เนื้อความทั้งข้อ
[๖๙] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐ
กว่านรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับ สำราญกลางวันแล้ว
เสด็จขึ้นถนน เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีออกเดินทางไป ณ ที่นั้น
เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้างามน่าดูน่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาท
เปล่า เรายังจิตของตนให้เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบ
พระบาท แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระสุคต ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ
เป็นใหญ่เป็นผู้นำชั้นพิเศษ ขอเชิญสวมรองเท้าเถิด ข้าพระองค์
จักได้ผลแต่รองเท้าคู่นี้ ขอความต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จ
เถิด พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลก
ประเสริฐกว่านรชน ทรงสวมรองเท้าแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่าผู้ใด
เลื่อมใสถวายคู่รองเท้าแก่เรา ด้วยมือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์
ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เทวดาทุกๆ องค์ได้ทราบพระ
พุทธดำรัสแล้ว มาประชุมกัน ต่างก็มีจิตปีติ ดีใจ เกิดความโสมนัส
ประนมกรอัญชลี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า เพราะการถวายรองเท้า
นี้แล ผู้นี้จักเป็นผู้ถึงความสุข จักเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๕
ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑,๐๐๐ ครั้ง และจักได้เป็น
พระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ ในกัปซึ่งนับไม่ถ้วน
แต่กัปนี้ สกุลโอกกากะจักสมภพ พระศาสดามีพระนามว่าโคดม
จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดา
พระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง
แล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน ผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือใน
มนุษยโลก จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานอันเปรียบด้วยยานของ
เทวดา ปราสาท วอ ช้าง ที่ประดับประดาแล้ว และรถที่เทียม
แล้วด้วยม้าอาชาไนย ย่อมเกิดปรากฏแก่เราทุกเมื่อแม้เมื่อเราออก
บวช ก็ได้ออกบวชด้วยรถ ได้บรรลุอรหัต เมื่อกำลังปลงผม นี้
เป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว คือ การค้าขายเราได้ประกอบถูกทาง
แล้ว เราถวายรองเท้าคู่หนึ่งจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ในกัปอัน
ประมาณมิได้แต่กัปนี้ เราได้ถวายรองเท้าใด ด้วยการถวายรองเท้า
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งรองเท้า เราเผากิเลสทั้งหลาย
แล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
—
Pānadhidāyakattheraapadāna
อโนมทสฺสี ภควา✎ ร่าง
“Anomadassī bhagavā,
อ้างอิงPTS 2.417
โลกเชฏฺโฐ นราสโภ✎ ร่าง
lokajeṭṭho narāsabho;
ทิวาวิหารา นิกฺขมฺม วี✎ ร่าง
Divāvihārā nikkhamma,
ถิมารุยฺหิ จกฺขุมา ฯ✎ ร่าง
pathamāruhi cakkhumā.
ปานธึ สุกตํ คยฺห✎ ร่าง
Pānadhiṁ sukataṁ gayha,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.96
อทฺธานํ ปฏิปชฺชหํ✎ ร่าง
addhānaṁ paṭipajjahaṁ;
ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ✎ ร่าง
Tatthaddasāsiṁ sambuddhaṁ,
ปตฺติกํ จารุทสฺสนํ ฯ✎ ร่าง
pattikaṁ cārudassanaṁ.
สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา✎ ร่าง
Sakaṁ cittaṁ pasādetvā,
นีหริตฺวาน ปานธึ✎ ร่าง
nīharitvāna pānadhiṁ;
ปาทมูเล ฐเปตฺวาน✎ ร่าง
Pādamūle ṭhapetvāna,
อิทํ วจนมพฺรวึ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabraviṁ.
อภิรูห มหาวีร✎ ร่าง
‘Abhirūha mahāvīra,
สุคตินฺท วินายก✎ ร่าง
sugatinda vināyaka;
อิโต ผลํ ลภิสฺสามิ✎ ร่าง
Ito phalaṁ labhissāmi,
โส เม อตฺโถ สมิชฺฌตุ ฯ✎ ร่าง
so me attho samijjhatu’.
อโนมทสฺสี ภควา✎ ร่าง
Anomadassī bhagavā,
อ้างอิงพุทธชยันตี 37.1.184
โลกเชฏฺโฐ นราสโภ✎ ร่าง
lokajeṭṭho narāsabho;
ปานธึ อภิรูหิตฺวา✎ ร่าง
Pānadhiṁ abhirūhitvā,
อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ✎ ร่าง
idaṁ vacanamabravi.
โย ปานธึ เม อทาสิ✎ ร่าง
‘Yo pānadhiṁ me adāsi,
ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ✎ ร่าง
pasanno sehi pāṇibhi;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ✎ ร่าง
Tamahaṁ kittayissāmi,
สุณาถ มม ภาสโต ฯ✎ ร่าง
suṇātha mama bhāsato’.
พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย✎ ร่าง
Buddhassa giramaññāya,
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 58.53
สพฺเพ เทวา สมาคตา✎ ร่าง
sabbe devā samāgatā;
อุทคฺคจิตฺตา สุมนา✎ ร่าง
Udaggacittā sumanā,
เวทชาตา กตญฺชลี ฯ✎ ร่าง
vedajātā katañjalī.
ปานธิเมว ๒- ทาเนน✎ ร่าง
‘Pānadhīnaṁ padānena,
สุขิโตยํ ภวิสฺสติ✎ ร่าง
sukhitoyaṁ bhavissati;
ปญฺจปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ✎ ร่าง
Pañcapaññāsakkhattuñca,
เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ✎ ร่าง
devarajjaṁ karissati.
สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ✎ ร่าง
Sahassakkhattuṁ rājā ca,
จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ✎ ร่าง
cakkavattī bhavissati;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ✎ ร่าง
Padesarajjaṁ vipulaṁ,
คณนาโต อสงฺขยํ ฯ✎ ร่าง
gaṇanāto asaṅkhiyaṁ.
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Aparimeyye ito kappe,
โอกฺกากกุลสมฺภโว✎ ร่าง
okkākakulasambhavo;
โคตโม นาม นาเมน✎ ร่าง
Gotamo nāma gottena,
สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
satthā loke bhavissati.
ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท✎ ร่าง
Tassa dhammesu dāyādo,
โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต✎ ร่าง
oraso dhammanimmito;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย✎ ร่าง
Sabbāsave pariññāya,
นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ✎ ร่าง
nibbāyissatināsavo.
เทวโลเก มนุสฺเส วา✎ ร่าง
Devaloke manusse vā,
อ้างอิงสยามรัฐ 33.97
นิพฺพตฺติสฺสติ ปญฺญวา✎ ร่าง
nibbattissati puññavā;
เทวยานปฏิภาคํ✎ ร่าง
Devayānapaṭibhāgaṁ,
ยานํ ปฏิลภิสฺสติ ฯ✎ ร่าง
yānaṁ paṭilabhissati’.
ปาสาทา สิวิกา มยฺหํ✎ ร่าง
Pāsādā sivikā vayhaṁ,
หตฺถิโน สมลงฺกตา✎ ร่าง
hatthino samalaṅkatā;
รถา วาชญฺญสํยุตฺตา✎ ร่าง
Rathā vājaññasaṁyuttā,
สทา ปาตุภวนฺติ เม ฯ✎ ร่าง
sadā pātubhavanti me.
อคารา นิกฺขมนฺโตปิ✎ ร่าง
Agārā nikkhamantopi,
รเถน นิกฺขมึ อหํ✎ ร่าง
rathena nikkhamiṁ ahaṁ;
เกเสสุ ฉิชฺชมาเนสุ✎ ร่าง
Kesesu chijjamānesu,
อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ✎ ร่าง
arahattamapāpuṇiṁ.
ลาภา มยฺหํ สุลทฺธํ เม✎ ร่าง
Lābhā mayhaṁ suladdhaṁ me,
วาณิชํ สุปฺปโยชิตํ✎ ร่าง
vāṇijjaṁ suppayojitaṁ;
ทตฺวาน ปานธึ เอกํ✎ ร่าง
Datvāna pānadhiṁ ekaṁ,
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ ฯ✎ ร่าง
pattomhi acalaṁ padaṁ.
อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป✎ ร่าง
Aparimeyye ito kappe,
ยํ ปานธิมทาสหํ✎ ร่าง
yaṁ pānadhimadāsahaṁ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ✎ ร่าง
Duggatiṁ nābhijānāmi,
ปานธิสฺส อิทํ ผลํ ฯ✎ ร่าง
pānadhissa idaṁ phalaṁ.
กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺ✎ ร่าง
Kilesā jhāpitā mayhaṁ,
อ้างอิงPTS 2.418
เพ สมูหตา
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา✎ ร่าง
…pe…
วิหรามิ อนาสโว ฯ✎ ร่าง
viharāmi anāsavo.
สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติ✎ ร่าง
Svāgataṁ vata me āsi,
เก
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา✎ ร่าง
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ.
ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขา✎ ร่าง
Paṭisambhidā catasso,
ปิจ อฏฺฐิเม
ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา✎ ร่าง
…pe…
กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ✎ ร่าง
kataṁ buddhassa sāsanaṁ”.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปานธิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ✎ ร่าง
Itthaṁ sudaṁ āyasmā pānadhidāyako thero imā gāthāyo abhāsitthāti.
ปานธิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. นิกฺขมามหํ ฯ
ทสมํ ปุฬินจงฺกมิยตฺ✎ ร่าง
Pānadhidāyakattherassāpadānaṁ navamaṁ.
เถราปทานํ✎ ร่าง
Therāpadāna