‹ กลับ
ฉักกนิเทศ
เล่ม ๓๕ — อภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี · ข้อ 844 · อภิ.วิ. ๓๕/๑๑๓๕๓ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๘๔๔] ญาณรู้ความแก่กล้าและไม่แก่กล้าแห่งอินทรีย์ของสัตว์ เหล่าอื่น ของบุคคลเหล่าอื่น ตามความเป็นจริง ของพระตถาคต เป็นไฉน พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบอาสยะ อนุสัย จริต และอัธยาศัย ของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมทรงทราบเหล่าสัตว์ที่มีธุลีคือกิเลสน้อย มีธุลีคือกิเลสมาก มีอินทรีย์แก่กล้า มีอินทรีย์อ่อน มีอาการดี มีอาการชั่ว แนะนำให้รู้ได้ง่ายและ แนะนำให้รู้ได้ยาก ควรแก่การตรัสรู้และไม่ควรแก่การตรัสรู้ ก็อาสยะของสัตว์ทั้งหลาย เป็นไฉน ความเห็นว่า โลกเที่ยง หรือความเห็นว่าโลกไม่เที่ยง ความเห็นว่าโลก มีที่สุด หรือความเห็นว่าโลกไม่มีที่สุด ความเห็นว่าชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือความเห็นว่า ชีพเป็นอย่างอื่น สรีระก็เป็นอย่างอื่น ความเห็นว่าสัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก หรือความเห็นว่าสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมไม่เกิดอีก ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มี หรือ ความเห็นว่าสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิ ได้ สัตว์ทั้งหลายผู้อาศัยภวทิฏฐิหรือวิภวทิฏฐิดังที่กล่าวมานี้ก็มี หรือสัตว์ทั้งหลาย ไม่เข้าไปอาศัยส่วนสุดทั้ง ๒ นี้ ได้อนุโลมิกขันติ ในธรรมทั้งหลายอันเป็นปัจจัย ของกันและกันและอาศัยกันและกันเกิดขึ้นก็มี หรือญาณความรู้ตามความเป็นจริง นี้เรียกว่า อาสยะของสัตว์ทั้งหลาย ก็อนุสัยของสัตว์ทั้งหลาย เป็นไฉน อนุสัย ๗ คือ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย ราคานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องอยู่ในปิยรูป สาตรูปในโลก ปฏิฆานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องอยู่ในอัปปิยรูป อสาตรูปในโลก อวิชชาตกไปแล้วในธรรมทั้ง ๒ นี้ ด้วยอาการอย่างนี้ มานะ ทิฏฐิ และวิจิกิจฉา พึงเห็นว่าตั้งอยู่ในที่แห่งเดียวกันกับอวิชชานั้น นี้เรียกว่า อนุสัยของสัตว์ทั้งหลาย จริตของสัตว์ทั้งหลาย เป็นไฉน ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร อันเป็นกามาวจรภูมิ หรือรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ นี้ชื่อว่า จริตของสัตว์ทั้งหลาย อัธยาศัยของสัตว์ทั้งหลาย เป็นไฉน สัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยทรามก็มี สัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยประณีตก็มี สัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยทราม ย่อมคบหาสมาคมเข้าใกล้กับสัตว์ทั้งหลายที่มี อัธยาศัยทราม สัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยประณีต ย่อมคบหาสมาคมเข้าใกล้กับสัตว์ ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยประณีต แม้ในอดีตกาล สัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยทราม ได้ คบหาสมาคมเข้าใกล้กับสัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยทรามมาแล้ว สัตว์ทั้งหลายที่มี อัธยาศัยประณีต ได้คบหาสมาคมเข้าใกล้กับสัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยประณีตมา แล้ว แม้ในอนาคตกาล สัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยทราม จักคบหาสมาคมเข้าใกล้ กับสัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยทราม สัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยประณีต จักคบหา สมาคมเข้าใกล้กับสัตว์ทั้งหลายที่มีอัธยาศัยประณีต นี้ชื่อว่า อัธยาศัยของสัตว์ ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายผู้มีธุลีคือกิเลสมากเหล่านั้น เป็นไฉน กิเลสวัตถุ ๑๐ คือ โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ กิเลสวัตถุ ๑๐ เหล่านี้ อันสัตว์เหล่าใด เสพ มากแล้ว ทำให้เกิดแล้ว ทำให้มากแล้ว เพิ่มพูนขึ้นแล้ว สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า ผู้มีธุลีคือกิเลสมาก สัตว์ทั้งหลายผู้มีธุลีคือกิเลสน้อยเหล่านั้น เป็นไฉน กิเลสวัตถุ ๑๐ เหล่านี้ อันสัตว์เหล่าใดมิได้เสพมากแล้ว มิได้ทำให้ เกิดแล้ว มิได้ทำให้มากแล้ว มิได้เพิ่มพูนขึ้นแล้ว สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า มีธุลี คือกิเลสน้อย สัตว์ทั้งหลายผู้มีอินทรีย์อ่อนเหล่านั้น เป็นไฉน อินทรีย์ ๕ คือ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญิน- *ทรีย์ อินทรีย์ ๕ เหล่านี้ อันสัตว์เหล่าใดมิได้เสพให้มากแล้ว มิได้อบรมแล้ว มิได้ทำให้มากแล้ว มิได้เพิ่มพูนขึ้นแล้ว สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า ผู้มีอินทรีย์อ่อน สัตว์ทั้งหลายผู้มีอินทรีย์แก่กล้าเหล่านั้น เป็นไฉน อินทรีย์ ๕ เหล่านี้ อันสัตว์เหล่าใดเสพมากแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มาก แล้ว เพิ่มพูนขึ้นแล้ว สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า ผู้มีอินทรีย์แก่กล้า สัตว์ทั้งหลายผู้มีอาการชั่วเหล่านั้น เป็นไฉน สัตว์เหล่านั้นใด มีอาสยะชั่ว มีอนุสัยชั่ว มีจริตชั่ว มีอัธยาศัยชั่ว มีธุลี คือกิเลสมาก มีอินทรีย์อ่อน สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า มีอาการชั่ว สัตว์ทั้งหลายผู้มีอาการดีเหล่านั้น เป็นไฉน สัตว์เหล่านั้นใด มีอาสยะดี มีอนุสัยดี มีจริตดี มีอัธยาศัยดี มีธุลีคือ กิเลสน้อย มีอินทรีย์แก่กล้า สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า มีอาการดี สัตว์ทั้งหลายที่แนะนำให้รู้ได้ยากเหล่านั้น เป็นไฉน สัตว์เหล่านั้นใด มีอาการชั่ว สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า แนะนำให้รู้ได้ยาก ส่วนสัตว์เหล่าใดมีอาการดี สัตว์เหล่านั้นแล ชื่อว่า แนะนำให้รู้ได้ง่าย สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่ควรแก่การตรัสรู้เหล่านั้น เป็นไฉน สัตว์เหล่านั้นใด ประกอบด้วยเครื่องกั้นกาง คือ กรรม ประกอบด้วย เครื่องกั้นกาง คือ กิเลส ประกอบด้วยเครื่องกั้นกาง คือ วิบาก ไม่มีศรัทธา ไม่มี ฉันทะ มีปัญญาทราม ไม่ควรเพื่อจะหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย ได้ สัตว์เหล่านี้นั้น ชื่อว่า ผู้ไม่ควรแก่การตรัสรู้ สัตว์ทั้งหลายผู้ควรแก่การตรัสรู้เหล่านั้น เป็นไฉน สัตว์เหล่านั้นใด ไม่ประกอบด้วยเครื่องกั้นกาง คือ กรรม ไม่ประกอบ ด้วยเครื่องกั้นกาง คือ กิเลส ไม่ประกอบเครื่องกั้นกาง คือ วิบาก มีศรัทธา มี ฉันทะ มีปัญญา ควรที่จะหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยามในกุศลธรรมทั้งหลายได้ สัตว์ เหล่านี้นั้น ชื่อว่า ผู้ควรแก่การตรัสรู้ ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในความแก่กล้าและไม่แก่กล้าแห่งอินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลายนั้น อันใด นี้ชื่อว่า ญาณรู้ความแก่กล้าและไม่แก่กล้าแห่งอินทรีย์ของสัตว์เหล่าอื่น ของบุคคลเหล่าอื่น ตามความเป็นจริง ของพระตถาคต
เทียบรายประโยค (51 ประโยค)
vb16:370.1 #
ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ ฯ✎ ร่าง
Tattha katamaṁ tathāgatassa parasattānaṁ parapuggalānaṁ indriyaparopariyattaṁ yathābhūtaṁ ñāṇaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 35.461 · ฉัฏฐสังคายนา 114.389
vb16:370.2 #
อิธ ตถาคโต สตฺตานํ อาสยํ ปชานาติ อนุสยํ ปชานาติ จริตํ ปชานาติ อธิมุตฺตึ ปชานาติ อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย สฺวากาเร ทฺวากาเร สุวิญฺญาปเย ทูวิญฺญาปเย ภพฺพาภพฺเพ สตฺเต ปชานาติ ฯ✎ ร่าง
Idha tathāgato sattānaṁ āsayaṁ pajānāti, anusayaṁ pajānāti, caritaṁ pajānāti, adhimuttiṁ pajānāti, apparajakkhe mahārajakkhe tikkhindriye mudindriye svākāre dvākāre suviññāpaye duviññāpaye bhabbābhabbe satte pajānāti.
vb16:371.1 #
กตโม จ สตฺตานํ อาสโย✎ ร่าง
Katamo ca sattānaṁ āsayo?
vb16:371.2 #
สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา อนฺตวา โลโกติ วา อนนฺตวา โลโกติ วา ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ วา อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ วา โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา อิติ ภวทิฏฺฐิสนฺนิสฺสิตา วา สตฺตา โหนฺติ วิภวทิฏฺฐิสนฺนิสฺสิตา วา✎ ร่าง
“Sassato loko”ti vā, “asassato loko”ti vā, “antavā loko”ti vā, “anantavā loko”ti vā, “taṁ jīvaṁ taṁ sarīran”ti vā, “aññaṁ jīvaṁ aññaṁ sarīran”ti vā, “hoti tathāgato paraṁ maraṇā”ti vā, “na hoti tathāgato paraṁ maraṇā”ti vā, “hoti ca na ca hoti tathāgato paraṁ maraṇā”ti vā, “neva hoti na na hoti tathāgato paraṁ maraṇā”ti vā, iti bhavadiṭṭhisannissitā vā sattā honti vibhavadiṭṭhisannissitā vā.
vb16:371.3 #
เอเต วา ปน อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ อนุโลมิกา ขนฺติ ปฏิลทฺธา โหติ ยถาภูตํ วา ญาณํ✎ ร่าง
Ete vā pana ubho ante anupagamma idappaccayatā paṭiccasamuppannesu dhammesu anulomikā khanti paṭiladdhā hoti yathābhūtaṁ ñāṇaṁ.
vb16:371.4 #
อยํ สตฺตานํ อาสโย ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ sattānaṁ āsayo.
vb16:372.1 #
กตโม จ สตฺตานํ อนุสโย✎ ร่าง
Katamo ca sattānaṁ anusayo?
อ้างอิงพุทธชยันตี 43.186
vb16:372.2 #
สตฺตานุสยา✎ ร่าง
Sattānusayā—
vb16:372.3 #
กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโย มานานุสโย ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโย✎ ร่าง
kāmarāgānusayo, paṭighānusayo, mānānusayo, diṭṭhānusayo, vicikicchānusayo, bhavarāgānusayo, avijjānusayo.
vb16:372.4 #
ยํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ เอตฺถ สตฺตานํ ราคานุสโย อนุเสติ✎ ร่าง
Yaṁ loke piyarūpaṁ sātarūpaṁ ettha sattānaṁ rāgānusayo anuseti.
vb16:372.5 #
ยํ โลเก อปฺปิยรูปํ อสาตรูปํ เอตฺถ สตฺตานํ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ✎ ร่าง
Yaṁ loke appiyarūpaṁ asātarūpaṁ ettha sattānaṁ paṭighānusayo anuseti.
vb16:372.6 #
อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ อวิชฺชา อนุปติตา✎ ร่าง
Iti imesu dvīsu dhammesu avijjānupatitā.
vb16:372.7 #
ตเทกฏฺโฐ มาโน จ ทิฏฺฐิ จ วิจิกิจฺฉา จ ทฏฺฐพฺพา✎ ร่าง
Tadekaṭṭho māno ca diṭṭhi ca vicikicchā ca daṭṭhabbā.
vb16:372.8 #
อยํ สตฺตานํ อนุสโย ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ sattānaṁ anusayo.
vb16:373.1 #
กตมํ จ สตฺตานํ จริตํ✎ ร่าง
Katamañca sattānaṁ caritaṁ?
อ้างอิงสยามรัฐ 35.462
vb16:373.2 #
ปุญฺญาภิสงฺขาโร อปุญฺญาภิสงฺขาโร อาเนญฺชาภิสงฺขาโร ปริตฺตภูมโก วา มหาภูมโก วา✎ ร่าง
Puññābhisaṅkhāro, apuññābhisaṅkhāro, āneñjābhisaṅkhāro, parittabhūmako vā mahābhūmako vā—
vb16:373.3 #
อิทํ สตฺตานํ จริตํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ sattānaṁ caritaṁ.
vb16:374.1 #
กตมา จ สตฺตานํ อธิมุตฺติ✎ ร่าง
Katamā ca sattānaṁ adhimutti?
อ้างอิงPTS 341
vb16:374.2 #
สนฺติ สตฺตา หีนาธิมุตฺติกา สนฺติ สตฺตา ปณีตาธิมุตฺติกา✎ ร่าง
Santi sattā hīnādhimuttikā, santi sattā paṇītādhimuttikā.
vb16:374.3 #
หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเก สตฺเต เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ✎ ร่าง
Hīnādhimuttikā sattā hīnādhimuttike satte sevanti bhajanti payirupāsanti.
vb16:374.4 #
ปณีตาธิมุตฺติกา สตฺตา ปณีตาธิมุตฺติเก สตฺเต เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺติ✎ ร่าง
Paṇītādhimuttikā sattā paṇītādhimuttike satte sevanti bhajanti payirupāsanti.
vb16:375.1 #
อตีตมฺปิ อทฺธานํ หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเก สตฺเต เสวึสุ ภชึสุ ปยิรุปาสึสุ✎ ร่าง
Atītampi addhānaṁ hīnādhimuttikā sattā hīnādhimuttike satte seviṁsu bhajiṁsu payirupāsiṁsu.
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 114.390
vb16:375.2 #
ปณีตาธิมุตฺติกา สตฺตา ปณีตาธิมุตฺติเก สตฺเต เสวึสุ ภชึสุ ปยิรุปาสึสุ✎ ร่าง
Paṇītādhimuttikā sattā paṇītādhimuttike satte seviṁsu bhajiṁsu payirupāsiṁsu.
vb16:376.1 #
อนาคตมฺปิ อทฺธานํ หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเก สตฺเต เสวิสฺสนฺติ ภชิสฺสนฺติ ปยิรุปาสิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Anāgatampi addhānaṁ hīnādhimuttikā sattā hīnādhimuttike satte sevissanti bhajissanti payirupāsissanti.
vb16:376.2 #
ปณีตาธิมุตฺติกา สตฺตา ปณีตาธิมุตฺติเก สตฺเต เสวิสฺสนฺติ ภชิสฺสนฺติ ปยิรุปาสิสฺสนฺติ✎ ร่าง
Paṇītādhimuttikā sattā paṇītādhimuttike satte sevissanti bhajissanti payirupāsissanti.
vb16:376.3 #
อยํ สตฺตานํ อธิมุตฺติ ฯ✎ ร่าง
Ayaṁ sattānaṁ adhimutti.
vb16:377.1 #
กตเม เต สตฺตา มหารชกฺขา✎ ร่าง
Katame te sattā mahārajakkhā?
vb16:377.2 #
ทส กิเลสวตฺถูนิ✎ ร่าง
Dasa kilesavatthūni—
vb16:377.3 #
โลโภ โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ✎ ร่าง
lobho, doso, moho, māno, diṭṭhi, vicikicchā, thinaṁ, uddhaccaṁ, ahirikaṁ, anottappaṁ.
vb16:377.4 #
เยสํ สตฺตานํ อิมานิ ทส กิเลสวตฺถูนิ อาเสวิตานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อุสฺสทคตานิ อิเม เต สตฺตา มหารชกฺขา ฯ✎ ร่าง
Yesaṁ sattānaṁ imāni dasa kilesavatthūni āsevitāni bhāvitāni bahulīkatāni ussadagatāni, ime te sattā mahārajakkhā.
vb16:378.1 #
กตเม เต สตฺตา อปฺปรชกฺขา✎ ร่าง
Katame te sattā apparajakkhā?
vb16:378.2 #
เยสํ สตฺตานํ อิมานิ ทส กิเลสวตฺถูนิ อนาเสวิตานิ อภาวิตานิ อพหุลีกตานิ อนุสฺสทคตานิ อิเม เต สตฺตา อปฺปรชกฺขา ฯ✎ ร่าง
Yesaṁ sattānaṁ imāni dasa kilesavatthūni anāsevitāni abhāvitāni abahulīkatāni anussadagatāni, ime te sattā apparajakkhā.
vb16:379.1 #
กตเม เต สตฺตา มุทินฺทฺริยา✎ ร่าง
Katame te sattā mudindriyā?
อ้างอิงสยามรัฐ 35.463
vb16:379.2 #
ปญฺจินฺทฺริยานิ✎ ร่าง
Pañcindriyāni—
vb16:379.3 #
สทฺธินฺทฺริยํ วิริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ✎ ร่าง
saddhindriyaṁ, vīriyindriyaṁ, satindriyaṁ, samādhindriyaṁ, paññindriyaṁ.
vb16:379.4 #
เยสํ สตฺตานํ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ อนาเสวิตานิ อภาวิตานิ อพหุลีกตานิ อนุสฺสทคตานิ อิเม เต สตฺตา มุทินฺทฺริยา ฯ✎ ร่าง
Yesaṁ sattānaṁ imāni pañcindriyāni anāsevitāni abhāvitāni abahulīkatāni anussadagatāni, ime te sattā mudindriyā.
vb16:380.1 #
กตเม เต สตฺตา ติกฺขินฺทฺริยา✎ ร่าง
Katame te sattā tikkhindriyā?
vb16:380.2 #
เยสํ สตฺตานํ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ อาเสวิตานิ ภาวิตานิ พหุลีกตานิ อุสฺสทคตานิ อิเม เต สตฺตา ติกฺขินฺทฺริยา ฯ✎ ร่าง
Yesaṁ sattānaṁ imāni pañcindriyāni āsevitāni bhāvitāni bahulīkatāni ussadagatāni, ime te sattā tikkhindriyā.
vb16:381.1 #
กตเม เต สตฺตา ทฺวาการา✎ ร่าง
Katame te sattā dvākārā?
vb16:381.2 #
เย เต สตฺตา ปาปาสยา ปาปานุสยา ปาปจริตา ปาปาธิมุตฺติกา มหารชกฺขา มุทินฺทฺริยา อิเม เต สตฺตา ทฺวาการา ฯ✎ ร่าง
Ye te sattā pāpāsayā pāpānusayā pāpacaritā pāpādhimuttikā mahārajakkhā mudindriyā, ime te sattā dvākārā.
vb16:382.1 #
กตเม เต สตฺตา สฺวาการา✎ ร่าง
Katame te sattā svākārā?
vb16:382.2 #
เย เต สตฺตา กลฺยาณาสยา กลฺยาณจริตา กลฺยาณาธิมุตฺติกา อปฺปรชกฺขา ติกฺขินฺทฺริยา อิเม เต สตฺตา สฺวาการา ฯ✎ ร่าง
Ye te sattā kalyāṇāsayā kalyāṇacaritā kalyāṇādhimuttikā apparajakkhā tikkhindriyā, ime te sattā svākārā.
vb16:383.1 #
กตเม เต สตฺตา ทูวิญฺญาปยา✎ ร่าง
Katame te sattā duviññāpayā?
อ้างอิงฉัฏฐสังคายนา 114.391
vb16:383.2 #
เย จ เต สตฺตา ทฺวาการา เตว เต สตฺตา ทูวิญฺญาปยา✎ ร่าง
Ye ca te sattā dvākārā, teva te sattā duviññāpayā.
vb16:383.3 #
เย จ เต สตฺตา สฺวาการา เตว เต สตฺตา สุวิญฺญาปยา ฯ✎ ร่าง
Ye ca te sattā svākārā, teva te sattā suviññāpayā.
vb16:384.1 #
กตเม เต สตฺตา อภพฺพา✎ ร่าง
Katame te sattā abhabbā?
อ้างอิงพุทธชยันตี 43.188
vb16:384.2 #
เย เต สตฺตา กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา อสฺสทฺธา อจฺฉนฺทิกา ทุปฺปญฺญา อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ อิเม เต สตฺตา อภพฺพา ฯ✎ ร่าง
Ye te sattā kammāvaraṇena samannāgatā kilesāvaraṇena samannāgatā vipākāvaraṇena samannāgatā assaddhā acchandikā duppaññā abhabbā niyāmaṁ okkamituṁ kusalesu dhammesu sammattaṁ, ime te sattā abhabbā.
vb16:385.1 #
กตเม เต สตฺตา ภพฺพา✎ ร่าง
Katame te sattā bhabbā?
อ้างอิงPTS 342
vb16:385.2 #
เย เต สตฺตา น กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา น กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา น วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา สทฺธา ฉนฺทิกา ปญฺญวนฺโต ภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ อิเม เต สตฺตา ภพฺพาติ✎ ร่าง
Ye te sattā na kammāvaraṇena samannāgatā na kilesāvaraṇena samannāgatā na vipākāvaraṇena samannāgatā saddhā chandikā paññavanto bhabbā niyāmaṁ okkamituṁ kusalesu dhammesu sammattaṁ, ime te sattā bhabbāti.
vb16:385.3 #
ยา ตตฺถ ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ✎ ร่าง
Yā tattha paññā pajānanā …pe… amoho dhammavicayo sammādiṭṭhi—
vb16:385.4 #
อิทํ ตถาคตสฺส ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ ฯ✎ ร่าง
idaṁ tathāgatassa parasattānaṁ parapuggalānaṁ indriyaparopariyattaṁ yathābhūtaṁ ñāṇaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๓๕ — อภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน