เนื้อความทั้งข้อ
[๒๕] เราเป็นคนเฝ้าประตูอยู่ในพระนครพันธุมดี ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศ
จากธุลี ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัสได้ถือเอาท่อน
อ้อยมาถวาย แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดพระนามว่าวิปัสสี ผู้
แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายอ้อยใด
ในกาลนั้น ด้วยการถวายอ้อยนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการถวายท่อนอ้อย เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุจฉุขัณฑิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
[๒๕] สมัยต่อมาพระโกนาคมนพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าผู้อุดมกว่าสัตว์
เป็นพระธรรมราชา มีพระรัศมีสว่างไสวทรงพระนามว่า กัสสปะ
ทรัพย์อันเป็นต้นทุนของตระกูล ที่สัตว์เป็นอันมากบูชา พระองค์
ทรงละทิ้งเสียแล้วทรงเป็นทายกผู้องอาจให้ทาน ยังฉันทะให้เต็ม ทรง
ทำลายกิเลสดังสัตว์ร้ายแล้ว ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม เมื่อ
พระกัสสปะผู้เป็นนายกของโลก ทรงประกาศพระธรรมจักร ธรรมา-
ภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์สองหมื่นโกฏิ ในคราวเมื่อพระพุทธเจ้า
เสด็จจาริกไปในโลกตลอด ๔ เดือน ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มี
แก่สัตว์หมื่นโกฏิ ในคราวเมื่อพระองค์ทรงทำยมกปาฏิหาริย์แสดง
ฤทธิ์ต่างๆ ทรงประกาศพระญาณธาตุ ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มี
แก่สัตว์ห้าพันโกฏิ ในคราวที่พระองค์ทรงแสดงธรรม ณ สุธรรมเทพ-
นครอันรื่นรมย์ พระชินเจ้าทรงทำให้เทวดาสามพันโกฏิได้ตรัสรู้
และในคราวทรงแสดงธรรมแก่มนุษย์ เทวดา และยักษ์อีกครั้งหนึ่ง
มนุษย์เป็นต้นผู้ได้ตรัสรู้ธรรมนั้นจะคณนานับมิได้ แม้พระพุทธเจ้า
พระองค์นั้นก็ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน
มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ครั้งเดียว ครั้งนั้นพระภิกษุขีณาสพผู้ล่วง
สุดภพแล้ว ผู้คงที่ด้วยหิริและศีลมาประชุมกันสองหมื่น ในกาลนั้น
เราเป็นมาณพ มีชื่อปรากฏ ว่าโชติปาละ เป็นผู้เล่าเรียน ทรงมนต์
รู้จบไตรเพทถึงที่สุดในคำภีร์ทำนายลักษณะและคัมภีร์อิติหาสะ เป็น
ผู้ฉลาดในวิชาดูพื้นที่และอากาศ เป็นผู้ใช้วิชา ไม่มีทุกข์ ฆฏิการ
อุบาสกผู้อุปัฏฐากแห่งพระผู้มีพระภาคกัสสปะ เป็นผู้มีความเคารพ
ยำเกรง เป็นพระอนาคามี ฆฏิการอุบาสกได้พาเราเข้าไปเฝ้าพระ-
กัสสปชินเจ้า เราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้วบวชในสำนักของ
พระองค์ เราเป็นผู้ปรารภความเพียร ฉลาดในวัตรและมิใช่วัตร
ไม่เสื่อมในที่ไหนๆ ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระชินเจ้าบริบูรณ์
เล่าเรียนนวังคสัตถุศาสน์เท่าที่พระพุทธเจ้าตรัสแล้วทุกอย่าง ยัง
พระศาสนาของพระพิชิตมารให้งดงาม แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ทรงเห็นความอัศจรรย์ของเราแล้ว จึงทรงพยากรณ์ว่า ในภัทรกัปนี้
ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ...... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น
เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เรา
อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญเพียรบารมี ๑๐ ประการ การให้ยิ่งขึ้นไป
เรานึกถึงพระพุทธพยากรณ์อย่างนี้แล้ว งดเว้นอนาจาร กระทำกรรม
ที่ทำได้ยาก เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น พระนครชื่อว่า
พาราณสี พระบรมกษัตริย์ พระนามว่ากิกี ตระกูลใหญ่ของพระ-
สัมพุทธเจ้าอยู่ในพระนครนั้น พรหมทัตตพราหมณ์เป็นพุทธบิดา
นางธนวดีพราหมณีเป็นพุทธมารดา พระองค์ทรงครอบครองอาคาร
สถานอยู่สองพันปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อหังษะ
ยสะ และสิริจันทะ มีนางสาวนารีสี่หมื่นแปดพันนางล้วนประดับ
ประดาสวยงาม นางสุนันทาพราหมณีเป็นภรรยา บุตรชายนามว่า
วิชิตเสน พระองค์ผู้เป็นบุรุษอุดม ได้เห็นนิมิต ๔ ประการ จึงออก
บวชพร้อมด้วยปราสาท ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน พระกัสสปมหา-
วีรเจ้าผู้เป็นนายกของโลกผู้อุดมกว่านรชน อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว
ทรงประกาศพระธรรมจักรที่มฤคทายวัน ทรงมีพระติสสเถระและ
พระภารทวาชเถระ เป็นพระอัครสาวก พระเถระชื่อว่าสรรพมิตตะ
เป็นพระพุทธอุปัฏฐาก พระอนุลาเถรีและพระอุรุเวลาเถรีเป็นพระ-
อัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระองค์เรียกชื่อว่านิโครธ สุมังคล
อุบาสกและฆฏิการอุบาสก เป็นอัครอุปัฏฐาก วิชิตเสนาอุบาสก และ
ภัททาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น มี
พระองค์สูง ๒๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าในอากาศ
ดุจพระจันทร์เต็มดวง พระองค์มีพระชนมายุสองหมื่นปี เมื่อทรง
ดำรงอยู่เพียงนั้น ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย
ทรงสร้างสระน้ำคือธรรมไว้ ทรงประทานเครื่องลูบไล้ คือ ศีล
ทรงจัดผ้าคือธรรมไว้นุ่งห่ม ทรงแจกพวงมาลัยคือธรรม ทรงตั้ง
กระจกเงาอันไร้มลทินคือธรรมไว้ให้มหาชน ด้วยทรงหวังว่า ชน
บางพวกปรารถนานิพพาน จงเห็นเครื่องประดับของเรา ทรงจัดเสื้อ
คือศีล เกราะหนังคือญาณ ทรงจัดหนังคือธรรมไว้ให้คลุม และ
เครื่องรบอย่างดีเลิศให้ ทรงจัดโล่ห์คือสติ หอกคือญาณอันคมกล้า
ดาบอย่างดีคือธรรม และศาตราวุธเครื่องย่ำยีศัตรูคือศีลไว้ให้ ทรงจัด
ภูษา คือไตรวิชา พวงมาลัยสวมศีรษะคือผล ๔ เครื่องอาภรณ์ คือ
อภิญญา ๖ และดอกไม้เครื่องประดับคือธรรม ร่มขาวคือพระสัทธรรม
อันเป็นเครื่องป้องกันบาป ทรงนิรมิตดอกไม้ คือ ความไม่มีเวรภัย
ไว้ให้เสร็จแล้ว พระองค์ก็เสด็จนิพพานพร้อมด้วยพระสาวก แท้-
จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระคุณหาประมาณมิได้ ยากที่จะรู้ได้
พระธรรมรัตนะที่ตรัสไว้ดีแล้วควรเรียกให้มาดู พระสังฆรัตนะผู้
ปฏิบัติดี ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า ทั้ง ๓ รัตนะนี้ หายไปหมดทุกอย่างแล้ว
สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระมหากัสสปชินศาสดา เสด็จนิพพาน
ที่เสตัพยาราม ทระสถูปของพระองค์ สูงหนึ่งโยชน์ ประดิษฐานอยู่
ณ เสตัพยารามนั้น ฉะนี้แล.
[๒๕] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเกิดในตระกูลมหาศาลอันประเสริฐสุด
อยู่ในพระนครพรหมวัทธนะ ในกาลนั้น เราเห็นสัตว์โลกเป็นผู้ถูก
ความมืดครอบงำ จิตของเราเบื่อหน่ายจากภพ เหมือนช้างถูกสับด้วย
ขอสลดใจ ฉะนั้น เราเห็นความลามกต่างๆ อย่างนี้ จึงคิดอย่างนี้
ในกาลนั้นว่าเมื่อไร เราจึงจะออกไปจากเรือนแล้วเข้าป่าได้ แม้ใน
กาลนั้น พวกญาติก็เชื้อเชิญเราด้วยกามโภคะทั้งหลาย เราได้บอก
ความพอใจแม้แก่เขาเหล่านั้นว่า อย่าเชื้อเชิญเราด้วยสิ่งเหล่านั้นเลย
น้องชายของเราเป็นบัณฑิตชื่อว่านันทะ แม้เขาก็ศึกษาตามเราชอบใจ
บรรพชา แม้ในกาลนั้น เราคือโสณบัณฑิต นันทบัณฑิต และมารดา
บิดาทั้งสองของเราก็ละทิ้งโภคสมบัติทั้งหลายแล้วเข้าป่าใหญ่ ฉะนี้
แล.
นคเร พนฺธุมติยา🤖 AI จับคู่
“Nagare bandhumatiyā,
ทฺวารปาโล อโหสหํ🤖 AI จับคู่
dvārapālo ahosahaṁ;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Addasaṁ virajaṁ buddhaṁ,
สพฺพธมฺมาน ปารคุํ ฯ🤖 AI จับคู่
sabbadhammāna pāraguṁ.
อุจฺฉุกฺขณฺฑิกมาทาย🤖 AI จับคู่
Ucchukhaṇḍikamādāya,
พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ🤖 AI จับคู่
buddhaseṭṭhassadāsahaṁ;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน🤖 AI จับคู่
Pasannacitto sumano,
วิปสฺสิสฺส มเหสิโน ฯ🤖 AI จับคู่
vipassissa mahesino.
เอกนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Ekanavutito kappe,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.20
ยํ อุจฺฉุมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ ucchumadadiṁ tadā;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
อุจฺฉุขณฺฑสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
ucchukhaṇḍassidaṁ phalaṁ.
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.122
เพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
เก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
ปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อุจฺฉุขณฺฑิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā ucchukhaṇḍiko thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
อุจฺฉุขณฺฑิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉฏฺฐํ กลมฺพทายกตฺเถราปทานํ (๔๓๖)
[๒๕] |๒๕.๑| โกนาคมนสฺส อปเรน สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม
กสฺสโป นาม นาเมน ๓- ธมฺมราชา ปภงฺกโร ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. กมฺพุ ฯ ๒ ม. ธมฺมเจตึ สมุสฺเสตฺวา ฯ ๓ ม. โคตฺเตน ฯ
ส ๑- ฉฑฺฑิตํ กุลมูลํ พหูนํ ๒- ปาณปูชิตํ
|๒๕.๒| ทตฺวาน ทายเก ทานํ ปูรยิตฺวาน มานสํ
อุสโภวาฬกํ ๓- เภตฺวา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ
|๒๕.๓| ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตนฺเต กสฺสเป โลกนายเก
วีสติโกฏิสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ
|๒๕.๔| จตุมาสํ ยทา พุทฺโธ โลเก จรติ จาริกํ
ทสโกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ
|๒๕.๕| ยมกํ วิกุพฺพนํ กตฺวา ญาณธาตุํ ปกิตฺตยิ
ปญฺจโกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ
|๒๕.๖| สุธมฺมเทวปุเร ๔- รมฺเม ตตฺถ ธมฺมํ ปกิตฺตยิ ๕-
ตีณิ โกฏิสหสฺสานิ เทวานํ โพธยี ชิโน ฯ
|๒๕.๗| นรเทวสฺส ยกฺขสฺส อปเร จ ธมฺมเทสเน
เอเตสานํ อภิสมโย ๖- คณนาโต อสงฺขิโย ๗- ฯ
|๒๕.๘| ตสฺสาปิ เทวเทวสฺส เอโก อาสิ สมาคโม
ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ
|๒๕.๙| วีสติภิกฺขุสหสฺสานํ ตทา อาสิ สมาคโม
อภิกฺกนฺตภวนฺตานํ ๘- หิริสีเลน ตาทินํ ฯ
|๒๕.๑๐| อหํ ตทา มาณวโก โชติปาโลติ วิสฺสุโต
อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. สญฺฉฑฺฑิตํ ฯ ๒ ม. พหฺวนฺนปานโภชนํ ฯ ๓ ม. ยุ. อุสโภว อาฬกํ ฯ@๔ ม. สุธมฺมา... ฯ ๕ ยุ. ปกาสยิ ฯ ๖-๗ ม. ยุ. อภิสมยา ... อสงฺขิยา ฯ ๘ ม.@อติกฺกนฺตภวนฺตานํ ฯ
|๒๕.๑๑| ลกฺขเณ อิติหาเส จ สทฺธมฺเม ปารมึ คโต
ภุมฺมนฺตลิกฺเข ๑- กุสโล กตวิชฺโช อนามโย ฯ
|๒๕.๑๒| กสฺสปสฺส ภควโต ฆฏิกาโร นามุปฏฺฐโก
สคารโว สปฺปติสฺโส นิพฺพุโต ตติเย ผเล ฯ
|๒๕.๑๓| อาทาย มํ ฆฏิกาโร อุปคญฺฉิ กสฺสปํ ชินํ
ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาน ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ
|๒๕.๑๔| อารทฺธวิริโย หุตฺวา วตฺตาวตฺเตสุ โกวิโท
น กฺวจิ ปริหายามิ ปูเรมิ ๒- ชินสาสนํ ฯ
|๒๕.๑๕| ยาวตา พุทฺธภณิตํ นวงฺคสตฺถุสาสนํ
สพฺพํ ปริยาปุณิตฺวาน โสภยึ ชินสาสนํ ฯ
|๒๕.๑๖| มม อจฺฉริยํ ทิสฺวา โสปิ พุทฺโธ วิยากริ
อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ
|๒๕.๑๗| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต
ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ
|๒๕.๑๘| อชปาลรุกฺขมูลมฺหิ นิสีทิตฺวา ตถาคโต
ตตฺถ ปายาสํ สมาทาย ๓- เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ
|๒๕.๑๙| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ ปริภุญฺชิย
ปฏิยตฺตวรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ ๔- เอหิติ ฯ
|๒๕.๒๐| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ ๕-
อสฺสตฺถมูเล สมฺโพธึ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ภูมนฺต... ฯ ๒ ม. ปูเรสึ ฯ ๓ ม. ยุ. ปคฺคยฺห ฯ ๔ ม. ยุ.@โพธิมูลมุเปหิติ ฯ ๕ ม. ยุ. อนุตฺตโร ฯ
|๒๕.๒๑| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ
ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ
|๒๕.๒๒| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา
อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ
|๒๕.๒๓| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา
อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ
|๒๕.๒๔| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ
จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ
|๒๕.๒๕| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา
อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ
|๒๕.๒๖| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน
อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ๑- ฯ
|๒๕.๒๗| อุกฺกุฏฺฐิสทฺทา วตฺตนฺติ ๒- อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ
กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ
|๒๕.๒๘| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
|๒๕.๒๙| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย
เหฏฺฐาติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. พุทฺธวีชํ กิร อยํ ฯ ๒ ม. ยุ. ปวตฺตนฺติ ฯ
|๒๕.๓๐| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ
|๒๕.๓๑| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ
อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ
|๒๕.๓๒| เอวมหํ สํสริตฺวา ปริวชฺเชนฺโต อนาจรํ
ทุกฺกรํ ปกตํ ๑- มยฺหํ โพธิยาเยว การณา ฯ
|๒๕.๓๓| นครํ พาราณสี นาม กิกี นามาสิ ขตฺติโย
วสติ ตตฺถ นคเร สมฺพุทฺธสฺส มหากุลํ ฯ
|๒๕.๓๔| พฺราหฺมโณ พฺรหฺมทตฺโต จ อาสิ พุทฺธสฺส โส ปิตา
มาตา ๒- ธนวตี นาม กสฺสปสฺส มเหสิโน ฯ
|๒๕.๓๕| ทุเว วสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ โส
หํโส ยโส สิริจนฺโท ๓- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ
|๒๕.๓๖| ติโสฬสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา
สุนนฺทา นาม สา นารี วิชิตเสโน นาม อตฺรโช ฯ
|๒๕.๓๗| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา ปาสาเทนาภินิกฺขมิ
สตฺตาหํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ
|๒๕.๓๘| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต กสฺสโป โลกนายโก
วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ
|๒๕.๓๙| ติสฺโส จ ภารทฺวาโช จ อเหสุํ อคฺคสาวกา
สพฺพมิตฺโต นามุปฏฺฐาโก กสฺสปสฺส มเหสิโน ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. จ กตํ ฯ ๒ ม. ยุ. ชนิกา ฯ ๓ ม. ยุ. สิรินนฺโท ฯ
|๒๕.๔๐| อนุลา จ อุรุเวลา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา
โพธิ ตสฺส ภควโต นิโคฺรโธติ ปวุจฺจติ ฯ
|๒๕.๔๑| สุมงฺคโล ฆฏิกาโร จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา
วิชิตเสนา จ ภทฺทา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ
|๒๕.๔๒| อุจฺจตฺตเนน โส พุทฺโธ วีสติรตนมุคฺคโต ๑-
วิชฺชุลฏฺฐิว อากาเส จนฺโทว คหปูริโต ฯ
|๒๕.๔๓| วีสติวสฺสสหสฺสานิ อายุ ตสฺส มเหสิโน
ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ
|๒๕.๔๔| ธมฺมตฬากํ มาปยิตฺวา ๒- สีลํ ทตฺวา วิเลปนํ
ธมฺมทุสฺสํ นิวาเสตฺวา ธมฺมมาลํ วิภชฺชิย ๓- ฯ
|๒๕.๔๕| ธมฺมวิมลมาทาสํ ฐปยิตฺวา มหาชเน
เกจิ นิพฺพานํ ปตฺเถนฺตา ปสฺสนฺตุ เม อลงฺกรํ ฯ
|๒๕.๔๖| สีลกญฺจุกํ ทตฺวาน ฌานกวจจมฺมิกํ ๔-
ธมฺมจมฺมํ ปารุปิตฺวา ทตฺวา สนฺนาหมุตฺตมํ ฯ
|๒๕.๔๗| สติผลกํ ทตฺวาน ติขิณญาณกุนฺติมํ
ธมฺมขคฺควรํ ทตฺวา สีลสตฺตุปฺปมทฺทนํ ๕- ฯ
|๒๕.๔๘| เตวิชฺชาภูสํ ๖- ทตฺวาน อาเวฬํ จตุโร ผเล
ฉฬภิญฺญาภรณํ ทตฺวา ธมฺมปุปฺผปิลนฺธนํ ฯ
|๒๕.๔๙| สทฺธมฺมปณฺฑรจฺฉตฺตํ ทตฺวา ปาปนิวารณํ
มาปยิตฺวา อภยํ ปุปฺผํ นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. วีสติรตนุคฺคโต ฯ ๒ ยุ. มาเปตฺวา ฯ ๓ ยุ. วิราชิย ฯ ๔ ม. ...วมฺมิตํ ฯ@ยุ. ... วมฺมิกํ ฯ ๕ ม. ยุ. สีลสํสคฺคมทฺทนํ ฯ ๖ ม. เตวิชฺชาภูสนํ ทตฺวาน ฯ
|๒๕.๕๐| เอโส หิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อปฺปเมยฺโย ทุราสโท
เอโส หิ ธมฺมรตโน สฺวากฺขาโต เอหิปสฺสิโก ฯ
|๒๕.๕๑| เอโส หิ สงฺฆรตโน สุปฏิปนฺโน อนุตฺตโร
สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ
|๒๕.๕๒| มหากสฺสโป ชิโน สตฺถา เสตพฺยารามมฺหิ นิพฺพุโต
ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป โยชนุพฺเพธมุคฺคโตติ ฯ
กสฺสปพุทฺธวํโส จตุวีสติโม ฯ
ปญฺจวีสติโม โคตมพุทฺธวํโส
[๒๕] |๒๕.๔๒| ปุนาปรํ ยทา โหมิ นคเร พฺรหฺมวทฺธเน
ตตฺถ กุลวเร เสฏฺเฐ มหาสาเล อชายิหํ ฯ
|๒๕.๔๓| ตทาสึ ๒- โลกํ ทิสฺวาน อนฺธภูตํ ๓- ตโมตฺถตํ
จิตฺตํ ภวโต ปฏิกุฏติ ตุตฺตเวคหตํ วิย ฯ
|๒๕.๔๔| ทิสฺวาน วิวิธํ ปาปํ เอวํ จินฺเตสหํ ตทา
กทาหํ เคหา นิกฺขมฺม ปวิสิสฺสามิ กานนํ ฯ
|๒๕.๔๕| ตทาปิ มํ นิมนฺตึสุ กามโภเคหิ ญาตโย
เตสํปิ ฉนฺทมาจิกฺขึ มา นิมนฺเตถ เตหิ มํ ฯ
|๒๕.๔๖| โย เม กนิฏฺฐโก ภาตา นนฺโท นามาสิ ปณฺฑิโต
โสปิ มํ อนุสิกฺขนฺโต ปพฺพชฺชํ สมโรจสิ ๔- ฯ
|๒๕.๔๗| อหํ โสโณ จ นนฺโท จ อุโภ มาตา ปิตา มม
ตทาปิ โภเค ฉฑฺเฑตฺวา ปาวิสิมฺหา มหาวนนฺติ ฯ
โสณนนฺทปณฺฑิตจริยํ ปญฺจมํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. จ ฯ ๒ ม. ยุ. ตทาปิ ฯ ๓ ม. อนฺธีภูตํ ฯ ๔ ม. ยุ. สมโรจยิ ฯ
ฉฏฺฐํ มูคผกฺขจริยํ🤖 AI จับคู่
Ucchukhaṇḍikattherassāpadānaṁ pañcamaṁ.