เนื้อความทั้งข้อ
[๗๖๑] ธรรมเป็นปรามาสะ เป็นไฉน?
ทิฏฐิปรามาสะ.
ทิฏฐิปรามาสะ เป็นไฉน?
ความเห็นว่า โลกเที่ยงก็ดี ว่าโลกไม่เที่ยงก็ดี ว่าโลกมีที่สุดก็ดี ว่าโลกไม่มีที่สุดก็ดี
ว่าชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้นก็ดี ว่าชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่นก็ดี ว่าสัตว์ยังเป็นอยู่เบื้องหน้า
แต่มรณะก็ดี ว่าสัตว์ไม่เป็นอยู่เบื้องหน้าแต่มรณะก็ดี ว่าสัตว์ยังเป็นอยู่ก็มี ไม่เป็นอยู่ก็มี เบื้อง
หน้าแต่มรณะก็ดี ว่าสัตว์ยังเป็นอยู่ก็ไม่ใช่ ไม่เป็นอยู่ก็ไม่ใช่เบื้องหน้าแต่มรณะก็ดี ทิฏฐิ
ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ป่าชัฏคือทิฏฐิ กันดารคือทิฏฐิ ความเห็นเป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ความ
ผันแปรแห่งทิฏฐิ สัญโญชน์คือทิฏฐิ ความยึดถือ ความยึดมั่น ความตั้งมั่น ความถือผิด ทางชั่ว
ทางผิด ภาวะที่ผิด ลัทธิเป็นบ่อเกิดแห่งความพินาศ การถือโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้
อันใด นี้เรียกว่า ทิฏฐิปรามาสะ.
มิจฉาทิฏฐิ แม้ทุกอย่าง จัดเป็นทิฏฐิปรามาสะ.
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นปรามาสะ.
ธรรมไม่เป็นปรามาสะ เป็นไฉน?
เว้นปรามาสธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรมที่เหลือ ซึ่งเป็น
กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด
และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นปรามาสะ.
กตเม ธมฺมา ปรามาสา✎ ร่าง
Katame dhammā parāmāsā?
อ้างอิงPTS 208 · ฉัฏฐสังคายนา 113.260
ทิฏฺฐิปรามาโส ฯ✎ ร่าง
Diṭṭhiparāmāso.
ตตฺถ
กตโม ทิฏฺฐิปรามาโส✎ ร่าง
Tattha katamo diṭṭhiparāmāso?
อ้างอิงสยามรัฐ 34.301
สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ
วา อนฺตวา โลโกติ วา อนนฺตวา โลโกติ วา ตํ ชีวํ
ตํ สรีรนฺติ วา อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ วา โหติ ตถาคโต
ปรมฺมรณาติ วา น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา
โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา เนว โหติ
น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา✎ ร่าง
Sassato lokoti vā, asassato lokoti vā, antavā lokoti vā, anantavā lokoti vā, taṁ jīvaṁ taṁ sarīranti vā, aññaṁ jīvaṁ aññaṁ sarīranti vā, hoti tathāgato paraṁ maraṇāti vā, na hoti tathāgato paraṁ maraṇāti vā, hoti ca na ca hoti tathāgato paraṁ maraṇāti vā, neva hoti na na hoti tathāgato paraṁ maraṇāti vā;
ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ
ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกายิกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ
ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ คาโห ปฏิคฺคาโห อภินิเวโส ปรามาโส กุมฺมคฺโค
มิจฺฉาปโถ มิจฺฉตฺตํ ติตฺถายตนํ วิปริเยสคฺคาโห✎ ร่าง
yā evarūpā diṭṭhi diṭṭhigataṁ diṭṭhigahanaṁ diṭṭhikantāro diṭṭhivisūkāyikaṁ diṭṭhivipphanditaṁ diṭṭhisaññojanaṁ gāho patiṭṭhāho abhiniveso parāmāso kummaggo micchāpatho micchattaṁ titthāyatanaṁ vipariyāsaggāho—
อยํ วุจฺจติ
ทิฏฺฐิปรามาโส ฯ✎ ร่าง
ayaṁ vuccati diṭṭhiparāmāso.
สพฺพาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิปรามาโส ฯ✎ ร่าง
Sabbāpi micchādiṭṭhi diṭṭhiparāmāso.
อิเม
ธมฺมา ปรามาสา ฯ✎ ร่าง
Ime dhammā parāmāsā.
กตเม ธมฺมา โนปรามาสา✎ ร่าง
Katame dhammā no parāmāsā?
เต ธมฺเม ฐเปตฺวา
อวเสสา กุสลากุสลาพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา รูปาวจรา
อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา✎ ร่าง
Te dhamme ṭhapetvā avasesā kusalākusalābyākatā dhammā kāmāvacarā, rūpāvacarā, arūpāvacarā, apariyāpannā;
เวทนากฺขนฺโธ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ✎ ร่าง
vedanākkhandho …pe… viññāṇakkhandho;
สพฺพญฺจ รูปํ อสงฺขตา จ ธาตุ✎ ร่าง
sabbañca rūpaṁ, asaṅkhatā ca dhātu—
อิเม ธมฺมา โนปรามาสา ฯ✎ ร่าง
ime dhammā no parāmāsā.
—
2.3.2.9.2. Parāmaṭṭhaduka