PAGODA
หน้าแรก
ครูบาอาจารย์
เกี่ยวกับ
สารบัญ
›
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
› ข้อ 26
‹ กลับ
กลัมพทายกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 26 ·
ขุ.อป.๒. ๓๓/๗๘๑ ↗
‹ ข้อ 25
ข้อ 27 ›
👁 การแสดงผล
▾
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
คำแปลไทย (ทั้งข้อ)
บาลีอักษรไทย
บาลีโรมัน
อ้างอิง
เนื้อความทั้งข้อ
แปลไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย
[๒๖] พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโรมสะ ประทับอยู่ที่ซอกเขา เราเลื่อมใส ได้ถวายมันอ้อนแด่พระองค์ด้วยมือทั้งสองของตนในกัปที่ ๙๔ แต่ กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายมันอ้อน เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้วดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกลัมพทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๒๖] บัดนี้ เราเป็นพระสัมพุทธเจ้านามว่า โคดม เจริญในศากยสกุล เราบำเพ็ญเพียรแล้ว ได้บรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม พรหมอาราธนา แล้ว ประกาศพระธรรมจักร ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๑๘ โกฏิ ต่อแต่นั้น เมื่อเราแสดงธรรมในสมาคมมนุษย์และเทวดา ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ จะพึงกล่าวโดยคำนวณนับมิได้ ในคราวที่เรา กล่าวสอนราหุลบุตรของเราบัดนี้ ณ ที่นี้แล ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ จะพึงกล่าวโดยคำนวณนับมิได้ เรามีการประชุมพระสาวกผู้แสวงหา คุณใหญ่ครั้งเดียว ภิกษุที่ประชุมกันมี ๑๒๕๐ รูป เราผู้ปราศจาก มลทินรุ่งเรืองอยู่ในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ เราให้สิ่งที่ปรารถนาทุกอย่าง เหมือนแก้วมณีให้สิ่งที่ต้องการทั้งปวง ฉะนั้น เราประกาศจตุราริยสัจ เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้หวังผล ผู้แสวงหาธรรมเครื่องละ ความพอใจในภพ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์สองแสน ธรรมาภิสมัย ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์โดยจะคณนานับมิได้ คำสั่งสอน ของเราผู้เป็นศากยมุนี กว้างขวางเจริญแพร่หลายงอกงามดี บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว เป็นประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก ภิกษุหลายร้อยล้วนเป็น ผู้ไม่มีอาสวะ ปราศจากราคะมีจิตสงบระงับมั่นคงแวดล้อมเราอยู่ทุก เมื่อในกาลบัดนี้ ภิกษุเหล่าใด เป็นพระเสขะยังมิได้บรรลุอรหัต ละภพมนุษย์ไป ภิกษุเหล่านั้น วิญญูชนตำหนิ ชนทั้งหลายผู้ชอบใจ ทางพระอริยเจ้า ยินดีในธรรมทุกเมื่อ มีปัญญารุ่งเรือง ถึงจะยัง ท่องเที่ยวอยู่ในสงสาร ก็จักตรัสรู้ได้ นครของเราชื่อกบิลพัสดุ์ พระเจ้าสุทโธทนะเป็นโยมบิดาของเรา โยมมารดาบังเกิดเกล้าของเรา เรียกพระนามว่า มายาเทวี เราครอบครองอาคารสถานอยู่ ๒๙ ปี มีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อสุจันทะ โกกนุทะ และ โกญจะ มีสนมนารีกำนัลในสี่หมื่นนาง ล้วนประดับประดา สวยงาม มเหสีของเรานามว่า ยโสธรา บุตรชายของเราชื่อว่าราหุล เราเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงออกผนวชด้วยอัสวราชยาน ได้บำเพ็ญ เพียรประพฤติทุกกรกิริยาอยู่ ๖ ปี เราประกาศธรรมจักที่ป่าอิสิปตน- มฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เราเป็นพระสัมพุทธเจ้าชื่อว่าโคดม เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งปวง ภิกษุ ๒ รูป ชื่ออุปติสสะและโกลิตะ เป็นอัครสาวกของเรา ภิกษุชื่ออานนทะ เป็นอุปัฏฐาก อยู่ในสำนัก ของเรา ภิกษุณีชื่อเขมาและอุบลวรรณาเป็นอัครสาวิกา จิตต- คฤหบดีและหัตถกอุบาสกชาวเมืองอาฬวี เป็นอัครอุปัฏฐาก นันท- มาดาและอุตราอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา เราบรรลุสัมโพธิญาณ อันอุดม ที่ควงไม้อัสสัตถพฤกษ์ เรามีรัศมีซ่านออกด้านละวาทุกเมื่อ สูงขึ้นไป ๑๖ ศอก บัดนี้ อายุของเราน้อย มี ๑๐๐ ปี ถึงเราจะดำรง อยู่เพียงนั้น ก็ช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้มากมาย เราตั้งคบ เพลิงคือธรรมไว้สำหรับให้คนภายหลังได้ตรัสรู้ อีกไม่นานเลย แม้ เรากับสงฆ์สาวกก็จักนิพพาน ณ ที่นี้แลเพราะสิ้นอาหาร เหมือน ไฟสิ้นเชื้อ ฉะนั้น เรามีร่างกายเป็นเครื่องทรงคุณ คือ เดชอันไม่มี เทียบเคียง ยศ กำลังและฤทธิ์เหล่านี้ วิจิตด้วยลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ มีรัศมี ๖ ประการ สว่างไสวไปทั่วทิศน้อยใหญ่ ดุจ พระอาทิตย์ ทุกอย่างจักหายไปหมดสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ ฉะนี้แล. [๒๖] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากาสี ชนทั้งหลายเรียกเราโดยชื่อว่ามูคผักขกุมารบ้าง เตมิยกุมารบ้าง ในกาลนั้น พระสนมนางในหมื่นหกพัน ไม่มีพระราชโอรส โดย วันคืนล่วงไปๆ เราบังเกิดผู้เดียว พระบิดารับสั่งให้ตั้งเศวตฉัตร ให้เลี้ยงดูเราผู้เป็นบุตรสุดที่รัก อันได้ด้วยยากเป็นอภิชาตบุตร ทรง ไว้ซึ่งความรุ่งเรือง บนที่นอน ในกาลนั้น เรานอนอยู่บนที่นอนอัน อ่อนนุ่ม ตื่นขึ้นแล้วได้เห็นเศวตฉัตรอันเป็นเหตุให้เราไปสู่นรก ความสะดุ้งหวาดกลัวเกิดขึ้นแล้วแก่เรา พร้อมกับได้เห็นฉัตร เรา ถึงความวินิจฉัยว่า เมื่อไรหนอ เราจึงจะเปลื้องธุลีนี้ได้ เทพธิดา ผู้เป็นสาโลหิตของเรามาก่อน ผู้ใคร่ประโยชน์ต่อเรา นางเห็นเราผู้ ประกอบไปด้วยทุกข์ จึงแนะนำให้เราประกอบในเหตุ ๓ ประการ ว่าท่านจงอย่าแสดงความเป็นบัณฑิต จงแสดงความเป็นคนโง่แก่ชน ทั้งปวง ชนทั้งหมดนั้นก็จะดูหมิ่นท่าน ประโยชน์จักมีแก่ท่านด้วย อาการอย่างนี้ เมื่อเทพธิดากล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้กล่าวดังนี้ว่า ดูก่อนนางเทพธิดา ข้าพเจ้าจะทำตามคำที่ท่านกล่าวกะเราฉะนั้น ท่าน เป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ เป็นผู้ใคร่ความเกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า แม่ เทพธิดา ครั้นเราได้ฟังคำของเทพธิดานั้นแล้ว เหมือนดังได้พบฝั่ง ในสาคร ร่าเริงดีใจ ได้อธิษฐานองค์ ๓ ประการ คือ เราเป็นคนใบ้ เป็นคนหูหนวก เป็นคนง่อยเปลี้ยเว้นจากคติ เราอธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้อยู่ ๑๖ ปี ครั้งนั้น เสนาบดีเป็นต้นตรวจดูมือเท้า ลิ้น และช่องหูของเราแล้ว เห็นความไม่บกพร่องของเรา ติเตียนว่าเป็น คนกาฬกิณี ทีนั้นชาวชนบท เสนาบดี และปุโรหิตทั้งปวงร่วมใจกัน ทั้งหมด พลอยดีใจการที่รับสั่งให้นำไปทิ้ง เรานั้นได้ฟังความประสงค์ ของเสนาบดีเป็นต้นนั้นแล้ว ร่าเริงดีใจว่า เราประพฤติตบะมาเพื่อ ประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นจะสำเร็จแก่เรา ราชบุรุษทั้งหลายอาบน้ำ ให้เรา ไล้ทาด้วยของหอม สวมราชมงกุฏราชาภิเษกแล้ว มีฉัตรที่ บุคคลถือไว้ให้ทำประทักษิณพระนครดำรงเศวตฉัตรอยู่ ๗ วัน พอ ดวงอาทิตย์ขึ้นนายสารถีอุ้มเราขึ้นรถ เข้าไปยังป่า นายสารถีหยุดรถ ไว้ ณ โอกาสหนึ่งปล่อยรถเทียมม้าพอพ้นมือ ก็ขุดหลุมเพื่อจะฝัง เราเสียในแผ่นดิน พระมหากษัตริย์ทรงคุกคามการอธิษฐาน ที่เรา อธิษฐานไว้ด้วยเหตุต่างๆ แต่เราก็ไม่ทำลายการอธิษฐานนั้น เพราะ เหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง เราจะเกลียดพระมารดาพระบิดาก็หามิได้ เราจะเกลียดตนเองก็หามิได้ แต่พระสัญพัญญุตญาณ เป็นที่รักของ เรา เพราะฉะนั้นแหละ เราจึงอธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้ เรา อธิษฐานองค์ ๓ ประการนี้อยู่ ๑๖ ปี ผู้เสมอด้วยอธิษฐานของเรา ไม่มี นี่เป็นอธิษฐานบารมีของเรา ฉะนี้แล.
▴ ย่อ
เทียบรายประโยค (19 ประโยค)
tha-ap438:1.1
#
โรมโส นาม สมฺพุทฺโธ
🤖 AI จับคู่
“Romaso nāma sambuddho,
อ้างอิง
สยามรัฐ 33.50
tha-ap438:1.2
#
วสติ ปพฺพตนฺตเร
🤖 AI จับคู่
vasate pabbatantare;
tha-ap438:1.3
#
กลมฺพํ ตสฺส ปาทาสึ
🤖 AI จับคู่
Kaḷambaṁ tassa pādāsiṁ,
tha-ap438:1.4
#
ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ
🤖 AI จับคู่
pasanno sehi pāṇibhi.
tha-ap438:2.1
#
จตุนวุเต อิโต กปฺเป
🤖 AI จับคู่
Catunnavutito kappe,
tha-ap438:2.2
#
ยํ ทานมททึ ตทา
🤖 AI จับคู่
yaṁ dānamadadiṁ tadā;
tha-ap438:2.3
#
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ
🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap438:2.4
#
กลมฺพสฺส อิทํ ผลํ ฯ
🤖 AI จับคู่
kaḷambassa idaṁ phalaṁ.
tha-ap438:3.1
#
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ
🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap438:3.2
#
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา
🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap438:3.3
#
วิหรามิ อนาสโว ฯ
🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap438:4.1
#
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ
🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap438:4.2
#
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา
🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap438:4.3
#
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ
🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap438:5.1
#
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา
🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap438:5.2
#
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา
🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap438:5.3
#
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ
🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap438:6.1
#
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา กลมฺพทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ
🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā kaḷambadāyako thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap438:7.1
#
กลมฺพทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ สตฺตมํ อมฺพาฏกทายกตฺเถราปทานํ (๔๓๗) [๒๖] |๒๖.๑| อหเมตรหิ สมฺพุทฺโธ โคตโม สกฺยวฑฺฒโน ปธานํ ปทหิตฺวาน ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ |๒๖.๒| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยึ อฏฺฐารสนฺนํ โกฏีนํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๒๖.๓| ตโต ปรญฺจ เทเสนฺโต นรเทวสมาคเม ๑- คณนาย น วตฺตพฺโพ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๒๖.๔| อิเธวาหํ เอตรหิ โอวทึ มม อตฺรชํ คณนาย น วตฺตพฺโพ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๒๖.๕| เอโกสิ ๒- สนฺนิปาโต เม สาวกานํ มเหสินํ อฑฺฒเตฬสสตานํ ภิกฺขูนาสิ สมาคโม ฯ |๒๖.๖| วิโรจมาโน วิมโล ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺฌโต ๓- ททามิ ปตฺถิตํ สพฺพํ มณีว สพฺพกามโท ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ... สมาคโม ฯ ๒ ยุ. เอโกว ฯ ๓ ม. มชฺฌโค ฯ |๒๖.๗| ผลมากงฺขมานานํ ภวจฺฉนฺทํ ชเหสินํ จตุสจฺจํ ปกาเสสิ ๑- อนุกมฺปาย ปาณินํ ฯ |๒๖.๘| ทสวีสสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ เอกทฺวินฺนํ อภิสมโย คณนาโต อสงฺขิโย ฯ |๒๖.๙| วิตฺถาริกํ พหุชญฺญํ อิทฺธํ ผีตํ สุผุลฺลิตํ อิธ มยฺหํ สกฺยมุนิโน สาสนํ สุวิโสธิตํ ฯ |๒๖.๑๐| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ภิกฺขู เนกสตา สพฺเพ ปริวาเรนฺติ มํ สทา ฯ |๒๖.๑๑| อิทานิ เย เอตรหิ ชหนฺติ มานุสํ ภวํ อปฺปตฺตมานสา เสกฺขา เต ภิกฺขู วิญฺญูครหิตา ฯ |๒๖.๑๒| อริยญฺชสํ โถมยนฺตา สทา ธมฺมรตา ชนา พุชฺฌิสฺสนฺติ ชุติมนฺโต ๒- สํสารสริตา ๓- นรา ฯ |๒๖.๑๓| นครํ กปิลวตฺถุ เม ราชา สุทฺโธทโน ปิตา มยฺหํ ชเนตฺติกา มาตา มายาเทวีติ วุจฺจติ ฯ |๒๖.๑๔| เอกูนตึสวสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิหํ ๔- สุจนฺโท ๕- โกกนุโท โกญฺโจ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๒๖.๑๕| จตฺตาฬีสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา ยโสธรา ๖- นาม นารี ราหุโล นาม อตฺรโช ฯ |๒๖.๑๖| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมึ@เชิงอรรถ: ๑ ม. ปกาเสมิ ฯ ๒ ม. ยุ. สติมนฺโต ฯ ๓ ม. สํสารสริตํ คตา ฯ@๔ ม. ยุ. อชฺฌหํ วสึ ฯ ๕ ม. รมฺโม สุรมฺโม สุภโก ฯ ยุ. ราโม สุราโม สุภโต ฯ@๖ ม. ภทฺทกญฺจนา ฯ ยุ. ภทฺทกจฺจา ฯ ฉวสฺสํ ปธานจารํ อจรึ ทุกฺกรํ อหํ ฯ |๒๖.๑๗| พาราณสีอิสิปตเน ชิโน ๑- จกฺกํ ปวตฺตยึ อหํ โคตมสมฺพุทฺโธ สรณํ สพฺพปาณินํ ฯ |๒๖.๑๘| โกลิโต อุปติสฺโส จ เทฺว ภิกฺขู อคฺคสาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก สนฺติกาวจโร มม ฯ |๒๖.๑๙| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ ภิกฺขุนี อคฺคสาวิกา จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคุปฏฺฐากุปาสกา ฯ |๒๖.๒๐| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคุปฏฺฐากุปาสิกา อหํ อสฺสตฺถมูลมฺหิ ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ |๒๖.๒๑| พฺยามปฺปภา สทา มยฺหํ โสฬสหตฺถมุคฺคโต ๒- อปฺปํ วสฺสสตํ อายุ มเมตรหิ ๓- วิชฺชติ ฯ |๒๖.๒๒| ตาวตา ติฏฺฐมาโนหํ ตาเรสึ ๔- ชนตํ พหุํ ฐปยิตฺวาน ธมฺโมกฺกํ ๕- ปจฺฉิมชนโพธนํ ฯ |๒๖.๒๓| อหํปิ น จิรสฺเสว สทฺธึ สาวกสงฺฆโต อิเธว ปรินิพฺพิสฺสํ อคฺคิวาหารสงฺขยา ฯ |๒๖.๒๔| ตานิ [๒๖] |๒๖.๔๘| ปุนาปรํ ยทา โหมิ กาสิราชสฺส อตฺรโช มูคผกฺโขติ ๑- นาเมน เตมิโยติ วทนฺติ มํ ฯ |๒๖.๔๙| โสฬสิตฺถีสหสฺสานํ น วิชฺชติ ปุโม ตทา อโหรตฺตานมจฺจเยน นิพฺพตฺโต อหเมกโก ฯ |๒๖.๕๐| กิจฺฉา ลทฺธํ ปิยํ ปุตฺตํ อภิชาตํ ชุตินฺธรํ เสตจฺฉตฺตํ ธารยิตฺวาน สยเน โปเสสิ มํ ปิตา ฯ |๒๖.๕๑| นิทฺทายมาโน สยนวเร ปพุชฺฌิตฺวานหํ ตทา อทฺทสํ ปณฺฑรํ ฉตฺตํ เยนาหํ นิรยํ คโต ฯ |๒๖.๕๒| สห ทิฏฺฐิสฺส ๒- เม ฉตฺตํ ตาโส อุปฺปชฺชิ เภรโว วินิจฺฉยํ สมาปนฺโน กทาหํ อิมํ มุญฺจิสฺสํ ฯ |๒๖.๕๓| ปุพฺพสาโลหิตา มยฺหํ เทวตา อตฺถกามินี สา มํ ทิสฺวาน ทุกฺขิตํ ตึสุ ฐาเนสุ โยชยิ ฯ |๒๖.๕๔| มา ปณฺฑิจฺจยํ วิภาวย พาลมโต ภว สพฺพปาณินํ สพฺโพ ตญฺชโน โอจินายตุ เอวํ ตว อตฺโถ ภวิสฺสติ ฯ |๒๖.๕๕| เอวํ วุตฺตายหํ ตสฺสา อิทํ วจนมพฺรวึ กโรมิ เต ตํ วจนํ ยํ มํ ภณสิ เทวเต ฯ |๒๖.๕๖| อตฺถกามาสิ เม อมฺม หิตกามาสิ เทวเต ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา สาคเรว ถลํ ลภึ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. มูคปกฺโขติ ฯ ๒ ม. ทิฏฺฐสฺส ฯ |๒๖.๕๗| หฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส ตโย องฺเค อธิฏฺฐหึ มูโค อโหสึ พธิโร ผกฺโข ๑- คติวิวชฺชิโต ฯ |๒๖.๕๘| เอเต องฺเค อธิฏฺฐาย วสฺสานิ โสฬสํ วสึ ตโต เม หตฺเถ ปาเท จ ชิวฺหํ โสตญฺจ มทฺทิย |๒๖.๕๙| อนูนตํ เม ปสฺสิตฺวา กาฬกณฺณีติ นินฺทิสุํ ฯ ตโต ชานปทา สพฺเพ เสนาปติปุโรหิตา |๒๖.๖๐| สพฺเพ เอกมนา หุตฺวา ฉฑฺฑนํ อนุโมทิสุํ ฯ โสหํ เตสํ มตึ สุตฺวา หฏฺโฐ สํวิคฺคมานโส |๒๖.๖๑| ยสฺสตฺถาย ตโป จิณฺโณ โส เม อตฺโถ สมิชฺฌถ ฯ นฺหาเปตฺวา อนุลิมฺเปตฺวา เวเฐตฺวา ราชเวฐนํ |๒๖.๖๒| อภิสิญฺจิตฺวา ฉตฺเตน กาเรสุํ ปุรํ ปทกฺขิณํ ฯ สตฺตาหํ ธารยิตฺวาน อุคฺคเต รวิมณฺฑเล |๒๖.๖๓| รเถน มํ นีหริตฺวา สารถิ วนมุปาคมิ ฯ เอโกกาเส รถํ กตฺวา สชฺชสฺสํ หตฺถมุญฺจิโต ๒- |๒๖.๖๔| สารถิ ขณตี กาสุํ นิกฺขาตุํ ปฐวิยา มมํ ฯ อธิฏฺฐิตมธิฏฺฐานํ ตชฺเชนฺโต วิวิธการณา |๒๖.๖๕| น ภินฺทึว ตมธิฏฺฐานํ โพธิยาเยว การณา ฯ มาตา ปิตา น เม เทสฺสา อตฺตา เม น จ เทสฺสิโย |๒๖.๖๖| สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา ว ตมธิฏฺฐหึ ฯ@เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปกฺโข ฯ ๒ ยุ. หตฺถมุญฺจิตํ ฯ เอเต องฺเค อธิฏฺฐาย วสฺสานิ โสฬสํ วสึ อธิฏฺฐาเนน
🤖 AI จับคู่
Kaḷambadāyakattherassāpadānaṁ chaṭṭhaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ:
✓ ทางการ
🤖 AI จับคู่
✎ ร่าง
— "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน