นด้วยสติและญาณนั้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกการ พิจารณาเห็นกายในกายว่า สติปัฏฐานภาวนา ฯ ภาวนา ในคำว่า ภาวนา มี ๔ คือ ภาวนา ด้วยความว่าธรรมทั้งหลาย ที่เกิดในภาวนานั้นไม่ล่วงเกินกัน ๑ ด้วยความว่าอินทรีย์ทั้งหลายมีกิจเป็นอันเดียว กัน ๑ ด้วยความว่าเป็นเครื่องนำไปซึ่งความเพียร อันสมควรแก่ความที่ธรรม ทั้งหลายไม่ล่วงเกินกัน และอินทรีย์มีกิจเป็นอันเดียวกันนั้น ๑ ด้วยความว่าเป็น ธรรมที่เสพ ๑ ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกองอาโปธาตุ กองเตโช- *ธาตุ กองวาโยธาตุ กองผม กองขน กองผิว กองหนัง กองเนื้อ กองเอ็น กองกระดูก กองเยื่อในกระดูก โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่พิจารณาเห็นโดย ความเป็นของเที่ยง พิจารณาเห็นโดยความเป็นทุกข์ ไม่พิจารณาเห็นโดยความ เป็นสุข พิจารณาเห็นโดยความเป็นอนัตตา ไม่พิจารณาเห็นโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมดับ ไม่ให้เกิด ย่อมสละคืน ไม่ถือมั่น เมื่อพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละ นิจจสัญญาได้ เมื่อพิจารณาเห็นโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละสุขสัญญาได้ เมื่อ พิจารณาเห็นโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละอัตตสัญญาได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละ ความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละความกำหนัดได้ เมื่อดับย่อมละสมุทัยได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายด้วยอาการ ๗ นี้ กายปรากฏ ไม่ใช่สติ สติปรากฏด้วย เป็นตัวสติด้วย ภิกษุย่อมพิจารณาเห็น กายนั้นด้วยสติและญาณนั้น เพราะเหตุดังนี้นั้น ท่านจึงเรียกการพิจารณาเห็นกาย ในกายว่า สติปัฏฐานภาวนา ฯ ภาวนา ในคำว่า ภาวนา มี ๔ ฯลฯ ภาวนาด้วยความว่า เป็นธรรมที่ เสพ ฯลฯ ภิกษุมีปรกติพิจารณาเห็นกายในกายอยู่อย่างนี้ ฯ
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
ps3.8:1.6 #
citte …
ps3.8:1.7 #
dhammesu dhammānupassī viharati ātāpī sampajāno satimā, vineyya loke abhijjhādomanassaṁ.
ps3.8:1.8 #
Ime kho, bhikkhave, cattāro satipaṭṭhānā”ti.
ps3.8:2.1 #
กถํ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ ฯ✎ ร่าง
Kathaṁ kāye kāyānupassī viharati?
อ้างอิงสยามรัฐ 31.623
ps3.8:2.2 #
อิเธกจฺโจ ปฐวีกายํ อนิจฺจโต อนุปสฺสติ โน นิจฺจโต✎ ร่าง
Idhekacco pathavīkāyaṁ aniccato anupassati, no niccato;
ps3.8:2.3 #
ทุกฺขโต อนุปสฺสติ โน สุขโต✎ ร่าง
dukkhato anupassati, no sukhato;
ps3.8:2.4 #
อนตฺตโต อนุปสฺสติ โน อตฺตโต✎ ร่าง
anattato anupassati, no attato;
ps3.8:2.5 #
นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ✎ ร่าง
nibbindati, no nandati;
ps3.8:2.6 #
วิรชฺชติ โน รชฺชติ✎ ร่าง
virajjati, no rajjati;
ps3.8:2.7 #
นิโรเธติ โน สมุเทติ ปฏินิสฺสชฺชติ โน @เชิงอรรถ: ๑ ม. สงฺกิเลสสีสญฺจ ฯ ๒ ม. สาวตฺถินิทานํ ฯ อาทิยติ✎ ร่าง
nirodheti, no samudeti, paṭinissajjati, no ādiyati.
ps3.8:2.8 #
อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต อนุปสฺสนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต อนุปสฺสนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ✎ ร่าง
Aniccato anupassanto niccasaññaṁ pajahati, dukkhato anupassanto sukhasaññaṁ pajahati, anattato anupassanto attasaññaṁ pajahati, nibbindanto nandiṁ pajahati, virajjanto rāgaṁ pajahati, nirodhento samudayaṁ pajahati, paṭinissajjanto ādānaṁ pajahati.
ps3.8:2.9 #
อิเมหิ สตฺตหากาเรหิ กายํ อนุปสฺสติ✎ ร่าง
Imehi sattahi ākārehi kāyaṁ anupassati.
ps3.8:2.10 #
กาโย อุปฏฺฐานํ โน สติ✎ ร่าง
Kāyo upaṭṭhānaṁ, no sati.
ps3.8:2.11 #
สติ อุปฏฺฐานํ เจว สติ จ✎ ร่าง
Sati upaṭṭhānañceva sati ca.
ps3.8:2.12 #
ตาย สติยา เตน ญาเณน ตํ กายํ อนุปสฺสตีติ✎ ร่าง
Tāya satiyā tena ñāṇena taṁ kāyaṁ anupassati.
ps3.8:2.13 #
เตน วุจฺจติ✎ ร่าง
Tena vuccati—
ps3.8:2.14 #
กาเย กายานุปสฺสนา สติปฏฺฐานภาวนา ๑- ฯ✎ ร่าง
“kāye kāyānupassanāsatipaṭṭhānā”.
ps3.8:3.1 #
ภาวนาติ จตสฺโส ภาวนา✎ ร่าง
Bhāvanāti catasso bhāvanā—
ps3.8:3.2 #
ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนฏฺเฐน ภาวนา อินฺทฺริยานํ เอกรสฏฺเฐน ภาวนา ตทุปควิริยวาหนฏฺเฐน ภาวนา อาเสวนฏฺเฐน ภาวนา✎ ร่าง
tattha jātānaṁ dhammānaṁ anativattanaṭṭhena bhāvanā, indriyānaṁ ekarasaṭṭhena bhāvanā, tadupagavīriyavāhanaṭṭhena bhāvanā, āsevanaṭṭhena bhāvanā.
ps3.8:4.1 #
อิเธกจฺโจ อาโปกายํ✎ ร่าง
Idhekacco āpokāyaṁ …pe…
อ้างอิงPTS 2.233 · สยามรัฐ 31.624 · ฉัฏฐสังคายนา 79.401
ps3.8:4.2 #
เตโชกายํ✎ ร่าง
tejokāyaṁ …
ps3.8:4.3 #
วาโยกายํ✎ ร่าง
vāyokāyaṁ …
ps3.8:4.4 #
เกสกายํ✎ ร่าง
kesakāyaṁ …
ps3.8:4.5 #
โลมกายํ✎ ร่าง
lomakāyaṁ …
ps3.8:4.6 #
ฉวิกายํ✎ ร่าง
chavikāyaṁ …
ps3.8:4.7 #
จมฺมกายํ✎ ร่าง
cammakāyaṁ …
ps3.8:4.8 #
มํสกายํ✎ ร่าง
maṁsakāyaṁ …
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๑ — ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน