‹ กลับ
มธุมังสทายกเถราปทาน
เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒ · ข้อ 4 · ขุ.อป.๒. ๓๓/๒๑๑ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔] เราเป็นคนฆ่าหมูอยู่ในนครพันธุมดี เราเลือกเอาเนื้อดีๆ มาเทลง แช่น้ำผึ้ง เราได้ไปสู่ที่ประชุมสงฆ์ ถือเอาบาตรมาใบหนึ่ง เอาเนื้อ ใส่บาตรนั้นให้เต็มแล้ว ได้ถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ ครั้งนั้น เราได้ ถวายแก่พระสังฆเถระ ด้วยคิดว่าเพราะเอาเนื้อใส่บาตรให้เต็มนี้ เราจักได้สุขอันไพบูลย์ เสวยสมบัติ ๒ อย่าง อันกุศลมูลตักเตือน เราแล้ว เมื่อถึงภพสุดท้ายจักเผากิเลสได้ เรายังจิตให้เลื่อมใสใน ทานนั้นแล้ว ได้ไปยังดาวดึงสพิภพ ณ ที่นั้น เรากิน ดื่ม ได้สุข อย่างไพบูลย์ ที่มณฑป หรือโคนไม้ เรานึกถึงบุรพกรรมเสมอ ห่าฝน คือ ข้าวและน้ำ ย่อมตกลงมาเพื่อเราในครั้งนั้น ชาตินี้เป็น ครั้งสุดท้ายของเรา ภพหลังกำลังเป็นไป ถึงในภพนี้ ข้าวและน้ำก็ ตกลงมาเพื่อเราตลอดกาลทุกเมื่อ เพราะมธุทานนั่นแหละ เราท่อง เที่ยวไปในภพ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ใน กัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ให้ทานใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งมธุทาน เราเผากิเลสแล้ว ... พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมธุมังสทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. [๔] สมัยต่อมาจากพระโกณฑัญญะ มีพระพุทธเจ้าพระนามว่ามงคล ทรง กำจัดความมืดในโลกแล้ว ทรงชูคบเพลิงคือ พระธรรมสว่างไสว พระองค์มีพระรัศมีไม่มีอะไรเปรียบปาน ยิ่งกว่าพระพิชิตมารอื่นๆ ทรงกำจัดรัศมีพระจันทร์และพระอาทิตย์ ส่องแสงไพโรจน์ในหมื่น จักวาล แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นก็ทรงประกาศจตุสัจธรรมอัน ประเสริฐสุด เทวดาและมนุษย์ได้ดื่มรสสัจธรรมแล้ว ย่อมบรรเทา ความมืดตื้อได้ ในคราวที่พระองค์ทรงบรรลุพระโพธิญาณ อันไม่มี อะไรเปรียบแล้ว ทรงแสดงธรรมครั้งแรก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์แสนโกฏิ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่พิภพของท้าว สักกะจอมอสูร ครั้งนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่ทวยเทพ แสนโกฏิ ในกาลเมื่อพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่า สุนันทะ เสด็จเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าทรงตีกลองธรรมเภรีอันประเสริฐสุด และครั้งนั้น บริวารของพระเจ้าสุนันทะ มีประมาณเก้าสิบโกฏิ ครั้งที่ ๒ พระสาวกมาประชุมกันแสนโกฏิ ครั้งที่ ๓ พระสาวก มาประชุมกันเก้าสิบโกฏิ การประชุมครั้งนั้น ล้วนแต่พระขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน สมัยนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามว่าสุรุจิ เป็น ผู้เล่าเรียน ทรงมนต์ รู้จบไตรเพท เราได้เข้าเฝ้าพระศาสดาพระองค์ นั้น ได้ถึงพระองค์เป็นสรณะและได้บูชาพระสงฆ์ อันมีพระสัม- พุทธเจ้าเป็นประมุขด้วยของหอมและดอกไม้ อังคาสด้วยน้ำนมโค จนสำราญพระทัย แม้พระพุทธมงคลผู้อุดมกว่าสัตว์พระองค์นั้น ก็ พยากรณ์เราว่า ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ........... ..................... ข้ามแม่น้ำใหญ่ ฉะนั้น เราได้ ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เรา อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ให้ยิ่งขึ้น ครั้งนั้น เราพอก พูนปีติ เพื่อบรรลุสัมโพธิญาณอันประเสริฐ จึงถวายเรือนของเรา แก่พระพุทธเจ้า แล้วออกบวชในสำนักของพระองค์ เราเล่าเรียน พระสูตรและพระวินัย อันเป็นสัตถุศาสน์มีองค์ ๙ ประการแล้ว ทำพระศาสนาของพระชินเจ้าให้งาม ครั้งนั้น เราเป็นผู้ไม่ประมาท เจริญพรหมวิหารภาวนา ถึงที่สุดในอภิญญาแล้วได้ไปยังพรหมโลก พระนครชื่อว่าอุตระพระมหากษัตริย์พระนามว่าอุตระ เป็นพระชนก ของพระมงคลบรมศาสดาพระชนนีพระนามว่า อุตรา พระองค์ทรง ครอบครองอาคารสถานอยู่เก้าหมื่นปี ทรงมีปราสาทอันประเสริฐ ๓ ปราสาท ชื่อว่ายสวา สุจิมาและสิริมา มีพระสนมนารีกำนัล ในสามหมื่นนาง ล้วนแต่ประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระ- นามว่ายสวดี พระราชโอรสพระนามว่าสีวละ พระชินเจ้าทรงเห็น นิมิต ๕ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยอัสสวราชยานต้น ทรง บำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม พระมงคลมหาวีรเจ้าผู้เป็นนายก ของโลกอุดมกว่าสัตว์ อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศ พระธรรมจักร พระองค์มีพระสุเทวเถระและพระธรรมเสนเถระเป็น อัครสาวก พระเถระชื่อปาลิตะ เป็นอุปัฏฐากพระสีวลาเถรีและพระ- อโสกาเถรีเป็นอัครสาวิกา ไม้โพธิ์ของพระผู้มีพระภาคนั้น เรียก กันว่าต้นกากะทิง นันทอุบาสก และวิสาขอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก อนุฬาอุบาสิกาและสุมนาอุบาสิกาเป็นอุปัฏฐายิกา พระมงคลมหามุนี สูง ๘๐ ศอก พระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระองค์ ไปไกลหลายแสน โลกธาตุในขณะนั้น มนุษย์มีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์ทรงดำรง พระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้มาก มาย สาวกของพระองค์ใครๆ ไม่สามารถจะนับได้ ฉะนั้น ครั้งนั้น พระสัมพุทธมงคลผู้เป็นนายกของโลก ทรงดำรงพระชน มายุอยู่เพียงนั้น ในพระศาสนาของพระองค์ไม่มีการตายอย่างคนมี กิเลสเลย พระองค์ผู้ทรงยศใหญ่ทรงชูดวงไฟคือพระธรรมสว่างจ้า ทรงช่วยมหาชนให้ข้ามพ้นวัฏสงสาร ทรงรุ่งเรืองเหมือนดาวธุมเกต แล้วเสด็จนิพพาน ทรงแสดงสภาวะแห่งสังขาร ในมนุษยโลก พร้อมทั้งเทวโลก ทรงรุ่งเรืองเหมือนกองไฟ แล้วเสด็จเข้านิพพาน เหมือนพระอาทิตย์อัสดงคต ฉะนั้น พระพุทธมงคลเสด็จปรินิพพาน ที่พระราชอุทยานชื่อเวสสระ พระสถูปของพระองค์สูง ๓๐ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ในพระราชอุทยานนั้น. [๔] ในเมื่อเราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงพระนามว่ามหาสุทัสนะ มีพลานุภาพมาก ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน เสวยราชสมบัติในพระนคร กุสาวดี ในกาลนั้น เราได้สั่งให้ประกาศทุกๆ วัน วันละ ๓ ครั้งว่า ใครอยากปรารถนาอะไร เราจะให้ทรัพย์อะไรแก่ใคร ใครหิว ใคร กระหาย ใครต้องการดอกไม้ ใครต้องการเครื่องลูบไล้ ใครขาด แคลนผ้าสีต่างๆ ก็จงมาถือเอาไปนุ่งห่ม ใครต้องการร่มไปในหนทาง ก็จงมารับเอาไป ใครต้องการรองเท้าอันอ่อนงาม ก็จงมารับเอาไป เราให้ประกาศดังนี้ทั้งเวลาเย็น ทั้งเวลาเช้า ทุกวัน ทานนั้นมิใช่เรา ตกแต่งไว้ในที่ ๑๐ แห่ง หรือมิใช่ ๑๐๐ แห่งเราตกแต่งทรัพย์ไว้ สำหรับยาจกในที่หลายร้อยแห่ง วณิพกจะมาในเวลากลางวันก็ตาม หรือในเวลากลางคืนก็ตามก็ได้โภคะตามความปรารถนา พอเต็มมือ กลับไป เราได้ให้มหาทานเห็นปานนี้จนตราบเท่าสิ้นชีวิต เราได้ให้ ทรัพย์ที่น่าเกลียดก็หามิได้ และเราไม่มีการสั่งสมก็หามิได้ เปรียบ เหมือนคนไข้กระสับกระส่าย เพื่อจะพ้นจากโรค ต้องการให้หมอ พอใจด้วยทรัพย์จึงหายจากโรคได้ ฉันใด เราก็ฉันนั้น รู้อยู่ (ว่า ทาน บริจาคเป็นอุบายเครื่องเปลื้องตนและสัตว์โลกทั้งสิ้น ให้พ้นจากโลก คือสังขารทุกข์ทั้งสิ้นได้) จึงบำเพ็ญทานให้บริบูรณ์โดยไม่มีเศษเหลือ เพื่อยังใจที่บกพร่องให้เต็มเราจึงให้ทานแก่วณิพกเรามิได้อาลัย มิได้ หวังอะไร ได้ให้ทานเพื่อบรรลุสัมโพธิญาณ ฉะนี้แล.
เทียบรายประโยค (47 ประโยค)
tha-ap416:1.1 #
นคเร พนฺธุมติยา🤖 AI จับคู่
“Nagare bandhumatiyā,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 57.409
tha-ap416:1.2 #
สูกริโก อโหสหํ🤖 AI จับคู่
sūkariko ahosahaṁ;
tha-ap416:1.3 #
อุกฺโกฏกํ รนฺธยิตฺวา🤖 AI จับคู่
Ukkoṭakaṁ randhayitvā,
tha-ap416:1.4 #
มธุมํสมฺหิ ๑- โอกิรึ ฯ🤖 AI จับคู่
madhumaṁsamhi okiriṁ.
tha-ap416:2.1 #
สนฺนิปาตํ อหํ คนฺตฺวา🤖 AI จับคู่
Sannipātaṁ ahaṁ gantvā,
tha-ap416:2.2 #
เอกปตฺตํ อหํ ๒- คหึ🤖 AI จับคู่
ekaṁ pattaṁ gahesahaṁ;
tha-ap416:2.3 #
ปูรยิตฺวาน ตํ ปตฺตํ🤖 AI จับคู่
Pūrayitvāna taṁ pattaṁ,
tha-ap416:2.4 #
ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ ฯ🤖 AI จับคู่
bhikkhusaṅghassadāsahaṁ.
tha-ap416:3.1 #
โย ๓- วุฑฺฒเถรตโร ภิกฺขุ🤖 AI จับคู่
Yottha therataro bhikkhu,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.74
tha-ap416:3.2 #
นิยฺยาเทมิ อหํ ตทา🤖 AI จับคู่
niyyādesi mamaṁ tadā;
tha-ap416:3.3 #
อิมินา ปตฺตปูเรน🤖 AI จับคู่
Iminā pattapūrena,
tha-ap416:3.4 #
ลภิสฺสํ ๔- วิปุลํ สุขํ ฯ🤖 AI จับคู่
labhassu vipulaṁ sukhaṁ.
tha-ap416:4.1 #
ทุเว สมฺปตฺติโย ภุตฺวา🤖 AI จับคู่
Duve sampattiyo bhutvā,
tha-ap416:4.2 #
สุกฺกมูเลน โจทิโต🤖 AI จับคู่
sukkamūlena codito;
tha-ap416:4.3 #
ปจฺฉิเม วตฺตมานมฺหิ🤖 AI จับคู่
Pacchime vattamānamhi,
tha-ap416:4.4 #
กิเลเส ฌาปยิสฺสติ ฯ🤖 AI จับคู่
kilese jhāpayissati.
tha-ap416:5.1 #
ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา🤖 AI จับคู่
Tattha cittaṁ pasādetvā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.13
tha-ap416:5.2 #
ตาวตึสํ อคญฺฉิหํ🤖 AI จับคู่
tāvatiṁsamagacchahaṁ;
tha-ap416:5.3 #
ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ🤖 AI จับคู่
Tattha bhutvā pivitvā ca,
tha-ap416:5.4 #
ลภามิ วิปุลํ สุขํ ฯ🤖 AI จับคู่
labhāmi vipulaṁ sukhaṁ.
tha-ap416:6.1 #
มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา🤖 AI จับคู่
Maṇḍape rukkhamūle vā,
tha-ap416:6.2 #
ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ🤖 AI จับคู่
pubbakammaṁ anussariṁ;
tha-ap416:6.3 #
อนฺนปานาภิวสฺโส เม🤖 AI จับคู่
Annapānābhivasso me,
tha-ap416:6.4 #
อติวสฺสติ ตาวเท ฯ🤖 AI จับคู่
abhivassati tāvade.
tha-ap416:7.1 #
อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ🤖 AI จับคู่
Idaṁ pacchimakaṁ mayhaṁ,
tha-ap416:7.2 #
จริโม วตฺตเต ภโว🤖 AI จับคู่
carimo vattate bhavo;
tha-ap416:7.3 #
อิธาปิ อนฺนปานํ เม🤖 AI จับคู่
Idhāpi annapānaṁ me,
tha-ap416:7.4 #
วสฺสเต สพฺพกาลิกํ ฯ🤖 AI จับคู่
vassate sabbakālikaṁ.
tha-ap416:8.1 #
เตเนว มธุทาเนน🤖 AI จับคู่
Teneva madhudānena,
tha-ap416:8.2 #
สนฺธาวิตฺวา ภเว อหํ🤖 AI จับคู่
sandhāvitvā bhave ahaṁ;
tha-ap416:8.3 #
สพฺพาสเว ปริญฺญาย🤖 AI จับคู่
Sabbāsave pariññāya,
tha-ap416:8.4 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap416:9.1 #
เอกนวุเต อิโต กปฺเป🤖 AI จับคู่
Ekanavutito kappe,
อ้างอิงPTS 2.373
tha-ap416:9.2 #
ยํ ทานมททึ ตทา🤖 AI จับคู่
yaṁ dānamadadiṁ tadā;
tha-ap416:9.3 #
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ🤖 AI จับคู่
Duggatiṁ nābhijānāmi,
tha-ap416:9.4 #
มธุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ🤖 AI จับคู่
madhudānassidaṁ phalaṁ.
tha-ap416:10.1 #
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ🤖 AI จับคู่
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
tha-ap416:10.2 #
เพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap416:10.3 #
วิหรามิ อนาสโว ฯ🤖 AI จับคู่
viharāmi anāsavo.
tha-ap416:11.1 #
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ🤖 AI จับคู่
Svāgataṁ vata me āsi,
tha-ap416:11.2 #
เก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap416:11.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
tha-ap416:12.1 #
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา🤖 AI จับคู่
Paṭisambhidā catasso,
tha-ap416:12.2 #
ปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา🤖 AI จับคู่
…pe…
tha-ap416:12.3 #
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ🤖 AI จับคู่
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
tha-ap416:13.1 #
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มธุมํสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ🤖 AI จับคู่
Itthaṁ sudaṁ āyasmā madhumaṁsadāyako thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
tha-ap416:14.1 #
มธุมํสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. มํสทาเนน ฯ ปญฺจมํ นาคปลฺลวกตฺเถราปทานํ (๔๑๕) [๔]- สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๑๕๑.๑๗| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุโปสถสฺสิทํ ผลํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. สีวิกํ ฯ ๒ ม. สพฺพเมเวตํ ฯ ๓ ม. ยุ. ...กมฺพลิยานิ ฯ ๔ ม. ยุ. กิเลสา@ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา ฯ |๑๕๑.๑๘| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๕๑.๑๙| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๕๑.๒๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ เอกุโปสถิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกุโปสถิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ ทุติยํ สลฬปุปฺผิกาเถริยาปทานํ (๑๒) [๔]- |๒.๑๑๕| ยถา รตฺติกฺขเย ปตฺเต สุริยุคฺคมนํ ธุวํ ตเถว พุทฺธเสฏฺฐานํ วจนํ ธุวสสฺสตํ ฯ |๒.๑๑๖| ยถา นิกฺขนฺตสยนสฺส สีหสฺส นทนํ ธุวํ ตเถว พุทฺธเสฏฺฐานํ วจนํ ธุวสสฺสตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. กุฑฺฑา ฯ ๒ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ๓ ม. ยุ. เลฑฺฑุ ฯ@๔ ม. วิตถํ นตฺถิ พุทฺธานํ ธุวํ พุทฺโธ ภวามิหํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๒.๑๑๗| ยถา อาปนฺนสตฺตานํ ภารโมโรปนํ ธุวํ ตเถว พุทฺธเสฏฺฐานํ วจนํ ธุวสสฺสตํ ฯ |๒.๑๑๘| หนฺท พุทฺธกเร ธมฺเม วิจินามิ อิโตจิโต อุทฺธํ อโธ ทสทิสา ยาวตา ธมฺมธาตุยา ฯ |๒.๑๑๙| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ ปฐมํ ทานปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อนุจิณฺณํ มหาปถํ ฯ |๒.๑๒๐| อิมํ ตฺวํ ปฐมํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย ทานปารมิตํ คจฺฉ ยทิ โพธึ ปตฺตุมิจฺฉสิ ฯ |๒.๑๒๑| ยถาปิ กุมฺโภ สมฺปุณฺโณ ยสฺส กสฺสจิ อโธกโต วมเต อุทกํ นิสฺเสสํ น ตตฺถ ปริรกฺขติ ฯ |๒.๑๒๒| ตเถว ยาจเก ทิสฺวา หีนมุกฺกฏฺฐมชฺฌิเม ททาหิ ทานํ นิสฺเสสํ กุมฺโภ วิย อโธกโต ฯ |๒.๑๒๓| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๒๔| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ ทุติยํ สีลปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๒๕| อิมํ ตฺวํ ทุติยํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย สีลปารมิตํ คจฺฉ ยทิ โพธึ ปตฺตุมิจฺฉสิ ฯ |๒.๑๒๖| ยถาปิ จามรี ๑- วาลํ กิสฺมิญฺจิ ปฏิลคฺคิตํ อุเปติ มรณํ ตตฺถ น วิโกเปติ วาลธึ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. จมรี ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๒.๑๒๗| ตเถว จตูสุ ภูมีสุ สีลานิ ปริปูรย ปริรกฺข สพฺพทา สีลํ จามรี วิย วาลธึ ฯ |๒.๑๒๘| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๒๙| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ ตติยํ เนกฺขมฺมปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๓๐| อิมํ ตฺวํ ตติยํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย เนกฺขมฺมปารมิตํ คจฺฉ ยทิ โพธึ ปตฺตุมิจฺฉสิ ฯ |๒.๑๓๑| ยถา อฏฺฏฆเร ๑- ปุริโส จิรํ วุฏฺโฐ ทุกฺขทฺทิโต น ตตฺถ ราคํ อภิชเนติ มุตฺตึเยว คเวสติ ฯ |๒.๑๓๒| ตเถว ตฺวํ สพฺพภเว ปสฺส อฏฺฏฆเร ๒- วิย เนกฺขมฺมาภิมุโข โหหิ ภวโต ปริมุตฺติยา ฯ |๒.๑๓๓| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๓๔| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ จตุตฺถํ ปญฺญาปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๓๕| อิมํ ตฺวํ จตุตฺถํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย ปญฺญาปารมิตํ คจฺฉ ยทิ โพธึ ปตฺตุมิจฺฉสิ ฯ |๒.๑๓๖| ยถาปิ ภิกฺขุ ภิกฺขนฺโต หีนมุกฺกฏฺฐมชฺฌิเม กุลานิ น วิวชฺชนฺโต เอวํ ลภติ ยาปนํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ม. ยุ. อนฺทฺฆเร ฯ |๒.๑๓๗| ตเถว ตฺวํ สพฺพกาลํ ปริปุจฺฉนฺโต พุธํ ชนํ ปญฺญาปารมิตํ คนฺตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๓๘| นเหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๓๙| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ ปญฺจมํ วิริยปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๔๐| อิมํ ตฺวํ ปญฺจมํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย วิริยปารมิตํ คจฺฉ ยทิ โพธึ ปตฺตุมิจฺฉสิ ฯ |๒.๑๔๑| ยถาปิ สีโห มิคราชา นิสชฺชฏฺฐานจงฺกเม อลีนวิริโย โหติ ปคฺคหิตมโน สทา ฯ |๒.๑๔๒| ตเถว ตฺวํ สพฺพภเว ปคฺคยฺห วิริยํ ทฬฺหํ วิริยปารมิตํ คนฺตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๔๓| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๔๔| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ ฉฏฺฐมํ ขนฺติปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๔๕| อิมํ ตฺวํ ฉฏฺฐมํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย ตตฺถ อเทฺวชฺฌมนโส สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๔๖| ยถาปิ ปฐวี นาม สุจึปิ อสุจึปิ จ สพฺพํ สหติ นิกฺเขปํ น กโรติ ปฏิฆทฺทยํ ฯ |๒.๑๔๗| ตเถว ตฺวํปิ สพฺเพสํ สมฺมานาวมานกฺขโม ขนฺติปารมิตํ คนฺตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๔๘| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๔๙| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ สตฺตมํ สจฺจปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๕๐| อิมํ ตฺวํ สตฺตมํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย ตตฺถ อเทฺวชฺฌวจโน สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๕๑| ยถาปิ โอสธิ นาม ตุลาภูตา สเทวเก สมเย อุตุวสฺเส วา น โวกฺกมติ วีถิโต ฯ |๒.๑๕๒| ตเถว ตฺวํปิ สจฺเจสุ มา โวกฺกมสิ วีถิโต สจฺจปารมิตํ คนฺตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๕๓| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๕๔| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ อฏฺฐมํ อธิฏฺฐานปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๕๕| อิมํ ตฺวํ อฏฺฐมํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย ตตฺถ ตฺวํ นิจฺจโล หุตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ |๒.๑๕๖| ยถาปิ ปพฺพโต เสโล อจโล สุปติฏฺฐิโต น กมฺปติ ภูสวาเตหิ สกฏฺฐาเนว ติฏฺฐติ ฯ |๒.๑๕๗| ตเถว ตฺวํ อธิฏฺฐาเน สพฺพทา อจโล ภว อธิฏฺฐานปารมิตํ ๑- คนฺตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๕๘| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๕๙| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ นวมํ เมตฺตาปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๖๐| อิมํ ตฺวํ นวมํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย เมตฺตาย อสโม โหหิ ยทิ โพธึ ปตฺตุมิจฺฉสิ ฯ |๒.๑๖๑| ยถาปิ อุทกํ นาม กลฺยาเณ ปาปเก ชเน สมํ ผรติ สีเตน ปวาเหติ รโชมลํ ฯ |๒.๑๖๒| ตเถว ตฺวํ หิตาหิเต สมํ เมตฺตาย ภาวย เมตฺตาปารมิตํ คนฺตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๖๓| น เหเต เอตฺตกาเยว พุทฺธธมฺมา ภวิสฺสเร อญฺเญปิ วิจินิสฺสามิ เย ธมฺมา โพธิปาจนา ฯ |๒.๑๖๔| วิจินนฺโต ตทา ทกฺขึ ทสมํ อุเปกฺขาปารมึ ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ อาเสวิตํ นิเสวิตํ ฯ |๒.๑๖๕| อิมํ ตฺวํ ทสมํ ตาว ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย ตุลาภูโต ทโฬฺห หุตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๖๖| ยถาปิ ปฐวี นาม นิกฺขิตฺตํ อสุจึ สุจึ อุเปกฺขติ อุโภเปเต โกธานุนย วชฺชิตา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ...ปารมึ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ |๒.๑๖๗| ตเถว ตฺวํ สุขทุกฺเข ตุลาภูโต สทา ภว อุเปกฺขาปารมิตํ คนฺตฺวา สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสิ ฯ |๒.๑๖๘| เอตฺตกาเยว เต โลเก เย ธมฺมา โพธิปาจนา ตทุทฺธํ นตฺถิ อญฺญตฺร ทฬฺหํ ตตฺถ ปติฏฺฐหิ ฯ |๒.๑๖๙| อิเม ธมฺเม สมฺมสโต สภาวสรสลกฺขเณ ธมฺมเตเชน วสุธา ทสสหสฺสี ปกมฺปถ ฯ |๒.๑๗๐| จลติ รวติ ปฐวี อุจฺฉุยนฺตํว ปีฬิตํ เตลยนฺตํ ยถา จกฺกํ เอวํ กมฺปติ เมทนี ฯ |๒.๑๗๑| ยาวตา ปริสา อาสิ พุทฺธสฺส ปริเวสเน ปเวธมานา สา ตตฺถ มุจฺฉิตา เสติ ภูมิยํ ฯ |๒.๑๗๒| ฆฏาเนกสหสฺสานิ กุมฺภีนญฺจ สตา พหู สญฺจุณฺณมถิตา ตตฺถ อญฺญมญฺญํ ปฆฏฺฏิตา ฯ |๒.๑๗๓| อุพฺภิคฺคา ตสิตา ภีตา ภนฺตา พฺยถิตมานสา ๑- มหาชนา สมาคมฺม ทีปงฺกรมุปาคมุํ ฯ |๒.๑๗๔| กึ ภวิสฺสติ โลกสฺส กลฺยาณํ อถ ปาปกํ สพฺโพ อุปทฺทุโต โลโก ตํ วิโนเทหิ จกฺขุมา ฯ |๒.๑๗๕| เตสํ ตทา สญฺญาเปสิ ทีปงฺกโร มหามุนิ วิสฏฺฐา โหถ มา ภาถ อิมสฺมึ ปฐวิกมฺปเน ฯ |๒.๑๗๖| ยมหํ อชฺช พฺยากาสึ พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ เอโส สมฺมสตี ธมฺมํ ปุพฺพกํ ชินเสวิตํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. พฺยาถิต... ฯ ยุ. พฺยาธิต... ฯ |๒.๑๗๗| ตสฺส สมฺมสโต ธมฺมํ พุทฺธภูมิมเสสโต เตนายํ กมฺปตี ๑- ปฐวี ทสสหสฺสี สเทวเก ฯ |๒.๑๗๘| พุทฺธสฺส วจนํ สุตฺวา มโน นิพฺพาติ ตาวเท สพฺเพ มํ อุปสงฺกมฺม ปุนปิ อภิวนฺทิสุํ ฯ |๒.๑๗๙| สมาทยิตฺวา พุทฺธคุณํ ทฬฺหํ กตฺวาน มานสํ ทีปงฺกรํ นมสฺสิตฺวา อาสนา วุฏฺฐหึ ตทา ฯ |๒.๑๘๐| ทิพฺพํ มานุสฺสิกํ ปุปฺผํ เทวา มานุสกา อุโภ สโมกิรนฺติ ปุปฺเผหิ วุฏฺฐหนฺตสฺส อาสนา ฯ |๒.๑๘๑| เวทยนฺติ จ เต โสตฺถึ เทวา มานุสกา อุโภ มหนฺตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ ตํ ลภสฺสุ ยถิจฺฉิตํ ฯ |๒.๑๘๒| สพฺพีติโย วิวชฺชนฺตุ โสโก ๒- โรโค วิวชฺชตุ ๓- มา เต ภวตฺวนฺตราโย ผุสฺส ขิปฺปํ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๒.๑๘๓| ยถา สมเย สมฺปตฺเต ปุปฺผนฺติ ปุปฺผิโน ทุมา ตเถว ตฺวํ มหาวีร พุทฺธญาเณน ปุปฺผสิ ฯ |๒.๑๘๔| ยถา เย เกจิ สมฺพุทฺธา ปูรยุํ ทสปารมึ ตเถว ตฺวํ มหาวีร ปูรย ทสปารมึ ฯ |๒.๑๘๕| ยถา เย เกจิ สมฺพุทฺธา โพธิมณฺฑมฺหิ พุชฺฌเร ตเถว ตฺวํ มหาวีร พุชฺฌสฺสุ ชินโพธิยํ ฯ |๒.๑๘๖| ยถา เย เกจิ สมฺพุทฺธา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตยุํ ตเถว ตฺวํ มหาวีร ธมฺมจกฺกํ ปวตฺตย ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. กมฺปิตา ฯ ๒ ยุ. สพฺพโรโค ฯ ๓ ม. วินสฺสตุ ฯ |๒.๑๘๗| ปุณฺณมายํ ยถา จนฺโท ปริปุณฺโณ ๑- วิโรจติ ตเถว ตฺวํ ปุณฺณมโน วิโรจ ทสสหสฺสิยํ ฯ |๒.๑๘๘| ราหุมุตฺโต ยถา สุริโย ตาเปน อติโรจติ ตเถว โลกา มุญฺจิตฺวา วิโรจ สิริยา ตุวํ ฯ |๒.๑๘๙| ยถา ยา กาจิ นทิโย โอสรนฺติ มโหทธึ เอวํ สเทวกา โลกา โอสรนฺติ ตวนฺติเก ฯ |๒.๑๙๐| เตหิ ถุติปฺปสตฺโถ โส ทสธมฺเม สมาทิย เต ธมฺเม ปริปูเรนฺโต ปวนํ ปาวิสี ตทา ฯ สุเมธกถา นิฏฺฐิตา ฯ |๒.๑๙๑| ตทา เต โภชยิตฺวาน สสงฺฆํ โลกนายกํ อุปคญฺฉุํ สรณํ ตสฺส ทีปงฺกรสฺส สตฺถุโน ฯ |๒.๑๙๒| สรณาคมเน กญฺจิ นิเวเสสิ ตถาคโต กญฺจิ ปญฺจสุ สีเลสุ สีเล ทสวิเธ ปรํ ฯ |๒.๑๙๓| กสฺสจิ เทติ สามญฺญํ จตุโร ผลมุตฺตเม กสฺสจิ อสเม ธมฺเม เทติ โส ปฏิสมฺภิทา ฯ |๒.๑๙๔| กสฺสจิ วรสมาปตฺติโย อฏฺฐ เทติ นราสโภ ติสฺโส กสฺสจิ วิชฺชาโย ฉฬภิญฺญา ปเวจฺฉติ ฯ |๒.๑๙๕| เตน โยเคน ชนกายํ โอวทติ มหามุนิ เตน วิตฺถาริกํ อาสิ โลกนาถสฺส สาสนํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปริสุทฺโธ ฯ |๒.๑๙๖| มหาหนูสภกฺขนฺโธ ทีปงฺกรสนามโก พหู ชเน ตารยติ ปริโมเจติ ทุคฺคตึ ฯ |๒.๑๙๗| โพธเนยฺยชนํ ทิสฺวา สตสหสฺเสปิ โยชเน ขเณน อุปคนฺตฺวาน โพเธติ ตํ มหามุนิ ฯ |๒.๑๙๘| ปฐมาภิสมเย พุทฺโธ โกฏิสตมโพธยิ ทุติยาภิสมเย นาโถ นวุติโกฏิมโพธยิ ฯ |๒.๑๙๙| ยทา จ เทวภวนมฺหิ พุทฺโธ ธมฺมมเทสยิ นวุติ โกฏิ สหสฺสานํ ตติยาภิสมโย อหุ ฯ |๒.๒๐๐| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ ทีปงฺกรสฺส สตฺถุโน โกฏิ สตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ฯ |๒.๒๐๑| ปุน นารทกูฏมฺหิ ปวิเวกคเต ชิเน ขีณาสวา วีตมลา สมึสุ สตโกฏิโย ฯ |๒.๒๐๒| ยมฺหิ กาเล มหาวีโร สุทสฺสนสิลุจฺจเย นวุติโกฏิสหสฺเสหิ ปวาเรสิ มหามุนิ ฯ |๒.๒๐๓| อหํ เตน สมเยน ชฏิโล อุคฺคตาปโน อนฺตลิกฺขมฺหิ จรโณ ปญฺจาภิญฺญาสุ ปารคู ฯ |๒.๒๐๔| ทส วีส สหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อหุ เอกทฺวินฺนํ อภิสมโย คณนาโต อสงฺขิโย ฯ |๒.๒๐๕| วิตฺถาริกํ พหุชญฺญํ อิทฺธํ ผีตํ อหู ตทา ทีปงฺกรสฺส ภควโต สาสนํ สุวิโสธิตํ ฯ |๒.๒๐๖| จตฺตาริ สตสหสฺสานิ ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา ทีปงฺกรํ โลกวิทุํ ปริวาเรนฺติ สพฺพทา ฯ |๒.๒๐๗| เย เกจิ เตน สมเยน ชหนฺติ มานุสมฺภวํ อปฺปตฺตมานสา เสกฺขา ครหิตา ภวนฺติ เต ฯ |๒.๒๐๘| สุปุปฺผิตํ ปาวจนํ อรหนฺเตหิ ตาทิหิ ขีณาสเวหิ วิมเลหิ อุปโสภติ สพฺพทา ฯ |๒.๒๐๙| นครํ รมฺมวตี นาม สุเทโว ๑- นาม ขตฺติโย สุเมธา นาม ชนิกา ทีปงฺกรสฺส สตฺถุโน ฯ |๒.๒๑๐| ทสวสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสี ๒- ชิโน หํสา โกญฺจา มายุรากฺขฺย ๓- ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๒.๒๑๑| ตีณิ สตสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา ปทุมา นาม สา นารี อุสภกฺขนฺโธ นาม อตฺรโช ฯ |๒.๒๑๒| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา หตฺถิยาเนน นิกฺขมิ อนูนทสมาสานิ ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๒.๒๑๓| ปธานจารํ จริตฺวาน อพุชฺฌิ มานสา มุนิ พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ทีปงฺกโร มหามุนิ ฯ |๒.๒๑๔| วตฺตจกฺโก ๔- มหาวีโร นนฺทาราเม ๕- วสี ชิโน นิสินฺโน สิริสมูลมฺหิ อกาสิ ติตฺถิยมทฺทนํ ฯ |๒.๒๑๕| สุมงฺคโล จ ติสฺโส จ อเหสุํ อคฺคสาวกา สาคโต นามุปฏฺฐาโก ทีปงฺกรสฺส สตฺถุโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. สุเมโธ นาม ฯ ๒ ม. ยุ. อชฺฌา โส วสิ ฯ ๓ ม. ยุ. มยูรา จ ฯ@๔ ม. ยุ. วตฺติ จกฺกํ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๕ ม. ยุ. สิรีฆเร ฯ |๒.๒๑๖| นนฺทา เจว สุนนฺทา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต ปิปฺผลีติ ปวุจฺจติ ฯ |๒.๒๑๗| ตปุสฺส ภลฺลิกา นาม อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา สิริมา โสณา อุปฏฺฐิกา ทีปงฺกรสฺส สตฺถุโน ฯ |๒.๒๑๘| อสีติหตฺถมุพฺเพโธ ทีปงฺกโร มหามุนิ โสภติ ทีปรุกฺโขว สาลราชาว ผุลฺลิโต ฯ |๒.๒๑๙| ปภา นิทฺธาวตี ตสฺส สมนฺตา ทสโยชเน สตสหสฺสวสฺสานิ อายุ ตสฺส มเหสิโน ฯ |๒.๒๒๐| ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ โชตยิตฺวาน สทฺธมฺมํ สนฺตาเรตฺวา มหาชนํ ฯ |๒.๒๒๑| ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว นิพฺพุโต โส สสาวโก สา จ อิทฺธิ โส จ ยโส ตานิ จ ปาเทสุ จกฺกรตนานิ ฯ |๒.๒๒๒| สพฺพํ สมนฺตรหิตํ นนุ ริตฺตา สพฺพสงฺขาราติ ทีปงฺกโร ชิโน สตฺถา นนฺทารามมฺหิ นิพฺพุโต ฯ ตตฺเถว ตสฺส ชินถูโป ฉตฺตึสุพฺเพธโยชโน ฯ |๒.๒๒๓| ปตฺตจีวรํ ๑- ปริกฺขารํ ปริโภคญฺจ สตฺถุโน โพธิมูเล ตทา ถูโป ติโยชนสมุคฺคโต ฯ ทีปงฺกรพุทฺธวํโส ปฐโม ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ ทุติโย โกณฺฑญฺญพุทฺธวํโส [๔] |๔.๑| โกณฺฑญฺญสฺส อปเรน มงฺคโล นาม นายโก ตมํ โลเก นิหนฺตฺวาน ธมฺโมกฺกมภิธารยิ ฯ |๔.๒| อตุลาสิ ๔- ปภา ตสฺส ชิเนหญฺเญหิ อุตฺตริ ๕- จนฺทสุริยปฺปภํ หนฺตฺวา ทสสหสฺสี วิโรจติ ฯ |๔.๓| โสปิ พุทฺโธ ปกาเสสิ จตุโร สจฺจวรุตฺตเม เต เต สจฺจรสํ ปิตฺวา วิโนเทนฺติ มหาตมํ ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อสงฺโขภา ฯ ๒ ม. ยุ. ปวโร ฯ ๓ ม. ยุ. จิตฺโต ฯ ๔ ยุ. อตุลาปิ ฯ@๕ ม. ยุ. อุตฺตรึ ฯ |๔.๔| ปตฺวาน โพธิมตุลํ ปฐเม ธมฺมเทสเน โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐมาภิสมโย ๑- อหุ ฯ |๔.๕| สุรินฺทเทวภวเน พุทฺโธ ๒- ธมฺมมเทสยิ ตทา โกฏิสตสหสฺสานํ ๓- ทุติยาภิสมโย อหุ ฯ |๔.๖| ยทา สุนนฺโท จกฺกวตฺติ สมฺพุทฺธมุปสงฺกมิ ตทา อาหนิ สมฺพุทฺโธ ธมฺมเภรึ วรุตฺตมํ ฯ |๔.๗| สุนนฺทสฺสานุจรา จ ๔- ตทาสุํ นวุติโกฏิโย สพฺเพ ๕- เต นิรวเสสา อเหสุํ เอหิภิกฺขุกา ฯ |๔.๘| สนฺนิปาตา ตโย อาสุํ มงฺคลสฺส มเหสิโน โกฏิสตสหสฺสานํ ปฐโม อาสิ สมาคโม ฯ |๔.๙| โกฏิสตสหสฺสานํ ๖- ทุติโย อาสิ สมาคโม ตติเย นวุติโกฏีนํ ตติโย อาสิ สมาคโม ฯ |๔.๑๐| ขีณาสวานํ วิมลานํ ตทา อาสิ สมาคโม อหํ เตน สมเยน สุรุจิ นาม พฺราหฺมโณ ฯ |๔.๑๑| อชฺฌายิโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ตมหํ อุปสงฺกมึ สรณํ คนฺตฺวาน สตฺถุโน ฯ |๔.๑๒| สมฺพุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ คนฺธมาเลน ปูชยึ ปูเชตฺวา คนฺธมาเลน ควปาเนน ตปฺปยึ ฯ โสปิ มํ พุทฺโธ พฺยากาสิ มงฺคโล ทิปทุตฺตโม |๔.๑๓| อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ@เชิงอรรถ: ๑ ม. ธมฺมาภิสมโย ฯ ๒ ยุ. ยทา พุทฺโธ ปกาสยิ ฯ ๓ ม. ยุ. โกฏิสหสฺสานํ ฯ@๔ ม. ยุ. ชนตา ฯ ๕ ม. ยุ. สพฺเพปิ ฯ ๖ ม. ทุติโย โกฏิสตสหสฺสานํ ฯ ยุ. ทุติโย@โกฏิสหสฺสานํ ตติโย นวุติโกฏีนํ ฯ |๔.๑๔| อหุ ๑- กปิลวฺหยา รมฺมา นิกฺขมิตฺวา ตถาคโต ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ ๒- ฯ |๔.๑๕| อชปาล รุกฺขมูลสฺมึ ๓- นิสีทิตฺวา ตถาคโต ตตฺถ ปายาสํ ปคฺคยฺห เนรญฺชรมุเปหิติ ฯ |๔.๑๖| เนรญฺชราย ตีรมฺหิ ปายาสํ อทิ โส ชิโน ปฏิยตฺต วรมคฺเคน โพธิมูลมฺหิ เอหิติ ฯ |๔.๑๗| ตโต ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อนุตฺตรํ อสฺสตฺถรุกฺขมูลมฺหิ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๔.๑๘| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๔.๑๙| อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา โกลิโต อุปติสฺโส จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติ มํ ชินํ ฯ |๔.๒๐| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา อนาสวา วีตราคา สนฺตจิตฺตา สมาหิตา ฯ |๔.๒๑| โพธิ ตสฺส ภควโต อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ จิตฺโต จ หตฺถาฬวโก อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐกา ๔- ฯ |๔.๒๒| นนฺทมาตา จ อุตฺตรา อคฺคา เหสฺสนฺตุปฏฺฐิกา อายุ วสฺสสตํ ตสฺส โคตมสฺส ยสสฺสิโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. อหุ ฯเปฯ ตถาคโตติ อิเม ปาฐา นตฺถิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ยุ. สพฺพตฺถ@ทุกฺกรการิยํ ฯ ๓ ยุ. อชปาลรุกฺขมูลสฺมึ - ยทิ มุญฺจามิมํ ชินนฺติ อิเม ปาฐา@นตฺถิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๔ โป. เหสฺสนฺตุ หสนฺติ จ ฯ |๔.๒๓| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู พุทฺธวีชงฺกุโร อยํ ฯ |๔.๒๔| อุกฺกุฏฺฐิ สทฺทา วตฺตนฺติ อปฺโผเฏนฺติ หสนฺติ จ กตญฺชลี นมสฺสนฺติ ทสสหสฺสี สเทวกา ฯ |๔.๒๕| ยทิมสฺส โลกนาถสฺส วิรชฺฌิสฺสาม สาสนํ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๔.๒๖| ยถา มนุสฺสา นทึ ตรนฺตา ปฏิติตฺถํ วิรชฺฌิย เหฏฺฐา ติตฺถํ คเหตฺวาน อุตฺตรนฺติ มหานทึ ฯ |๔.๒๗| เอวเมว มยํ สพฺเพ ยทิ มุญฺจามิมํ ชินํ ฯ อนาคตมฺหิ อทฺธาเน เหสฺสาม สมฺมุขา อิมํ ฯ |๔.๒๘| ตสฺสาปิ วจนํ สุตฺวา ภิยฺโย จิตฺตํ ปสาทยึ อุตฺตรึ วตฺตมธิฏฺฐาสึ ทสปารมิปูริยา ฯ |๔.๒๙| ตทา ปีตึ นุพฺรูหนฺโต สมฺโพธิวรปตฺติยา พุทฺเธ ทตฺวาน มํ เคหํ ปพฺพชึ ตสฺส สนฺติเก ฯ |๔.๓๐| สุตฺตนฺตํ วินยญฺจาปิ นวงฺค สตฺถุสาสนํ สพฺพํ ปริยาปุณิตฺวาน โสภยึ ชินสาสนํ ฯ |๔.๓๑| ตตฺถปฺปมตฺโต วิหรนฺโต พฺรหฺมํ ภาเวตฺวา ภาวนํ อภิญฺญาสุ ปารมึ คนฺตฺวา พฺรหฺมโลกมคญฺฉิหํ ฯ |๔.๓๒| นครํ อุตฺตรํ นาม อุตฺตโร นาม ขตฺติโย อุตฺตรา นาม ชนิกา มงฺคลสฺส มเหสิโน ฯ |๔.๓๓| นว วสฺสสหสฺสานิ อคารํ อชฺฌาวสิ ๑- โส ยสวา สุจิมา สิริมา ตโย ปาสาทมุตฺตมา ฯ |๔.๓๔| สมตึสสหสฺสานิ นาริโย สมลงฺกตา ยสวตี นาม นารี สีวโล นาม อตฺรโช ฯ |๔.๓๕| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา อสฺสยาเนน นิกฺขมิ อนูนอฏฺฐมาสานิ ๒- ปธานํ ปทหี ชิโน ฯ |๔.๓๖| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต มงฺคโล โลกนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร จเรสิ ๓- ทิปทุตฺตโม ฯ |๔.๓๗| สุเทโว ธมฺมเสโน จ อเหสุํ อคฺคสาวกา ปาลิโต นามุปฏฺฐาโก มงฺคลสฺส มเหสิโน ฯ |๔.๓๘| สีวลา จ อโสกา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต นาครุกฺโขติ วุจฺจติ ฯ |๔.๓๙| นนฺโท เจว วิสาโข จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา อนุฬา เจว สุมนา ๔- จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ |๔.๔๐| อฏฺฐาสีติรตนานิ อจฺจุคฺคโต มหามุนิ ตโต นิทฺธาวตี รํสิ อเนกสตสหสฺสิโย ฯ |๔.๔๑| นวุติ วสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๔.๔๒| ยถาปิ สาคเร อุมฺมิ น สกฺกา เต ๕- คเณตุเย ตเถว สาวกา ตสฺส น สกฺกา เต คเณตุเย ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. อชฺฌา โส วสิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๒ ยุ. อนูนกํ อฏฺฐมาสํ ฯ@๓ ม. ยุ. วเน สิริวรุตฺตเม ฯ ๔ ม. ยุ. สุตนา ฯ ๕ ม. ยุ. ตา ฯ |๔.๔๓| ยาว อฏฺฐาสิ สมฺพุทฺโธ มงฺคโล โลกนายโก น ตสฺส สาสเน อตฺถิ สกิเลสมรณํ ๑- ตทา ฯ |๔.๔๔| ธมฺโมกฺกํ ธารยิตฺวาน สนฺตาเรตฺวา มหาชนํ ชลิตฺวา ธุมเกตูว นิพฺพุโต โส มหายโส ฯ |๔.๔๕| สงฺขารานํ สภาวตฺตํ ทสฺสยิตฺวา สเทวเก ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว สุริโย อตฺถงฺคโต ยถา ฯ |๔.๔๖| อุยฺยาเน เวสฺสเร ๒- นาม พุทฺโธ นิพฺพายิ มงฺคโล ตตฺเถวสฺส ชินถูโป ตึสโยชนมุคฺคโตติ ฯ มงฺคลพุทฺธวํโส ตติโย ฯ จตุตฺโถ สุมนพุทฺธวํโส [๔]- อานนฺโท ๕- นาม อตฺรโช ฯ |๑๙.๒๘| นิมิตฺเต จตุโร ทิสฺวา หตฺถิยาเนน นิกฺขมิ สตฺตาหํ ปธานจารํ อจริ ปุริสุตฺตโม ฯ |๑๙.๒๙| พฺรหฺมุนา ยาจิโต สนฺโต ปุสฺโส โลกคฺคนายโก วตฺตจกฺโก มหาวีโร มิคทาเย นรุตฺตโม ฯ |๑๙.๓๐| สุรกฺขิโต ธมฺมเสโน ๖- อเหสุํ อคฺคสาวกา สภิยฺโย นามุปฏฺฐาโก ปุสฺสสฺส จ มเหสิโน ฯ |๑๙.๓๑| จาลา จ อุปจาลา จ อเหสุํ อคฺคสาวิกา โพธิ ตสฺส ภควโต อามลโกติ ๗- วุจฺจติ ฯ |๑๙.๓๒| ธนญฺชโย วิสาโข จ อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐกา ปทุมา สิรินาคา จ ๘- อเหสุํ อคฺคุปฏฺฐิกา ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. ปิ ฯ ๒ ม. ยุ. ครุฬหํสสุวณฺณภารา ฯ ๓ ม. ตึสอิตฺถิสหสฺสานิ ฯ@๔ ม. ยุ. นารี ฯ ๕ ม. อนูปโม ฯ ๖ ยุ. สุขิโต ธมฺมเสโน จ ฯ ๗ ม. ยุ.@อามณฺโฑติ ฯ ๘ ม. ยุ. ปทุมา เจว นาคา จ ฯ |๑๙.๓๓| อฏฺฐปณฺณาสรตนํ โสปิ อจฺจุคฺคโต มุนิ โสภติ สตรํสีว อุฬุราชาว ปูริโต ฯ |๑๙.๓๔| นวุติวสฺสสหสฺสานิ อายุ วิชฺชติ ตาวเท ตาวตา ติฏฺฐมาโน โส ตาเรสิ ชนตํ พหุํ ฯ |๑๙.๓๕| โอวทิตฺวา พหู สตฺเต สนฺตาเรตฺวา พหู ชเน โสปิ สตฺถา อตุลยโส นิพฺพุโต โส สสาวโก ฯ |๑๙.๓๖| ปุสฺโส ชินวโร สตฺถา เสนารามมฺหิ นิพฺพุโต ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ เตสุ เตสุ ปเทสโตติ ฯ ปุสฺสพุทฺธวํโส อฏฺฐารสโม ฯ เอกูนวีสติโม วิปสฺสิพุทฺธวํโส [๔]- |๒๘.๖| เอกา ทาฐา ติทสปุเร เอกา นาคปุเร อหุ เอกา คนฺธารวิสเย เอกา กาลิงฺคราชิโน ฯ @เชิงอรรถ: ๑ ม. ยุ. นิพฺพุตา เต สสาวกาติ ฯ ๒ ม. ยุ. กุมฺภสฺส ฯ ๓ ม. ยุ. กุมฺภเจติโย ฯ@๔ ม. อุณฺหีสํ จตสฺโส ทาฐา ฯเปฯ สพฺพาเปตา ปติฏฺฐิตา ฯ |๒๘.๗| จตฺตาฬีสสมา ทนฺตา เกสา โลมา จ สพฺพโส เทวา หรึสุ เอเกกํ จกฺกวาฬปรมฺปรา ฯ |๒๘.๘| วชิรายํ ภควโต ปตฺโต ทณฺโฑ จ จีวรํ นิวาสนํ กุลฆเร ๑- ปจฺจตฺถรณํ สิลวฺหเย ๒- ฯ |๒๘.๙| ปาฏลีปุตฺตนคเร กรกํ กายพนฺธนํ จมฺปายํ อุทกสาฏกา ๓- อุณฺณโลมญฺจ โกสเล ฯ |๒๘.๑๐| กาสาวกํ ๔- พฺรหฺมโลเก เวฐนํ ติทเส ปุเร [ปาสาณเก ๕- ปทํ เสฏฺฐํ ยถาปิ กจฺฉตํ ปุรํ] นิสีทนํ อวนฺตีสุ ๖- เทวรฏฺเฐ ๗- อตฺถรณํ ตทา ฯ |๒๘.๑๑| อรณิ จ มิถิลายํ วิเทเห ๘- ปริสาวนํ วาสี สูจิฆรญฺจาปิ อินฺทปตฺถปุเร ๙- ตทา ฯ |๒๘.๑๒| ปริกฺขารา ๑๐- อวเสสา ชนปทนฺตเก ๑๑- ตทา ปริภุตฺตานิ มุนินา มเหสฺสนฺติ มนุชา ตทา ฯ |๒๘.๑๓| ธาตุวิตฺถาริกํ อาสิ โคตมสฺส มเหสิโน ปาณีนํ อนุกมฺปาย อหุ โปราณิกํ ตทาติ ฯ ธาตุภาชนียกถา นิฏฺฐิตา ฯ พุทฺธวํโส นิฏฺฐิโต ฯ -------------- @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. กุสฆเร ฯ ๒ ม. ยุ. กปิลฺหเย ฯ ๓ ม. จมฺปายุทกสาฏิยํ ฯ ยุ. จมฺปายํ@อุทกสาฏิกา ฯ ๔ ม. ยุ. กาสาวญฺจ พฺรหฺมโลเก ฯ ๕ ยุ. ปาสาณเก ปทํ เสฏฺฐํ@ยญฺจาปิ อจฺจุติ ปทํ ฯ ๖ ยุ. อวนฺติปุเร ฯ ๗ ม. ยุ. รฏฺเฐ ... ฯ@๘ ยุ. เวเทหิ ... ฯ ๙ ย. อินฺทรฏฺเฐ ฯ ๑๐ ยุ. ปริกฺขารํ อวเสสํ ฯ@๑๑ ม. ยุ. ชนปเท อปรนฺตเก ฯ สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส จริยาปิฏกํ สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส จริยาปิฏกํ -------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ ๑. ทานปารมิตา ปฐมํ อกิตฺติจริยํ ๑- [๔] |๔.๒๙| กุสาวติมฺหิ นคเร ยทา อาสึ มหีปติ มหาสุทสฺสโน นาม จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๔.๓๐| ตตฺถาหํ ทิวเส ติกฺขตฺตุํ โฆสาเปมิ ตหึ ตหึ โก กึ อิจฺฉติ ปตฺเถติ กสฺส กึ ทิยฺยตู ธนํ ฯ |๔.๓๑| โก ฉาตโก โก ตสิโต โก มาลํ โก วิเลปนํ นานารตฺตานิ วตฺถานิ โก นคฺโค ปริทหิสฺสติ โก ปเถ ฉตฺตมาเทติ โกปาหนา มุทู สุภา ฯ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ยุ. ตสฺมึ ฯ |๔.๓๒| อิติ สายญฺจ ปาโต จ โฆสาเปมิ ตหึ ตหึ น ตํ ทสสุ ฐาเนสุ น หิ ๑- ฐานสเตสุ วา ฯ |๔.๓๓| อเนกสตฐาเนสุ ปฏิยตฺตํ ยาจเก ธนํ ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ ยทิ เอติ วณิพฺพโก ฯ |๔.๓๔| ลทฺธา ยทิจฺฉกํ โภคํ ปูรหตฺโถว คจฺฉติ เอวรูปํ มหาทานํ อทาสึ ยาวชีวิกํ ฯ |๔.๓๕| นปาหํ เทสฺสํ ธนํ ทมฺมิ นปิ นตฺถิ นิจโย มยิ ยถาปิ อาตุโร นาม โรคโต ปริมุตฺติยา ฯ |๔.๓๖| ธเนน เวชฺชํ ตปฺเปตฺวา โรคโต ปริมุจฺจติ ตเถวาหํ ชานมาโน ปริปูเรตุํ อเสสโต ฯ |๔.๓๗| อูนมนํ ปูรยิตุํ เทมิ ทานํ วณิพฺพเก นิราลโย อปจฺจาโส สมฺโพธิมนุปตฺติยาติ ฯ มหาสุทสฺสนจริยํ จตุตฺถํ ฯ ปญฺจมํ มหาโควินฺทจริยํ🤖 AI จับคู่
Madhumaṁsadāyakattherassāpadānaṁ catutthaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๓ — ขุททกนิกาย อปทาน ๒
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน