‹ กลับ
เรื่องพระเสยยสกะ
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 301 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๑๓๗๙ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๓๐๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระเสยยสกะ ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ เพราะความกระสันนั้น เธอจึงซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกาย สะพรั่งด้วยเอ็น ท่านพระอุทายีได้เห็นท่านพระเสยยสกะ ซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกายสะพรั่งด้วยเอ็น ครั้นแล้วจึงได้ถามว่า อาวุโส เสยยสกะ เพราะเหตุไร คุณจึงซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกายสะพรั่งด้วยเอ็น คุณจะ ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์กระมังหนอ? ท่านพระเสยยสกะรับสารภาพว่า จริงอย่างนั้น ขอรับ ท่านพระอุทายีแนะนำว่า ดูกรคุณเสยยสกะ ถ้าอย่างนั้น คุณจงฉันอาหารให้พอแก่ความ ต้องการ จำวัดให้พอแก่ความต้องการ สรงน้ำให้พอแก่ความต้องการ ครั้นฉันอาหาร จำวัด สรงน้ำ พอแก่ความต้องการแล้ว เมื่อใดความกระสันบังเกิดแก่คุณ ราคะรบกวนจิตคุณ เมื่อนั้นคุณจง ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิ เส. ทำเช่นนั้น ควรหรือ ขอรับ? อุ. ควรซิ คุณ แม้ผมก็ทำเช่นนั้น ต่อมา ท่านพระเสยยสกะฉันอาหารพอแก่ความต้องการ จำวัดพอแก่ความต้องการ สรงน้ำพอแก่ความต้องการ ครั้นฉันอาหาร จำวัด สรงน้ำพอแก่ความต้องการแล้ว เมื่อใดความ กระสันบังเกิด ราคะรบกวนจิต เมื่อนั้นก็ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิ สมัยต่อมา ท่านพระเสยยสกะ ได้เป็นผู้มีผิวพรรณ มีอินทรีย์อิ่มเอิบ มีสีหน้าสดใส มีฉวีวรรณผุดผ่อง จึงพวกภิกษุสหาย ของท่านพระเสยยสกะถามท่านพระเสยยสกะว่า อาวุโส เสยยสกะ เมื่อก่อนคุณซูบผอม เศร้า หมองมีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกายสะพรั่งด้วยเอ็น เดี๋ยวนี้คุณมีผิวพรรณมีอินทรีย์ อิ่มเอิบ มีสีหน้าสดใส มีฉวีวรรณผุดผ่อง คุณทำยาอะไรฉันหรือ? เส. ผมไม่ได้ทำยาฉัน แต่ผมฉันอาหารพอแก่ความต้องการ จำวัดพอแก่ความต้องการ สรงน้ำพอแก่ความต้องการ ครั้นฉันอาหาร สรงน้ำ จำวัดพอแก่ความต้องการแล้ว เมื่อใดความ กระสันบังเกิดแก่ผม ราคะรบกวนจิตผม เมื่อนั้นผมก็ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิ ภิ. อาวุโส เสยยสกะ คุณพยายามปล่อยอสุจิ ด้วยมือซึ่งเป็นเครื่องฉันอาหารที่เขา ถวายด้วยศรัทธาเทียวหรือ? เส. เป็นอย่างนั้น ขอรับ บรรดาภิกษุที่มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนท่านพระเสยยสกะจึงได้ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิเล่า ภิกษุ เหล่านั้น พากันติเตียนท่านพระเสยยสกะโดยอเนกปริยาย แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาค ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระเสยยสกะว่า ดูกรเสยยสกะ ข่าวว่า เธอใช้มือ พยายามปล่อยอสุจิ จริงหรือ? ท่านพระเสยยสกะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนเธอจึงได้ใช้มือพยายามปล่อย อสุจิเล่า ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อคลายความกำหนัด ไม่ใช่ เพื่อมีความกำหนัด เพื่อความพราก ไม่ใช่เพื่อความประกอบ เพื่อความไม่ถือมั่น ไม่ใช่เพื่อมี ความถือมั่น มิใช่หรือ เมื่อธรรมชื่อนั้น อันเราแสดงแล้ว เพื่อคลายความกำหนัด เธอยังจักคิด เพื่อมีความกำหนัด เราแสดงเพื่อความพราก เธอยังจักคิดเพื่อความประกอบ เราแสดงเพื่อความ ไม่ถือมั่น เธอจักคิดเพื่อมีความถือมั่น ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อเป็นที่สำรอกแห่งราคะ เพื่อ เป็นที่สร่างแห่งความเมา เพื่อเป็นที่บรรเทาความระหาย เพื่อเพิกถอนอาลัย เพื่อเข้าไปตัดวัฏฏะ เพื่อสิ้นแห่งตัณหา เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับทุกข์ เพื่อความไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด มิใช่หรือ? ดูกรโมฆบุรุษ การละกาม การกำหนดรู้ความหมายในกาม การกำจัดความระหายในกาม การเพิกถอนความตรึกอันเกี่ยวด้วยกาม การระงับความกลัดกลุ้มเพราะกาม เราบอกไว้แล้วโดย อเนกปริยาย มิใช่หรือ? ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั้น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่ เลื่อมใสแล้ว ครั้นผู้มีพระภาค ทรงติเตียนท่านพระเสยยสกะโดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่ง ความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภ ความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคล ผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิด ในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อ ความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตาม พระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๕. ๑. ปล่อยสุกกะเป็นไปด้วยความจงใจ เป็นสังฆาทิเสส ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลายด้วยอาการฉะนี้.
เทียบรายประโยค (44 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 44
ss1:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา เสยฺยสโก อนภิรโต พฺรหฺมจริยํ จรติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā seyyasako anabhirato brahmacariyaṁ carati.
ครั้งนั้น ท่านพระเสยยสกะ ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.3 #
โส เตน กิโส โหติ ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต ฯ✎ ร่าง
So tena kiso hoti lūkho dubbaṇṇo uppaṇḍuppaṇḍukajāto dhamanisanthatagatto.
เพราะความกระสันนั้น เธอจึงซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกาย สะพรั่งด้วยเอ็น🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.4 #
อทฺทสา โข อายสฺมา อุทายิ อายสฺมนฺตํ เสยฺยสกํ กิสํ ลูขํ ทุพฺพณฺณํ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาตํ ธมนิสนฺถตคตฺตํ ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ เสยฺยสกํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Addasa kho āyasmā udāyī āyasmantaṁ seyyasakaṁ kisaṁ lūkhaṁ dubbaṇṇaṁ uppaṇḍuppaṇḍukajātaṁ dhamanisanthatagattaṁ. Disvāna āyasmantaṁ seyyasakaṁ etadavoca—
ท่านพระอุทายีได้เห็นท่านพระเสยยสกะ ซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกายสะพรั่งด้วยเอ็น ครั้นแล้วจึงได้ถามว่า🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.5 #
กิสฺส ตฺวํ อาวุโส เสยฺยสก กิโส ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต✎ ร่าง
“kissa tvaṁ, āvuso seyyasaka, kiso lūkho dubbaṇṇo uppaṇḍuppaṇḍukajāto dhamanisanthatagatto?
อาวุโส เสยยสกะ เพราะเหตุไร คุณจึงซูบผอม เศร้าหมอง มีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกายสะพรั่งด้วยเอ็น🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.6 #
กจฺจิ โน ตฺวํ อาวุโส เสยฺยสก อนภิรโต พฺรหฺมจริยํ จรสีติ ฯ✎ ร่าง
Kacci no tvaṁ, āvuso seyyasaka, anabhirato brahmacariyaṁ carasī”ti?
คุณจะ ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์กระมังหนอ?🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.7 #
เอวมาวุโสติ ฯ✎ ร่าง
“Evamāvuso”ti.
ท่านพระเสยยสกะรับสารภาพว่า จริงอย่างนั้น ขอรับ🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.8 #
เตนหิ ตฺวํ อาวุโส เสยฺยสก ยาวทตฺถํ ภุญฺช ยาวทตฺถํ สุป ยาวทตฺถํ นหาย✎ ร่าง
“Tena hi tvaṁ, āvuso seyyasaka, yāvadatthaṁ bhuñja yāvadatthaṁ supa yāvadatthaṁ nhāya.
ท่านพระอุทายีแนะนำว่า ดูกรคุณเสยยสกะ ถ้าอย่างนั้น คุณจงฉันอาหารให้พอแก่ความ ต้องการ จำวัดให้พอแก่ความต้องการ สรงน้ำให้พอแก่ความต้องการ🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.9 #
ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา ยาวทตฺถํ สุปิตฺวา ยาวทตฺถํ นหายิตฺวา ยทา เต อนภิรติ อุปฺปชฺชติ ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ ตทา หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจหีติ ฯ✎ ร่าง
Yāvadatthaṁ bhuñjitvā yāvadatthaṁ supitvā yāvadatthaṁ nhāyitvā yadā te anabhirati uppajjati rāgo cittaṁ anuddhaṁseti tadā hatthena upakkamitvā asuciṁ mocehī”ti.
ครั้นฉันอาหาร จำวัด สรงน้ำ พอแก่ความต้องการแล้ว เมื่อใดความกระสันบังเกิดแก่คุณ ราคะรบกวนจิตคุณ เมื่อนั้นคุณจง ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิ🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.10 #
กินฺนุ โข อาวุโส กปฺปติ เอวรูปํ กาตุนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Kiṁ nu kho, āvuso, kappati evarūpaṁ kātun”ti?
เส. ทำเช่นนั้น ควรหรือ ขอรับ?🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.11 #
อามาวุโส อหํปิ เอวรูปํ ๑- กโรมีติ ฯ✎ ร่าง
“Āma, āvuso. Ahampi evaṁ karomī”ti.
อุ. ควรซิ คุณ แม้ผมก็ทำเช่นนั้น🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.12 #
อถโข อายสฺมา เสยฺยสโก ยาวทตฺถํ ภุญฺชิ ยาวทตฺถํ สุปิ ยาวทตฺถํ นหายิ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā seyyasako yāvadatthaṁ bhuñji yāvadatthaṁ supi yāvadatthaṁ nhāyi.
ต่อมา ท่านพระเสยยสกะฉันอาหารพอแก่ความต้องการ จำวัดพอแก่ความต้องการ สรงน้ำพอแก่ความต้องการ🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.111 · สยามรัฐ 1.222 · ฉัฏฐสังคายนา 87.148 · พุทธชยันตี 1.258
ss1:1.1.13 #
ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา ยาวทตฺถํ สุปิตฺวา ยาวทตฺถํ นหายิตฺวา ยทา อนภิรติ อุปฺปชฺชติ ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ ตทา หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. เอวํ ฯ โมเจติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Yāvadatthaṁ bhuñjitvā yāvadatthaṁ supitvā yāvadatthaṁ nhāyitvā yadā anabhirati uppajjati rāgo cittaṁ anuddhaṁseti tadā hatthena upakkamitvā asuciṁ mocesi.
ครั้นฉันอาหาร จำวัด สรงน้ำพอแก่ความต้องการแล้ว เมื่อใดความ กระสันบังเกิด ราคะรบกวนจิต เมื่อนั้นก็ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิ🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.14 #
อถโข อายสฺมา เสยฺยสโก อปเรน สมเยน วณฺณวา อโหสิ ปีนินฺทฺริโย ปสนฺนมุขวณฺโณ วิปฺปสนฺนจฺฉวิวณฺโณ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā seyyasako aparena samayena vaṇṇavā ahosi pīṇindriyo pasannamukhavaṇṇo vippasannachavivaṇṇo.
สมัยต่อมา ท่านพระเสยยสกะ ได้เป็นผู้มีผิวพรรณ มีอินทรีย์อิ่มเอิบ มีสีหน้าสดใส มีฉวีวรรณผุดผ่อง🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.15 #
อถโข อายสฺมโต เสยฺยสกสฺส สหายกา ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ เสยฺยสกํ เอตทโวจุํ✎ ร่าง
Atha kho āyasmato seyyasakassa sahāyakā bhikkhū āyasmantaṁ seyyasakaṁ etadavocuṁ—
จึงพวกภิกษุสหาย ของท่านพระเสยยสกะถามท่านพระเสยยสกะว่า🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.16 #
ปุพฺเพ โข ตฺวํ อาวุโส เสยฺยสก กิโส อโหสิ ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต✎ ร่าง
“pubbe kho tvaṁ, āvuso seyyasaka, kiso ahosi lūkho dubbaṇṇo uppaṇḍuppaṇḍukajāto dhamanisanthatagatto.
อาวุโส เสยยสกะ เมื่อก่อนคุณซูบผอม เศร้า หมองมีผิวพรรณคล้ำ มีผิวเหลืองขึ้นๆ มีร่างกายสะพรั่งด้วยเอ็น🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.17 #
โสทานิ ตฺวํ เอตรหิ วณฺณวา ปีนินฺทฺริโย ปสนฺนมุขวณฺโณ วิปฺปสนฺนจฺฉวิวณฺโณ✎ ร่าง
So dāni tvaṁ etarahi vaṇṇavā pīṇindriyo pasannamukhavaṇṇo vippasannachavivaṇṇo.
เดี๋ยวนี้คุณมีผิวพรรณมีอินทรีย์ อิ่มเอิบ มีสีหน้าสดใส มีฉวีวรรณผุดผ่อง🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.18 #
กินฺนุ โข ตฺวํ อาวุโส เสยฺยสก เภสชฺชํ กโรสีติ ฯ✎ ร่าง
Kiṁ nu kho tvaṁ, āvuso seyyasaka, bhesajjaṁ karosī”ti?
คุณทำยาอะไรฉันหรือ?🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.19 #
น โข อหํ อาวุโส เภสชฺชํ กโรมิ✎ ร่าง
“Na kho ahaṁ, āvuso, bhesajjaṁ karomi.
เส. ผมไม่ได้ทำยาฉัน🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.20 #
อปิจาหํ ยาวทตฺถํ ภุญฺชามิ ยาวทตฺถํ สุปามิ ยาวทตฺถํ นหายามิ✎ ร่าง
Api cāhaṁ yāvadatthaṁ bhuñjāmi yāvadatthaṁ supāmi yāvadatthaṁ nhāyāmi.
แต่ผมฉันอาหารพอแก่ความต้องการ จำวัดพอแก่ความต้องการ สรงน้ำพอแก่ความต้องการ🤖 AI จับคู่
ss1:1.1.21 #
ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา ยาวทตฺถํ สุปิตฺวา ยาวทตฺถํ นหายิตฺวา ยทา เม อนภิรติ อุปฺปชฺชติ ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ ตทา หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจมีติ ฯ✎ ร่าง
Yāvadatthaṁ bhuñjitvā yāvadatthaṁ supitvā yāvadatthaṁ nhāyitvā yadā me anabhirati uppajjati rāgo cittaṁ anuddhaṁseti tadā hatthena upakkamitvā asuciṁ mocemī”ti.
ครั้นฉันอาหาร สรงน้ำ จำวัดพอแก่ความต้องการแล้ว เมื่อใดความ กระสันบังเกิดแก่ผม ราคะรบกวนจิตผม เมื่อนั้นผมก็ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิ🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.1 #
กึ ปน ตฺวํ อาวุโส เสยฺยสก เยเนว หตฺเถน สทฺธาเทยฺยํ ภุญฺชสิ เตเนว หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจสีติ ฯ✎ ร่าง
“Kiṁ pana tvaṁ, āvuso seyyasaka, yeneva hatthena saddhādeyyaṁ bhuñjasi teneva hatthena upakkamitvā asuciṁ mocesī”ti?
ภิ. อาวุโส เสยยสกะ คุณพยายามปล่อยอสุจิ ด้วยมือซึ่งเป็นเครื่องฉันอาหารที่เขา ถวายด้วยศรัทธาเทียวหรือ?🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.2 #
เอวมาวุโสติ ฯ✎ ร่าง
“Evamāvuso”ti.
เส. เป็นอย่างนั้น ขอรับ🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.3 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
บรรดาภิกษุที่มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็ เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.4 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา เสยฺยสโก หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā seyyasako hatthena upakkamitvā asuciṁ mocessatī”ti.
ไฉนท่านพระเสยยสกะจึงได้ใช้มือพยายามปล่อยอสุจิเล่า🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.5 #
อถโข เต ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ เสยฺยสกํ อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ seyyasakaṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ.
ภิกษุ เหล่านั้น พากันติเตียนท่านพระเสยยสกะโดยอเนกปริยาย แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาค🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.112 · สยามรัฐ 1.223 · ฉัฏฐสังคายนา 87.149 · พุทธชยันตี 1.260
ss1:1.2.6 #
อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อายสฺมนฺตํ เสยฺยสกํ ปฏิปุจฺฉิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe bhikkhusaṅghaṁ sannipātāpetvā āyasmantaṁ seyyasakaṁ paṭipucchi—
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระเสยยสกะว่า🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.7 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ เสยฺยสก หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจสีติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, seyyasaka, hatthena upakkamitvā asuciṁ mocesī”ti?
ดูกรเสยยสกะ ข่าวว่า เธอใช้มือ พยายามปล่อยอสุจิ จริงหรือ?🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.8 #
สจฺจํ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. โมเจสิ ฯ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
ท่านพระเสยยสกะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.9 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā—
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.10 #
อนนุจฺฉวิกํ โมฆปุริส อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ✎ ร่าง
“ananucchavikaṁ, moghapurisa, ananulomikaṁ appatirūpaṁ assāmaṇakaṁ akappiyaṁ akaraṇīyaṁ.
ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.11 #
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจสฺสสิ✎ ร่าง
Kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, hatthena upakkamitvā asuciṁ mocessasi.
ไฉนเธอจึงได้ใช้มือพยายามปล่อย อสุจิเล่า🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.12 #
นนุ มยา โมฆปุริส อเนกปริยาเยน วิราคาย ธมฺโม เทสิโต โน สราคาย✎ ร่าง
Nanu mayā, moghapurisa, anekapariyāyena virāgāya dhammo desito no sarāgāya,
ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อคลายความกำหนัด ไม่ใช่ เพื่อมีความกำหนัด🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.13 #
วิสํโยคาย ธมฺโม เทสิโต โน สํโยคาย✎ ร่าง
visaññogāya dhammo desito no saññogāya,
เพื่อความพราก ไม่ใช่เพื่อความประกอบ🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.14 #
อนุปาทานาย ธมฺโม เทสิโต โน สอุปาทานาย✎ ร่าง
anupādānāya dhammo desito no saupādānāya.
เพื่อความไม่ถือมั่น ไม่ใช่เพื่อมี ความถือมั่น มิใช่หรือ🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.15 #
ตตฺถ นาม ตฺวํ โมฆปุริส มยา วิราคาย ธมฺเม เทสิเต สราคาย เจเตสฺสสิ วิสํโยคาย ธมฺเม เทสิเต สํโยคาย เจเตสฺสสิ อนุปาทานาย ธมฺเม เทสิเต สอุปาทานาย เจเตสฺสสิ✎ ร่าง
Tattha nāma tvaṁ, moghapurisa, mayā virāgāya dhamme desite sarāgāya cetessasi, visaññogāya dhamme desite saññogāya cetessasi, anupādānāya dhamme desite saupādānāya cetessasi.
เมื่อธรรมชื่อนั้น อันเราแสดงแล้ว เพื่อคลายความกำหนัด เธอยังจักคิด เพื่อมีความกำหนัด เราแสดงเพื่อความพราก เธอยังจักคิดเพื่อความประกอบ เราแสดงเพื่อความ ไม่ถือมั่น เธอจักคิดเพื่อมีความถือมั่น🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.16 #
นนุ มยา โมฆปุริส อเนกปริยาเยน ราควิราคาย ธมฺโม เทสิโต มทนิมฺมทนาย ปิปาสวินยาย อาลยสมุคฺฆาตาย วฏฺฏูปจฺเฉทาย ตณฺหกฺขยาย วิราคาย นิโรธาย นิพฺพานาย ธมฺโม เทสิโต✎ ร่าง
Nanu mayā, moghapurisa, anekapariyāyena rāgavirāgāya dhammo desito, madanimmadanāya pipāsavinayāya ālayasamugghātāya vaṭṭupacchedāya taṇhākkhayāya virāgāya nirodhāya nibbānāya dhammo desito?
ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อเป็นที่สำรอกแห่งราคะ เพื่อ เป็นที่สร่างแห่งความเมา เพื่อเป็นที่บรรเทาความระหาย เพื่อเพิกถอนอาลัย เพื่อเข้าไปตัดวัฏฏะ เพื่อสิ้นแห่งตัณหา เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับทุกข์ เพื่อความไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด มิใช่หรือ?🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.17 #
นนุ มยา โมฆปุริส อเนกปริยาเยน กามานํ ปหานํ อกฺขาตํ กามสญฺญานํ ปริญฺญา อกฺขาตา กามปิปาสานํ ปฏิวินโย อกฺขาโต กามวิตกฺกานํ สมุคฺฆาโต อกฺขาโต กามปริฬาหานํ วูปสโม อกฺขาโต✎ ร่าง
Nanu mayā, moghapurisa, anekapariyāyena kāmānaṁ pahānaṁ akkhātaṁ, kāmasaññānaṁ pariññā akkhātā, kāmapipāsānaṁ paṭivinayo akkhāto, kāmavitakkānaṁ samugghāto akkhāto, kāmapariḷāhānaṁ vūpasamo akkhāto?
ดูกรโมฆบุรุษ การละกาม การกำหนดรู้ความหมายในกาม การกำจัดความระหายในกาม การเพิกถอนความตรึกอันเกี่ยวด้วยกาม การระงับความกลัดกลุ้มเพราะกาม เราบอกไว้แล้วโดย อเนกปริยาย มิใช่หรือ?🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.18 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya, pasannānaṁ vā bhiyyobhāvāya.
ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั้น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.19 #
อถเขฺวตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานญฺเจว อปฺปสาทาย ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายาติ ฯ✎ ร่าง
Atha khvetaṁ, moghapurisa, appasannānañceva appasādāya, pasannānañca ekaccānaṁ aññathattāyā”ti.
โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่ เลื่อมใสแล้ว🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.20 #
อถโข ภควา อายสฺมนฺตํ เสยฺยสกํ อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ทุพฺภรตาย ทุปฺโปสตาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā āyasmantaṁ seyyasakaṁ anekapariyāyena vigarahitvā dubbharatāya …pe…
ครั้นผู้มีพระภาค ทรงติเตียนท่านพระเสยยสกะโดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่ง ความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภ ความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคล ผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิด ในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อ ความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตาม พระวินัย ๑🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.21 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๕. ๑.🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.22.1 #
สญฺเจตนิกา สุกฺกวิสฏฺฐิ สงฺฆาทิเสโสติ ฯ✎ ร่าง
“Sañcetanikā sukkavissaṭṭhi saṅghādiseso”ti.
ปล่อยสุกกะเป็นไปด้วยความจงใจ เป็นสังฆาทิเสส🤖 AI จับคู่
ss1:1.2.23 #
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Evañcidaṁ bhagavatā bhikkhūnaṁ sikkhāpadaṁ paññattaṁ hoti.
ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลายด้วยอาการฉะนี้.🤖 AI จับคู่
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน