‹ กลับ
อุปาทาภาชนีย์
เล่ม ๓๔ — ขุททกนิกาย พุทธวงส์–จริยาปิฎก · ข้อ 521 · อภิ.ธ. ๓๔/๔๔๑๔ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๒๑] รูปที่เรียกว่า รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน? รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวคราม สีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียด หยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดด แสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจก แสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, สัตว์นี้ เห็นแล้ว หรือเห็นอยู่ หรือจักเห็น หรือพึงเห็น ซึ่งรูปใด อันเป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ด้วยจักขุ อันเป็นสิ่งที่ เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปายตนะ. รูปที่เรียก รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน? รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวคราม สีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียด หยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดด แสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจก แสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, จักขุอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่รูปใด อันเป็น สิ่งที่เห็นได้และกระทบได้, นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปายตนะ. รูปที่เรียกว่า รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน? รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวคราม สีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียด หยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดด แสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจก แสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, รูปใด อันเป็นสิ่งที่เห็นได้ และกระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่จักขุ อันเป็น สิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปายตนะ. รูปที่เรียกว่า รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน? รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวคราม สีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียด หยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดด แสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจก แสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, เพราะปรารภรูปใด จักขุสัมผัส อาศัยจักขุ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภรูปใด เวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จักขุวิญญาณอาศัยจักขุ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ จักขุสัมผัส มีรูปใดเป็นอารมณ์ อาศัยจักขุ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนาอันเกิดแต่ จักขุสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จักขุวิญญาณ มีรูปใดเป็นอารมณ์ อาศัยจักขุ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปายตนะ.
เทียบรายประโยค (19 ประโยค)
ds2.2.3:23.1 #
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ?
อ้างอิงพุทธชยันตี 41.290
ds2.2.3:23.2 #
ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณุํ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํลํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณนิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยํ รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ จกฺขุนา อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน ปสฺสิ วา ปสฺสติ วา ปสฺสิสฺสติ วา ปสฺเส วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา✎ ร่าง
Yaṁ rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ nīlaṁ pītakaṁ lohitakaṁ odātaṁ kāḷakaṁ mañjiṭṭhakaṁ hari harivaṇṇaṁ ambaṅkuravaṇṇaṁ dīghaṁ rassaṁ aṇuṁ thūlaṁ vaṭṭaṁ parimaṇḍalaṁ caturaṁsaṁ chaḷaṁsaṁ aṭṭhaṁsaṁ soḷasaṁsaṁ ninnaṁ thalaṁ chāyā ātapo āloko andhakāro abbhā mahikā dhūmo rajo candamaṇḍalassa vaṇṇanibhā sūriyamaṇḍalassa vaṇṇanibhā tārakarūpānaṁ vaṇṇanibhā ādāsamaṇḍalassa vaṇṇanibhā maṇisaṅkhamuttāveḷuriyassa vaṇṇanibhā jātarūparajatassa vaṇṇanibhā, yaṁ vā panaññampi atthi rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ, yaṁ rūpaṁ sanidassanaṁ sappaṭighaṁ cakkhunā anidassanena sappaṭighena passi vā passati vā passissati vā passe vā, rūpaṁpetaṁ rūpāyatanampetaṁ rūpadhātupesā—
ds2.2.3:23.3 #
อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ.
ds2.2.3:24.1 #
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ?
อ้างอิงPTS 140 · สยามรัฐ 34.205
ds2.2.3:24.2 #
ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณุํ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํสํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณนิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยมฺหิ รูปมฺหิ สนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ จกฺขุํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา✎ ร่าง
Yaṁ rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ nīlaṁ pītakaṁ lohitakaṁ odātaṁ kāḷakaṁ mañjiṭṭhakaṁ hari harivaṇṇaṁ ambaṅkuravaṇṇaṁ dīghaṁ rassaṁ aṇuṁ thūlaṁ vaṭṭaṁ parimaṇḍalaṁ caturaṁsaṁ chaḷaṁsaṁ aṭṭhaṁsaṁ soḷasaṁsaṁ ninnaṁ thalaṁ chāyā ātapo āloko andhakāro abbhā mahikā dhūmo rajo candamaṇḍalassa vaṇṇanibhā sūriyamaṇḍalassa vaṇṇanibhā tārakarūpānaṁ vaṇṇanibhā ādāsamaṇḍalassa vaṇṇanibhā maṇisaṅkhamuttāveḷuriyassa vaṇṇanibhā jātarūparajatassa vaṇṇanibhā, yaṁ vā panaññampi atthi rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ, yamhi rūpamhi sanidassanamhi sappaṭighamhi cakkhuṁ anidassanaṁ sappaṭighaṁ paṭihaññi vā paṭihaññati vā paṭihaññissati vā paṭihaññe vā, rūpaṁpetaṁ rūpāyatanampetaṁ rūpadhātupesā—
ds2.2.3:24.3 #
อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ.
ds2.2.3:25.1 #
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 113.177
ds2.2.3:25.2 #
ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณุํ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํสํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยํ รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ จกฺขุมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา✎ ร่าง
Yaṁ rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ nīlaṁ pītakaṁ lohitakaṁ odātaṁ kāḷakaṁ mañjiṭṭhakaṁ hari harivaṇṇaṁ ambaṅkuravaṇṇaṁ dīghaṁ rassaṁ aṇuṁ thūlaṁ vaṭṭaṁ parimaṇḍalaṁ caturaṁsaṁ chaḷaṁsaṁ aṭṭhaṁsaṁ soḷasaṁsaṁ ninnaṁ thalaṁ chāyā ātapo āloko andhakāro abbhā mahikā dhūmo rajo candamaṇḍalassa vaṇṇanibhā sūriyamaṇḍalassa vaṇṇanibhā tārakarūpānaṁ vaṇṇanibhā ādāsamaṇḍalassa vaṇṇanibhā maṇisaṅkhamuttāveḷuriyassa vaṇṇanibhā jātarūparajatassa vaṇṇanibhā, yaṁ vā panaññampi atthi rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ, yaṁ rūpaṁ sanidassanaṁ sappaṭighaṁ cakkhumhi anidassanamhi sappaṭighamhi paṭihaññi vā paṭihaññati vā paṭihaññissati vā paṭihaññe vā, rūpaṁpetaṁ rūpāyatanampetaṁ rūpadhātupesā—
ds2.2.3:25.3 #
อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ.
ds2.2.3:26.1 #
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ✎ ร่าง
Katamaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 34.206 · พุทธชยันตี 41.292
ds2.2.3:26.2 #
ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณุํ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํสํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณนิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยํ รูปํ อารพฺภ จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ รูปํ อารพฺภ จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ✎ ร่าง
Yaṁ rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ nīlaṁ pītakaṁ lohitakaṁ odātaṁ kāḷakaṁ mañjiṭṭhakaṁ hari harivaṇṇaṁ ambaṅkuravaṇṇaṁ dīghaṁ rassaṁ aṇuṁ thūlaṁ vaṭṭaṁ parimaṇḍalaṁ caturaṁsaṁ chaḷaṁsaṁ aṭṭhaṁsaṁ soḷasaṁsaṁ ninnaṁ thalaṁ chāyā ātapo āloko andhakāro abbhā mahikā dhūmo rajo candamaṇḍalassa vaṇṇanibhā sūriyamaṇḍalassa vaṇṇanibhā tārakarūpānaṁ vaṇṇanibhā ādāsamaṇḍalassa vaṇṇanibhā maṇisaṅkhamuttāveḷuriyassa vaṇṇanibhā jātarūparajatassa vaṇṇanibhā, yaṁ vā panaññampi atthi rūpaṁ catunnaṁ mahābhūtānaṁ upādāya vaṇṇanibhā sanidassanaṁ sappaṭighaṁ, yaṁ rūpaṁ ārabbha cakkhuṁ nissāya cakkhusamphasso uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā …pe… yaṁ rūpaṁ ārabbha cakkhuṁ nissāya cakkhusamphassajā vedanā …pe… saññā …pe…
ds2.2.3:26.3 #
เจตนา ฯเปฯ✎ ร่าง
cetanā …pe…
ds2.2.3:26.4 #
จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ✎ ร่าง
cakkhuviññāṇaṁ uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā …pe…
ds2.2.3:26.5 #
ยํรูปารมฺมโณ จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ✎ ร่าง
yaṁ rūpārammaṇo cakkhuṁ nissāya cakkhusamphasso uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā …pe…
ds2.2.3:26.6 #
ยํรูปารมฺมณา จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ✎ ร่าง
yaṁ rūpārammaṇā cakkhuṁ nissāya cakkhusamphassajā vedanā …pe…
ds2.2.3:26.7 #
สญฺญา ฯเปฯ✎ ร่าง
saññā …pe…
ds2.2.3:26.8 #
เจตนา ฯเปฯ✎ ร่าง
cetanā …pe…
ds2.2.3:26.9 #
จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา✎ ร่าง
cakkhuviññāṇaṁ uppajji vā uppajjati vā uppajjissati vā uppajje vā, rūpaṁpetaṁ rūpāyatanampetaṁ rūpadhātupesā—
ds2.2.3:26.10 #
อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ taṁ rūpaṁ rūpāyatanaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๔ — ขุททกนิกาย พุทธวงส์–จริยาปิฎก
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน