‹ กลับ
เรื่องพระอุทายี
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 423 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๔๕๖๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๒๓] ต่อมา สาวน้อยนั้นส่งทูตไปในสำนักมารดาว่า ดิฉันตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้รับ ความสุข พวกสาวกของอาชีวกได้เลี้ยงดูดิฉันอย่างสะใภ้ชั่วเดือนเดียวเท่านั้น ต่อแต่นั้นมาก็ เลี้ยงดูอย่างทาสี ขอให้คุณแม่ดิฉันมารับดิฉันไป พอทราบข่าว สตรีหม้ายนั้นจึงเข้าไปหาพวกสาวกของอาชีวก ครั้นแล้วได้กล่าวดังนี้ว่า ท่านทั้งหลายโปรดอย่าเลี้ยงดูสาวน้อยนี้อย่างทาสี โปรดเลี้ยงดูอย่างสะใภ้เถิดเจ้าค่ะ สาวกของอาชีวกเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า พวกเราไม่ได้รับรอง และตกลงไว้กับท่าน พวกเรารับรอง และตกลงไว้กับสมณะต่างหาก ท่านจงไป เราไม่รู้จักท่าน ครั้นสตรีหม้ายนั้นถูกพวกสาวกของอาชีวกเหล่านั้นรุกรานแล้ว ได้กลับมายังพระนคร สาวัตถีตามเดิม แม้ครั้งที่สอง สาวน้อยนั้นก็ได้ส่งทูตไปในสำนักมารดาว่า ดิฉันตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้ รับความสุข พวกสาวกของอาชีวกได้เลี้ยงดูดิฉันอย่างสะใภ้ชั่วเดือนเดียวเท่านั้น ต่อแต่นั้นมา ก็เลี้ยงดูอย่างทาสี ขอให้คุณแม่ดิฉันมารับดิฉันไป จึงสตรีหม้ายนั้นเข้าไปหาท่านพระอุทายี ครั้นแล้วได้เรียนท่านพระอุทายีว่า ข้าแต่พระ- *คุณเจ้า ข่าวว่า ลูกสาวของดิฉัน ตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้รับความสุข พวกสาวกของอาชีวกได้ เลี้ยงดูนางอย่างสะใภ้ชั่วเดือนเดียวเท่านั้น ต่อแต่นั้นมาก็เลี้ยงดูอย่างทาสี พระคุณเจ้าควรพูดขอร้อง ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายโปรดอย่าได้เลี้ยงดูสาวน้อยนี้อย่างทาสี โปรดเลี้ยงดู อย่างสะใภ้เถิด ดั่งนั้น ท่านพระอุทายีจึงเข้าไปหาสาวกของอาชีวกเหล่านั้น ครั้นแล้วได้กล่าวดังนี้ว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายโปรดอย่าได้เลี้ยงดูสาวน้อยนี้อย่างทาสี โปรดเลี้ยงดูอย่าง สะใภ้เถิด พวกสาวกของอาชีวกเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า เราไม่ได้รับรอง และตกลงไว้กับท่าน เรารับรองและตกลงไว้กับหญิงหม้ายต่างหาก สมณะต้องเป็นผู้ไม่ขวนขวาย สมณะต้องเป็นสมณะ ที่ดี เชิญท่านไปเถิด เราไม่รู้จักท่าน ครั้นท่านพระอุทายีถูกพวกสาวกของอาชีวกเหล่านั้นรุกรานแล้ว ได้กลับมายังพระนคร สาวัตถีตามเดิม แม้ครั้งที่สาม สาวน้อยนั้นก็ได้ส่งทูตไปในสำนักมารดาว่า ดิฉันตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้ รับความสุข พวกสาวกของอาชีวกได้เลี้ยงดูดิฉันอย่างสะใภ้ชั่วเดือนเดียวเท่านั้น ต่อแต่นั้นมาก็ เลี้ยงดูอย่างทาสี ขอให้คุณแม่ดิฉันมารับดิฉันไป แม้สตรีหม้ายนั้น ก็ได้เข้าไปหาท่านพระอุทายีเป็นครั้งที่สอง แล้วได้เรียนท่านพระอุทายี ดังนี้ว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ข่าวว่า ลูกสาวของดิฉันตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้รับความสุข พวกสาวก ของอาชีวกได้เลี้ยงดูนางอย่างสะใภ้ชั่วเดือนเดียวเท่านั้น ต่อแต่นั้นมาก็เลี้ยงดูอย่างทาสี พระคุณ- *เจ้าควรพูดขอร้องว่า ดูกรท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายโปรดอย่าได้เลี้ยงดูสาวน้อยนี้อย่างทาสี โปรดเลี้ยงดูอย่างสะใภ้เถิด ท่านพระอุทายีกล่าวว่า ฉันถูกพวกสาวกของอาชีวกเหล่านั้นรุกรานมาครั้งหนึ่งแล้ว เชิญ เธอไปเถิด ฉันไม่ไปละ ฯ
เทียบรายประโยค (16 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 5
ss5:1.1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวันอารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.135 · สยามรัฐ 1.296
ss5:1.1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุทายิ สาวตฺถิยํ กุลูปโก โหติ พหุกานิ กุลานิ อุปสงฺกมติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā udāyī sāvatthiyaṁ kulūpako hoti. Bahukāni kulāni upasaṅkamati.
ครั้งนั้นแล ท่านพระอุทายีเป็นพระกุลุปกะในพระนครสาวัตถี เข้าไปสู่สกุลเป็นอันมาก🤖 AI จับคู่
ss5:1.1.3 #
ยตฺถ ปสฺสติ กุมารกํ วา อปชาปติกํ กุมาริกํ วา อปติกํ กุมารกสฺส มาตาปิตูนํ สนฺติเก กุมาริกาย วณฺณํ ภณติ✎ ร่าง
Yattha passati kumārakaṁ vā apajāpatikaṁ, kumārikaṁ vā apatikaṁ, kumārakassa mātāpitūnaṁ santike kumārikāya vaṇṇaṁ bhaṇati—
ที่ตนเห็นว่ามีเด็กชายหนุ่มน้อยยังไม่มีภรรยาหรือเด็กหญิงสาวน้อยยังไม่มีสามี ย่อมพรรณนาคุณสมบัติของเด็กหญิงสาวน้อยในสำนักมารดาบิดาของเด็กชายหนุ่มน้อย🤖 AI จับคู่
ss5:1.1.4 #
อมุกสฺส กุลสฺส กุมาริกา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวินี ทกฺขา อนลสา✎ ร่าง
“amukassa kulassa kumārikā abhirūpā dassanīyā pāsādikā paṇḍitā byattā medhāvinī dakkhā analasā.
เด็กหญิงสาวน้อยของสกุลโน้น มีรูปงาม น่าดู น่าชม คมคาย มีแววฉลาด มีไหวพริบดี ขยัน ไม่เกียจคร้าน เด็กหญิงสาวน้อยนั้นสมควรแก่เด็กชายหนุ่มน้อยนี้🤖 AI จับคู่
ss5:1.1.5 #
ฉนฺนา สา กุมาริกา อิมสฺส กุมารกสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Channā sā kumārikā imassa kumārakassā”ti.
เด็กหญิงสาวน้อยนั้นสมควรแก่เด็กชายหนุ่มน้อยนี้🤖 AI จับคู่
ss5:1.1.6 #
เต เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Te evaṁ vadanti—
ss5:1.1.7 #
เอเต โข ภนฺเต อเมฺห น ชานนฺติ เก วา อิเม กสฺส วาติ✎ ร่าง
“ete kho, bhante, amhe na jānanti—‘ke vā ime kassa vā’ti.
ss5:1.1.8 #
สเจ ภนฺเต อยฺโย ทาเปยฺย อาเนยฺยาม ๒- มยํ ตํ กุมาริกํ อิมสฺส กุมารกสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Sace, bhante, ayyo dāpeyya āneyyāma mayaṁ taṁ kumārikaṁ imassa kumārakassā”ti.
ss5:1.1.9 #
กุมาริกาย มาตาปิตูนํ สนฺติเก กุมารกสฺส วณฺณํ ภณติ✎ ร่าง
Kumārikāya mātāpitūnaṁ santike kumārakassa vaṇṇaṁ bhaṇati—
ss5:1.1.10 #
อมุกสฺส กุลสฺส กุมารโก อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี ทกฺโข อนลโส✎ ร่าง
“amukassa kulassa kumārako abhirūpo dassanīyo pāsādiko paṇḍito byatto medhāvī dakkho analaso.
ss5:1.1.11 #
ฉนฺโน โส กุมารโก อิมิสฺสา กุมาริกายาติ ๓- ฯ✎ ร่าง
Channāyaṁ kumārikā tassa kumārakassā”ti.
ss5:1.1.12 #
เต เอวํ วเทนฺติ✎ ร่าง
Te evaṁ vadanti—
ss5:1.1.13 #
เอเต โข ภนฺเต อเมฺห น ชานนฺติ เก วา อิเม กสฺส วาติ✎ ร่าง
“ete kho, bhante, amhe na jānanti—‘ke vā ime kassa vā’ti,
ss5:1.1.14 #
กสฺมึ วิย กุมาริกาย วตฺถุํ✎ ร่าง
kismiṁ viya kumārikāya vattuṁ.
ss5:1.1.15 #
สเจ ภนฺเต อยฺโย ยาจาเปยฺย ทชฺเชยฺยาม มยํ อิมํ กุมาริกํ ตสฺส กุมารกสฺสาติ ฯ✎ ร่าง
Sace, bhante, ayyo yācāpeyya dajjeyyāma mayaṁ imaṁ kumārikaṁ tassa kumārakassā”ti.
ss5:1.1.16 #
เอเตเนว อุปาเยน อาวาหานิปิ @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. วทนฺติ ฯ ๒ ยุ. ม. อาเนม ฯ ๓ ยุ. ม. ฉนฺนายํ@กุมาริกา ตสฺส กุมารกสฺสาติ ฯ การาเปติ วิวาหานิปิ การาเปติ วาเรยฺยานิปิ วตฺตาเปติ ฯ✎ ร่าง
Eteneva upāyena āvāhānipi kārāpeti, vivāhānipi kārāpeti, vāreyyānipi kārāpeti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน