‹ กลับ
ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 3 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๑๖๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓] ครั้งนั้น เราได้พิจารณาถึงความเกิด ความแก่ และความตาย ผู้เดียว ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต เราเที่ยวไปโดยลำดับได้ไปถึงฝั่งแม่น้ำ คงคา ได้เห็นพื้นแผ่นดินที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้น เรียบราบ สม่ำเสมอ จึงได้สร้างอาศรมขึ้นที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้น อยู่ในอาศรมของเรา ที่จง กรมซึ่งประกอบด้วยหมู่นกนานาชนิด เราได้ทำไว้อย่างสวยงาม สัตว์ทั้งหลายอยู่ใกล้เรา และส่งเสียงน่ารื่นรมย์ เรารื่นรมย์อยู่กับ สัตว์เหล่านั้น อยู่ในอาศรม ที่ใกล้อาศรมของเรามีมฤคราชสี่เท้าออก จากที่อยู่แล้ว มันคำรามเหมือนอสนีบาต ก็เมื่อมฤคราชคำราม เรา เกิดความร่าเริง เราค้นหามฤคราชอยู่ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้นำโชค ครั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศของโลกพระนามว่าติสสะ ผู้ ประเสริฐกว่าเทวดาแล้ว เป็นผู้ร่าเริง มีจิตบันเทิง เอาดอกกากะทิง บูชาพระองค์ ได้ชมเชยพระผู้นำโลก ผู้เด่นเหมือนพระอาทิตย์ บาน เหมือนไม้พระยารัง รุ่งโรจน์เหมือนดาวประกายพฤกษ์ว่า พระองค์ ผู้สัพพัญญู ทำข้าพระองค์พร้อมทั้งเทพยดาให้สว่าง ด้วยพระญาณ ของพระองค์ บุคคลทำให้พระองค์โปรดปรานแล้ว ย่อมพ้นจากชาติ ได้ เพราะไม่ได้เฝ้าพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้เห็นธรรมทั้งปวง สัตว์ ทั้งหลายที่ถูกราคะและโทสะทับถม จึงพากันตกนรกอเวจี เพราะ อาศัยการได้เข้าเฝ้าพระองค์ผู้สัพพัญญูนายกของโลก สัตว์ทั้งปวงจึง หลุดพ้นจากภพ ย่อมถูกต้องอมตบทเมื่อใด พระพุทธเจ้าผู้มีพระ ปัญญาจักษุ เปล่งรัศมี อุบัติขึ้น เมื่อนั้นพระองค์ทรงเผากิเลสแล้ว ทรงแสดงแสงสว่าง เราได้กล่าวสดุดีพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ ผู้เป็นนายกชั้นเลิศของโลกแล้ว เป็นผู้ร่าเริง มีจิตบันเทิง เอาดอกมะลิซ้อนบูชาพระองค์ พระพุทธเจ้า พระนามว่าติสสะ ผู้ นำชั้นเลิศของโลก ทรงทราบความดำริของเรา ประทับนั่งบนอาสนะ ของพระองค์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดเป็นผู้เลื่อมใส ได้เอาดอกไม้บังเราด้วยมือของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๒๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราช อันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ ผลแห่งกรรมนั้น เป็นผลแห่งการ บูชาด้วยดอกไม้ ก็บุรุษที่ได้เอาดอกไม้บังเราทั้งเย็นและเช้า เป็นผู้ ประกอบด้วยบุญกรรม จักปรากฏต่อไปข้างหน้า เขาปรารถนาสิ่ง ใดๆ สิ่งนั้นๆ จักปรากฏตามความประสงค์ เขาทำความดำริชอบให้ บริบูรณ์แล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน เขาเผากิเลส มีสติ สัมปชัญญะ นั่งบนอาสนะเดียว บรรลุอรหัตได้ เราเมื่อเดิน ยืน นั่ง หรือนอน ย่อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดอยู่ทุกขณะ ความพร่องในปัจจัยนั้นๆ คือ จีวร บิณฑบาต ที่นอนที่นั่ง และ คิลานปัจจัย มิได้มีแก่เรา นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา บัดนี้ เราบรรลุ อมตบทอันสงบระงับ เป็นธรรมยอดเยี่ยม กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระ พุทธเจ้าอันใด ด้วยการบูชานั้น เราจึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง พุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่ เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ แล้ว คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติณสูลกฉาทนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๓] สมัยต่อมาจากพระพุทธทีปังกร พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า โกณฑัญญะ เป็นนายกของโลก ทรงพระเดชไม่มีที่สุด มีพระยศ นับมิได้ ประมาณไม่ได้ ยากที่จะรู้ พระองค์มีขันติเปรียบด้วยถนน มีศีลเปรียบด้วยสาคร มีสมาธิเปรียบด้วยเขาสุเมรุ มีญาณเปรียบ ด้วยอากาศ ทรงประกาศอินทรีย์ พละ โพชฌงค์ มรรคและอริยสัจ ในกาลทุกเมื่อ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ เมื่อพระพุทธ- โกณฑัญญะ ผู้เป็นนายกของโลกทรงประกาศธรรมจักรธรรมาภิสมัย ครั้งที่ ๑ ได้มีแก่มนุษย์และเทวดาแสนโกฏิ ต่อแต่นั้นเมื่อทรง แสดงพระธรรมเทศนาในสมาคมมนุษย์และเทวดา ธรรมาภิสมัยครั้ง ที่ ๒ ได้มีแก่มนุษย์และเทวดาเก้าหมื่นโกฏิ ในเมื่อทรงแสดงธรรม ย่ำยีพวกเดียรถีย์ ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่เทวดาและมนุษย์ แปดหมื่นโกฏิ พระพุทธโกณฑัญญะผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ทรงประชุมพระสาวกขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบคงที่ ๓ ครั้ง การประชุมครั้งที่ ๑ มีพระสาวกแสนโกฏิ ครั้งที่ ๒ พันโกฏิ ครั้งที่ ๓ เก้าสิบโกฏิ สมัยนั้นเราเป็นพระมหากษัตริย์พระนามว่า วิชิตาวี เป็นใหญ่ในแผ่นดิน โดยมีสมุทรสาครเป็นขอบเขต เรา นิมนต์พระสงฆ์สาวกผู้ปราศจากมลทิน ผู้แสวงหาคุณใหญ่ พร้อม ด้วยพระศาสดาผู้เป็นนาถะชั้นเลิศของโลก ให้ฉันภัตตาหารอย่างดี แม้พระพุทธโกณฑัญญะผู้เป็นนายกของโลกพระองค์นั้น ก็ทรง พยากรณ์ว่าผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่าง ยิ่ง เราเมื่อจะยังประโยชน์นั้นให้สำเร็จ ได้ถวายราชสมบัติอันใหญ่ หลวงแก่พระพิชิตมาร ครั้นแล้วก็ออกบวชในสำนักของพระองค์ เราได้เล่าเรียนพระสูตรพระวินัย อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวง แล้ว ทำพระศาสนาของพระพิชิตมารให้งดงาม เราเป็นผู้ไม่ประมาท ในคำสั่งสอนของพระองค์ทั้งเวลานั่ง ยืน และ เดิน ถึงความสำเร็จ ในอภิญญาแล้วได้ไปยังพรหมโลก พระนครชื่อ รัมมวดี พระมหา- กษัตริย์ พระนามว่า สุนันทะ พระนางสุชาดา เป็นพระชนกชนนี ของพระพุทธโกณฑัญญะ ผู้แสวงหาคุณใหญ่หลวงพระองค์ประทับ อยู่ ณ ท่ามกลางเรือนสองหมื่นปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาทชื่อ รุจิ สุรุจิ และสุภะ ทรงมีพระสนมนารีกำนัลใน สามแสน ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่า รุจิเทวี พระราชโอรสพระนามว่าชีวิตเสน พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยรถราชยาน ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม พระพุทธโกณฑัญญมหาวีรเจ้าผู้อุดมกว่าสัตว์อันพรหมทูล อาราธนาแล้วทรงประกาศพระธรรมจักรแก่เทวดาและมนุษย์ในป่า มหาวัน พระองค์ทรงมีพระภัททเถระและพระสุภัททเถระเป็นอัคร- สาวก มีพระเถระนามว่า อนุรุทธะเป็นอุปัฏฐาก มีพระติสสาเถรี และพระอุปติสสาเถรีเป็นอัครสาวิกา มีไม้สาละต้นงามเป็นไม้โพธิ์ ตรัสรู้ โสณอุบาสกและอุปโสณอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก นันทา อุบาสิกา และสิริมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระมหามุนี พระองค์นั้น สูง ๘๘ ศอก ทรงงามดั่งพระจันทร์ และเหมือน พระอาทิตย์ในเวลาเที่ยง ในขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายอายุแสนปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้น วัฏสงสารได้มากมาย พื้นเมทนีงามวิจิตรไปด้วยพระขีณาสพผู้ ปราศจากมลทิน พระองค์ย่อมงามด้วยพระขีณาสพเหมือนท้องฟ้า ย่อมงามด้วยหมู่ดาว ฉะนั้น พระมหานาคแม้เหล่านั้นมีคุณอัน ประมาณไม่ได้ นับไม่ถ้วน ยากที่จะรู้ได้ ท่านผู้ทรงยศเหล่านั้น นิพพานแล้วเหมือนแสงสายฟ้าตก พระพิชิตมารมีพระฤทธิ์ไม่มีที่ เปรียบ มีสมาธิอันพระญาณอบรมทุกอย่างหายไปหมดสิ้น สังขาร ทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระโกณฑัญญพุทธเจ้าผู้ทรงศิริเสด็จนิพพาน ที่นันทาราม พระเจดีย์ของพระองค์สูง ๗ โยชน์ เขาสร้างไว้ที่ นันทารามนั้น. [๓] อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเราเป็นพระราชามีนามว่าธนญชัย อยู่ใน อินทปัตถบุรีอันอุดม ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ในกาลนั้น พวกพราหมณ์ชาวกาลิงครัฐ ได้มาหาเรา ขอพระยาคช- สารทรง อันประกอบด้วยมงคลหัตถี กะเราว่าชนบทฝนไม่ตกเลย เกิดทุพภิกขภัย อดอยากอาหารมาก ขอพระองค์จงทรงพระราชทาน พระยาคชสารตัวประเสริฐมีสีกายเขียวชื่ออัญชนะเถิด เราคิดว่า การห้ามยาจกทั้งหลายที่มาถึงแล้ว ไม่สมควรแก่เราเลย กุศล สมาทานของเราอย่าทำลายเสียเลย เราจักให้คชสารตัวประเสริฐ เราได้รับงวงพระยาคชสาร วางลงบนมือพราหมณ์ แล้วจึงหลั่งน้ำใน เต้าทองลงบนมือได้ให้พระยาคชสารแก่พราหมณ์ เมื่อเราได้ให้ พระยาคชสารแล้ว พวกอำมาตย์ได้กล่าวดังนี้ว่า เหตุไรหนอพระองค์ จึงพระราชทานพระยาคชสารตัวประเสริฐ อันประกอบด้วยธัญญ- ลักษณ์ สมบูรณ์ด้วยมงคล ชนะในสงครามอันสูงสุด แก่ยาจก เมื่อพระองค์ทรงพระราชทานคชสารแล้ว พระองค์จักเสวยราชสมบัติ ได้อย่างไร [เราได้ตอบว่า] แม้ราชสมบัติทั้งหมดเราก็พึงให้ ถึง สรีระของตน เราก็พึงให้ เพราะสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้น เราจึงได้ให้พระยาคชสาร ดังนี้แล.
เทียบรายประโยค (108 ประโยค)
tha-ap415:1.1 #
ชาติชรญฺจ มรณํ🤖 AI จับคู่
“Jātiṁ jarañca maraṇaṁ,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.407
tha-ap415:1.2 #
ปจฺจเวกฺขึ อหํ ตทา🤖 AI จับคู่
paccavekkhiṁ ahaṁ tadā;
tha-ap415:1.3 #
เอกโก อภินิกฺขมฺม🤖 AI จับคู่
Ekako abhinikkhamma,
tha-ap415:1.4 #
ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ🤖 AI จับคู่
pabbajiṁ anagāriyaṁ.
tha-ap415:2.1 #
จรมาโน อนุปุพฺเพน🤖 AI จับคู่
Caramānonupubbena,
tha-ap415:2.2 #
คงฺคาตีรํ อุปาคมึ🤖 AI จับคู่
gaṅgātīraṁ upāgamiṁ;
tha-ap415:2.3 #
ตตฺถทฺทสาสึ ปฐวึ🤖 AI จับคู่
Tatthaddasāsiṁ pathaviṁ,
tha-ap415:2.4 #
คงฺคาตีเร สปุณฺณกํ ๓- ฯ🤖 AI จับคู่
gaṅgātīre samunnataṁ.
tha-ap415:3.1 #
อสฺสมํ ตตฺถ มาเปตฺวา🤖 AI จับคู่
Assamaṁ tattha māpetvā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.70
tha-ap415:3.2 #
วสามิ มม อสฺสเม🤖 AI จับคู่
vasāmi assame ahaṁ;
tha-ap415:3.3 #
สุกฺกโต จงฺกโม มยฺหํ🤖 AI จับคู่
Sukato caṅkamo mayhaṁ,
tha-ap415:3.4 #
นานาทิชคณายุโต ฯ🤖 AI จับคู่
nānādijagaṇāyuto.
tha-ap415:4.1 #
มมํ อุเปนฺติ จ สตฺตา🤖 AI จับคู่
Mamupenti ca vissatthā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.10
tha-ap415:4.2 #
กุชฺชนฺติ จ มโนหรํ🤖 AI จับคู่
kūjanti ca manoharaṁ;
tha-ap415:4.3 #
รมฺมมาโน สห เตหิ🤖 AI จับคู่
Ramamāno saha tehi,
tha-ap415:4.4 #
วสามิ อสฺสเม อหํ ฯ🤖 AI จับคู่
vasāmi assame ahaṁ.
tha-ap415:5.1 #
มม อสฺสมสามนฺตา🤖 AI จับคู่
Mama assamasāmantā,
tha-ap415:5.2 #
มิคราชา จตุกฺกโม🤖 AI จับคู่
migarājā catukkamo;
tha-ap415:5.3 #
อาสยา อภินิกฺขมฺม🤖 AI จับคู่
Āsayā abhinikkhamma,
tha-ap415:5.4 #
คชฺชิ โส อสนี ๒- วิย ฯ🤖 AI จับคู่
gajji so asanī viya.
tha-ap415:6.1 #
นทิเต มิคราเช จ🤖 AI จับคู่
Nadite migarāje ca,
อ้างอิงPTS 2.371
tha-ap415:6.2 #
หาโส เม อุปปชฺชถ🤖 AI จับคู่
hāso me udapajjatha;
tha-ap415:6.3 #
มิคราชํ คเวสนฺโต🤖 AI จับคู่
Migarājaṁ gavesanto,
tha-ap415:6.4 #
อทฺทสํ โลกนายกํ ฯ🤖 AI จับคู่
addasaṁ lokanāyakaṁ.
tha-ap415:7.1 #
ทิสฺวานาหํ เทวเทวํ🤖 AI จับคู่
Disvānāhaṁ devadevaṁ,
tha-ap415:7.2 #
ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ🤖 AI จับคู่
tissaṁ lokagganāyakaṁ;
tha-ap415:7.3 #
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน🤖 AI จับคู่
Haṭṭho haṭṭhena cittena,
tha-ap415:7.4 #
ปูชยึ นาคเกสรํ ฯ🤖 AI จับคู่
pūjayiṁ nāgakesaraṁ.
tha-ap415:8.1 #
อุคฺคจฺฉนฺตํว สุริยํ🤖 AI จับคู่
Uggacchantaṁva sūriyaṁ,
tha-ap415:8.2 #
สาลราชํว ปุปฺผิตํ🤖 AI จับคู่
sālarājaṁva pupphitaṁ;
tha-ap415:8.3 #
โอสธีว วิโรจนฺตํ🤖 AI จับคู่
Osadhiṁva virocantaṁ,
tha-ap415:8.4 #
สนฺถวึ โลกนายกํ ฯ🤖 AI จับคู่
santhaviṁ lokanāyakaṁ.
tha-ap415:9.1 #
ตว ญาเณน สพฺพญฺญุ🤖 AI จับคู่
‘Tava ñāṇena sabbaññu,
tha-ap415:9.2 #
โชเตสิ มํ สเทวกํ🤖 AI จับคู่
mocesimaṁ sadevakaṁ;
tha-ap415:9.3 #
ตุวํ [๓]- อาราธยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Tavaṁ ārādhayitvāna,
tha-ap415:9.4 #
ชาติยา ปริมุจฺจเร ฯ🤖 AI จับคู่
jātiyā parimuccare.
tha-ap415:10.1 #
อทสฺสเนน สพฺพญฺญู🤖 AI จับคู่
Adassanena sabbaññu,
tha-ap415:10.2 #
พุทฺธานํ สพฺพทสฺสินํ🤖 AI จับคู่
buddhānaṁ sabbadassinaṁ;
tha-ap415:10.3 #
ปตนฺติวีจินิรยํ🤖 AI จับคู่
Patantivīcinirayaṁ,
tha-ap415:10.4 #
ราคโทเสหิ โอตฺถฏา ๔- ฯ🤖 AI จับคู่
rāgadosehi ophuṭā.
tha-ap415:11.1 #
ตว ทสฺสนมาคมฺม🤖 AI จับคู่
Tava dassanamāgamma,
tha-ap415:11.2 #
สพฺพญฺญุโลกนายกํ🤖 AI จับคู่
sabbaññu lokanāyaka;
tha-ap415:11.3 #
ปมุจฺจนฺติ ภวา สพฺเพ🤖 AI จับคู่
Pamuccanti bhavā sabbā,
tha-ap415:11.4 #
ผุสนฺติ อมตํปทํ ฯ🤖 AI จับคู่
phusanti amataṁ padaṁ.
tha-ap415:12.1 #
ยทา พุทฺธา จกฺขุมนฺโต🤖 AI จับคู่
Yadā buddhā cakkhumanto,
tha-ap415:12.2 #
อุปฺปชฺชนฺติ ปภงฺกรา🤖 AI จับคู่
uppajjanti pabhaṅkarā;
tha-ap415:12.3 #
กิเลเส ฌาปยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Kilese jhāpayitvāna,
tha-ap415:12.4 #
อาโลกํ ทสฺสยนฺติ เต ฯ🤖 AI จับคู่
ālokaṁ dassayanti te’.
tha-ap415:13.1 #
กิตฺตยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ🤖 AI จับคู่
Kittayitvāna sambuddhaṁ,
tha-ap415:13.2 #
ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ🤖 AI จับคู่
tissaṁ lokagganāyakaṁ;
tha-ap415:13.3 #
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน🤖 AI จับคู่
Haṭṭho haṭṭhena cittena,
tha-ap415:13.4 #
ติณสูลํ อปูชยึ ฯ🤖 AI จับคู่
tiṇasūlaṁ apūjayiṁ.
tha-ap415:14.1 #
มม สงฺกปฺปมญฺญาย🤖 AI จับคู่
Mama saṅkappamaññāya,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.11 · ฉัฏฐสังคายนา 57.408
tha-ap415:14.2 #
ติสฺโส โลกคฺคนายโก🤖 AI จับคู่
tisso lokagganāyako;
tha-ap415:14.3 #
สกาสเน นิสีทิตฺวา🤖 AI จับคู่
Sakāsane nisīditvā,
tha-ap415:14.4 #
อิมา คาถา อภาสถ ฯ🤖 AI จับคู่
imā gāthā abhāsatha.
tha-ap415:15.1 #
โย มํ ปุปฺเผหิ ฉาเทสิ🤖 AI จับคู่
‘Yo maṁ pupphehi chādesi,
tha-ap415:15.2 #
ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ🤖 AI จับคู่
pasanno sehi pāṇibhi;
tha-ap415:15.3 #
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ🤖 AI จับคู่
Tamahaṁ kittayissāmi,
tha-ap415:15.4 #
สุณาถ มม ภาสโต ฯ🤖 AI จับคู่
suṇātha mama bhāsato.
tha-ap415:16.1 #
ปญฺจวีสติกฺขตฺตุญฺจ🤖 AI จับคู่
Pañcavīsatikkhattuṁ so,
tha-ap415:16.2 #
เทวรชฺชํ กริสฺสติ🤖 AI จับคู่
devarajjaṁ karissati;
tha-ap415:16.3 #
ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ🤖 AI จับคู่
Pañcasattatikkhattuñca,
tha-ap415:16.4 #
จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
cakkavattī bhavissati.
tha-ap415:17.1 #
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ🤖 AI จับคู่
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.72
tha-ap415:17.2 #
คณนาโต อสงฺขยํ🤖 AI จับคู่
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ;
tha-ap415:17.3 #
ตสฺส ๒- กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท🤖 AI จับคู่
Tassa kammanissandena,
tha-ap415:17.4 #
ปุปฺผานํ ปูชนาย โส ๓- ฯ🤖 AI จับคู่
pupphānaṁ pūjanāya ca.
tha-ap415:18.1 #
สายํ ๔- ปาโต จ ยํ โปโส🤖 AI จับคู่
Sīsaṁnhāto cayaṁ poso,
tha-ap415:18.2 #
ปุปฺเผหิ ๕- มํ อฉาทยิ🤖 AI จับคู่
pupphamākaṅkhate yadi;
tha-ap415:18.3 #
ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺโต🤖 AI จับคู่
Puññakammena saṁyuttaṁ,
tha-ap415:18.4 #
ปุรโต ปาตุภวิสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
purato pātubhavissati.
tha-ap415:19.1 #
ยํ ยํ อิจฺฉติ กาเมหิ🤖 AI จับคู่
Yaṁ yaṁ icchati kāmehi,
tha-ap415:19.2 #
ตํ ตํ ปาตุภวิสฺสติ🤖 AI จับคู่
taṁ taṁ pātubhavissati;
tha-ap415:19.3 #
สงฺกปฺปํ ปริปูเรตฺวา🤖 AI จับคู่
Saṅkappaṁ paripūretvā,
tha-ap415:19.4 #
นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
nibbāyissatināsavo’.
tha-ap415:20.1 #
Aṭṭhārasamaṁ bhāṇavāraṁ.
tha-ap415:21.1 #
กิเลเส ฌาปยิตฺวาน🤖 AI จับคู่
Kilese jhāpayitvāna,
tha-ap415:21.2 #
สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต🤖 AI จับคู่
sampajāno patissato;
tha-ap415:21.3 #
เอกาสเน นิสีทิตฺวา🤖 AI จับคู่
Ekāsane nisīditvā,
tha-ap415:21.4 #
อรหตฺตํ อปาปุณิ ๗- ฯ🤖 AI จับคู่
arahattamapāpuṇiṁ.
tha-ap415:22.1 #
จงฺกมนฺโต นิปชฺชนฺโต🤖 AI จับคู่
Caṅkamanto nipajjanto,
อ้างอิงPTS 2.372
tha-ap415:22.2 #
นิสินฺโน อถวา ฐิโต🤖 AI จับคู่
nisinno uda vā ṭhito;
tha-ap415:22.3 #
พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน🤖 AI จับคู่
Buddhaseṭṭhaṁ saritvāna,
tha-ap415:22.4 #
วิหรามิ อหํ ตทา ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi ahaṁ sadā.
tha-ap415:23.1 #
จีวเร ปิณฺฑปาเต จ🤖 AI จับคู่
Cīvare piṇḍapāte ca,
tha-ap415:23.2 #
ปจฺจเย สยนาสเน🤖 AI จับคู่
paccaye sayanāsane;
tha-ap415:23.3 #
ตตฺถ เม อูนตา นตฺถิ🤖 AI จับคู่
Tattha me ūnatā natthi,
tha-ap415:23.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap415:24.1 #
โส ทานิ ปตฺโต อมตํ🤖 AI จับคู่
So dāni patto amataṁ,
tha-ap415:24.2 #
สนฺตํ ปทมนุตฺตรํ🤖 AI จับคู่
santaṁ padamanuttaraṁ;
tha-ap415:24.3 #
สพฺพาสเว ปริญฺญาย🤖 AI จับคู่
Sabbāsave pariññāya,
tha-ap415:24.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap415:25.1 #
เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Dvenavute ito kappe,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.12
tha-ap415:25.2 #
ยํ พุทฺธมภิปูชยึ🤖 AI จับคู่
yaṁ pupphamabhipūjayiṁ;
tha-ap415:25.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap415:25.4 #
พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
buddhapūjāyidaṁ phalaṁ.
tha-ap415:26.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap415:26.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap415:26.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap415:27.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap415:27.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap415:27.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap415:28.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap415:28.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap415:28.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap415:29.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณสูลกฉาทนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā tiṇasūlakachādaniyo thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap415:30.1 #
ติณสูลกฉาทนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ จตุตฺถํ มธุมํสทายกตฺเถราปทานํ (๔๑๔) [๓]- สตานํ จ สตกฺขตฺตุํ เทเวสุ อุปปชฺชิมฺห โก วาโท มานุเส ภเว ฯ |๑๔๑.๓| เทเวสุ มหิทฺธิกา หุตฺวา ๔- มานุสกมฺหิ โก วาโท สตฺตรตนสฺส มเหสี อิตฺถีรตนํ อหํ ภวึ ฯ |๑๔๑.๔| ตตฺถ ๕- สญฺจิตํ กุสลํ สุสมิทฺธกุลปฺปชา ธนญฺชานี จ เขมา จ อหํปิจ ตโย ชนา ฯ |๑๔๑.๕| อารามํ สุกตํ กตฺวา สพฺพาวยวมณฺฑิตํ พุทฺธปฺปมุขสงฺฆสฺส นิยฺยาเทตฺวา ปโมทิตา ฯ |๑๔๑.๖| ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา เทเวสุ อคฺคตํ ปตฺตา มนุสฺเสสุ ตเถว จ ฯ |๑๔๑.๗| อิมสฺมึเยว กปฺปสฺมึ พฺรหฺมพนฺธุ มหายโส กสฺสโป นาม นาเมน อุปฺปชฺชิ วทตํ วโร ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นวนิเวสมฺหิ ฯ ๒ ม. ยุ. อทาสิมฺห ฯ ๓ ม. ทสสตกฺขตฺตุํ ฯ@๔ ม. ยุ. อหุมฺหา ฯ ๕ ม. อิธ สญฺจิตกุสลา ฯ ยุ. อิธ สญฺจิตา กุสลํ ฯ |๑๔๑.๘| อุปฏฺฐาโก มเหสิสฺส ตทา อาสิ นริสฺสโร กาสิราชา กิกี นาม พาราณสีปุรุตฺตเม ฯ |๑๔๑.๙| ตสฺสาสุํ สตฺต ธีตโร ราชกญฺญา สุเข ฐิตา พุทฺธุปฏฺฐานนิรตา พฺรหฺมจริยํ จรึสุ ตา ฯ |๑๔๑.๑๐| ตาสํ สหายิกา หุตฺวา สีเลสุ สุสมาหิตา ทตฺวา ทานานิ สกฺกจฺจํ อคาเรว วตฺตํ จรึ ฯ |๑๔๑.๑๑| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสูปคา อหํ ฯ |๑๔๑.๑๒| ตโต จุตา ยามาสคฺคํ ๑- ตโตหํ ตุสิตํ คตา ตโต จ นิมฺมานรตึ วสวตฺติปุรํ คตา ๒- ฯ |๑๔๑.๑๓| ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชามิ ปุญฺญกมฺมสมาหิตา ตตฺถ ตตฺเถว ราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ |๑๔๑.๑๔| ตโต จุตา มนุสฺสตฺเต ราชูนํ จกฺกวตฺตินํ มณฺฑลีนญฺจ ราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ |๑๔๑.๑๕| สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน เทเวสุ มานุเสสุ จ สพฺพตฺถ สุขิตา หุตฺวา เนกชาตีสุ สํสรึ ฯ |๑๔๑.๑๖| โส เหตุ จ โส ปภโว ตํ ๓- มูลํ สาสเน ขมํ ตํ ปฐมํ สโมธานํ ตํ ธมฺมรตาย นิพฺพุตํ ๔- ฯ |๑๔๑.๑๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ยามมคํ ฯ ๒ ม. ยุ. ตโต ฯ ๓ ยุ. ตํ มูลํ สา จ สาสเน ขนฺติ ฯ@๔ ม. ยุ. นิพฺพานํ ฯ |๑๔๑.๑๘| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส ๑- สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๔๑.๑๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ สุเมธา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุเมธาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ ทุติยํ เมขลทายิกาเถริยาปทานํ (๒) [๓] |๓.๑| ทีปงฺกรสฺส อปเรน โกณฺฑญฺโญ นาม นายโก อนนฺตเตชามิตยโส อปฺปเมยฺโย ทุราสโท ฯ |๓.๒| จรณูปโม โส ขมเนน สีเลน สาครูปโม สมาธินา เมรูปโม ญาเณน คคนูปโม ฯ |๓.๓| อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺค- มคฺคสจฺจปฺปกาสนํ ปกาเสสิ สทา พุทฺโธ หิตาย สพฺพปาณินํ ฯ |๓.๔| ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตนฺเต โกณฺฑญฺเญ โลกนายเก โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย อหุ ฯ |๓.๕| ตโต ปรํปิ เทเสนฺเต นรมรูนํ สมาคเม นวุติโกฏิสหสฺสานํ ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๓.๖| ติตฺถิเย อภิมทฺทนฺโต ยทา ธมฺมมเทสยิ อสีติ โกฏิสหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๓.๗| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ โกณฺฑญฺญสฺส มเหสิโน ขีณาสวานํ วิมลานํ สนฺตจิตฺตาน ตาทินํ ฯ |๓.๘| โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ทุติโย โกฏิสหสฺสานํ ตติโย นวุติ โกฏินํ ฯ |๓.๙| อหํ เตน สมเยน วิชิตาวี นาม ขตฺติโย สมุทฺทอนฺตมนฺเตน อิสฺสริยํ วตฺตยามิหํ ฯ |๓.๑๐| โกฏิสตสหสฺสานํ วิมลานํ มเหสินํ สหโลกคฺคนาเถน ปรมนฺเนน ตปฺปยึ ฯ |๓.๑๑| โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ โกณฺฑญฺโญ โลกนายโก อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๓.๑๒| อหุ กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ฯ |๓.๑๓| อชปาล รุกฺขมูลสฺมึ นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๓.๑๔| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺต วรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๓.๑๕| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ ๑- อสฺสตฺถ รุกฺขมูลมฺหิ ๒- พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๓.๑๖| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๓.๑๗| โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๓.๑๘| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรนฺติ อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. อสฺสตฺถมูเล สมฺพุทฺโธ ฯ |๓.๑๙| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ฯ |๓.๒๐| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ |๓.๒๑| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นร มรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๓.๒๒| อุกฺกุฏฺฐิ สทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ๑- ฯ |๓.๒๓| ยทิ มสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๓.๒๔| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐา ติตฺถํ ๒- คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๓.๒๕| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๓.๒๖| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ ตเมว อตฺถํ สาเธนฺโต มหารชฺชํ ชิเน อทํ |๓.๒๗| มหารชฺชํ ททิตฺวาน ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ สุตฺตนฺตํ วินยญฺจาปิ นวงฺค สตฺถุสาสนํ |๓.๒๘| สพฺพํ ปริยาปุณิตฺวาน โสภยึ ชินสาสนํ ฯ@เชิงอรรถ: ๑ ม. สเทวตา ฯ ๒ ม. ยุ. ...ติตฺเถ ฯ |๓.๒๙| ตตฺถปฺปมตฺโต วิหรนฺโต นิสชฺชฏฺฐานจงฺกเม อภิญฺญาปารมึ คนฺตฺวา พฺรหฺมโลกมคญฺฉิหํ ฯ |๓.๓๐| นครํ รมฺมวตี นาม สุนนฺโท นาม ขตฺติโย สุชาตา นาม ชนิกา โกณฺฑญฺญสฺส มเหสิโน ฯ |๓.๓๑| ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารมชฺเฌ จ โส วสิ รุจิ สุรุจิ สุโภ จ ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๓.๓๒| ตีณิ สตสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา รุจิเทวี นาม สา นารี ชีวิตเสโน ๑- นาม อตฺรโช ฯ |๓.๓๓| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถ ยาเนน นิกฺขมิ อนูน ทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๓.๓๔| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต โกณฺฑญฺโญ ทิปทุตฺตโม วตฺตจกฺโก มหาวีโร เทวานญฺจ ๒- มหาวเน ฯ |๓.๓๕| ภทฺโท เจว สุภทฺโท จ อเหสุํ อคฺคสาวกา อนุรุทฺโธ นามุปฏฺฐาโก โกณฺฑญฺญสฺส มเหสิโน ฯ |๓.๓๖| ติสฺสา จ อุปติสฺสา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา สาลกลฺยาณิโก ๓- โพธิ โกณฺฑญฺญสฺส มเหสิโน ฯ |๓.๓๗| โสโณ จ อุปโสโณ จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา นนฺทา เจว สิริมา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๓.๓๘| โส อฏฺฐาสีติ หตฺถานิ อจฺจุคฺคโต มหามุนิ โสภติ อุฬุราชาว สุริโย มชฺฌนฺติเก ยถา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. วิชิตเสโน ฯ ๒ ม. ยุ. เทวานํ นครุตฺตเม ฯ ๓ ยุ. สาลกลฺยาณิกา ฯ |๓.๓๙| วสฺสสตสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๓.๔๐| ขีณาสเวหิ วิมเลหิ วิจิตฺตา อาสิ เมทนี ยถา คคนํ อุฬุภิ เอวํ โส อุปโสภถ ฯ |๓.๔๑| เตปิ นาคา อปฺปเมยฺยา อสงฺโขพฺภา ๑- ทุราสทา วิชฺชุปาตํว ทสฺเสตฺวา นิพฺพุตา เต มหายสา ฯ |๓.๔๒| สา จ อตุลิยา ชินสฺส อิทฺธิ ญาณปริภาวิโต สมาธิ สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๓.๔๓| โกณฺฑญฺโญ สิริธโร ๒- พุทฺโธ นนฺทารามมฺหิ นิพฺพุโต ตตฺเถว เจติโย ๓- ตสฺส สตฺตโยชนมุสฺสิโตติ ฯ โกณฺฑญฺญพุทฺธวํโส ทุติโย ฯ ตติโย มงฺคลพุทฺธวํโส [๓]- นาริโย สมลงฺกตา วิมลา ๔- นาม สา นารี กญฺจนาเวฬอตฺรโช ๕- ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ปสาทยิ ฯ ๒ โป. สุจนฺทนา ฯ ม. จนฺทา นามาสิ ฯ ๓ ม. จ ฯ ๔ ยุ.@วิมลา นาม นารี จ ฯ ๕ ม. กญฺจนาเวโฬ นาม อตฺรโช ฯ ยุ. กญฺจนเวโฬ นาม... ฯ |๑๔.๓๑| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา รถยาเนน นิกฺขมิ ฉมาสํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ |๑๔.๓๒| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ปิยทสฺสึ มหามุนิ วตฺตจกฺโก มหาวีโร อุสภุยฺยาเน ๑- มโนรเม ฯ |๑๔.๓๓| ปาลิโต สพฺพทสฺสี จ อเหสุํ อคฺคสาวกา โสภิโต นามุปฏฺฐาโก ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน ฯ |๑๔.๓๔| สุชาตา ธมฺมทินฺนา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต กกุโธติ ๒- ปวุจฺจติ ฯ |๑๔.๓๕| สนฺทโก ๓- ธมฺมิโก เจว อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา วิสาขา ธมฺมทินฺนา จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๑๔.๓๖| โสปิ พุทฺโธ อมิตยโส ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ อสีติหตฺถมุพฺเพโธ สาลราชาว ทิสฺสติ ฯ |๑๔.๓๗| อคฺคิยา จนฺทสุริยานํ นตฺถิ ตาทิสิกา ปภา ยถา อหุ ปภา ตสฺส อสมสฺส มเหสิโน ฯ |๑๔.๓๘| ตสฺสาปิ เทวเทวสฺส อายุ ตาวตฺตกา ๔- อหุ นวุติวสฺสสหสฺสานิ โลเก อฏฺฐาสิ จกฺขุมา ฯ |๑๔.๓๙| โสปิ พุทฺโธ อสมสโม ยุคานิปิ ตานิ อตุลิยานิ สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ฯ |๑๔.๔๐| [๓] |๓.๒๑| ปุนาปรํ ยทา โหมิ อินฺทปตฺเถ ปุรุตฺตเม ราชา ธนญฺชโย นาม กุสเลหิ ทสหุปาคโต ฯ |๓.๒๒| กาลิงฺครฏฺฐวิสยา พฺราหฺมณา อุปคจฺฉุ มํ อยาจุํ มํ หตฺถินาคํ ธญฺญํ มงฺคลสมฺมตํ ฯ |๓.๒๓| อวุฏฺฐิโก ชนปโท ทุพฺภิกฺโข ฉาตโก มหา ททาหิ ปวรํ นาคํ นีลํ อญฺชนสวฺหยํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ตตฺถ ฯ ๒ ม. ยุ. มุทฺทิกาโม ฯ ๓ ม. ยุ. มุทฺทิโต ฯ ๔ ม. ยุ. ... ตสฺส@ทานํ น ททามิ ฯ ๕ ม. ยุ. เตเนวาหํ ฯ ๖ ม. กุรุราชจริยํ ฯ |๓.๒๔| น เม ยาจกมนุปฺปตฺเต ปฏิกฺเขโป อนุจฺฉโว มา เม ภิชฺชิ สมาทานํ ทสฺสามิ วิปุลํ คชํ ฯ |๓.๒๕| นาคํ คเหตฺวา โสณฺฑาย ภิงฺคาเร รตนามเย ชลํ หตฺเถ อากิริตฺวา พฺราหฺมณานํ อทํ คชํ ฯ |๓.๒๖| ตสฺส ๑- นาเค ปทินฺนมฺหิ อมจฺจา เอตทพฺรวุํ กึ นุ ตุยฺหํ วรํ นาคํ ยาจกานํ จ ทสฺสสิ ฯ |๓.๒๗| ธญฺญํ มงฺคลสมฺปนฺนํ สงฺคามวิชยุตฺตมํ ตสฺส ๒- นาเค ปทินฺนมฺหิ กินฺเต รชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๓.๒๘| รชฺชมฺปิ เม ทเท สพฺพํ สรีรํ ทชฺชมตฺตโน สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ ตสฺมา นาคํ อทาสหนฺติ ฯ กุรุธมฺมจริยํ ตติยํ ฯ จตุตฺถํ มหาสุทสฺสนจริยํ🤖 AI จับคู่
Tiṇasūlakachādaniyattherassāpadānaṁ tatiyaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน