‹ กลับ
เรื่องพระอุทายี
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 425 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๔๕๖๘ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๔๒๕] ภิกษุทั้งหลายได้ยินสตรีบางพวกกล่าวแช่งชักอยู่ บางพวก อำนวยพรอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขาบท ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า ไฉนท่านพระอุทายี จึงได้ถึงความเป็นผู้ชักสื่อเล่า แล้วกราบทูลเนื้อความ นั้นแด่พระผู้มีพระภาค ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุทายีว่า ดูกรอุทายี ข่าวว่า เธอถึงความเป็น ผู้ชักสื่อจริงหรือ ท่านพระอุทายีทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพระพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนเธอจึงได้ถึงความเป็นผู้ชักสื่อเล่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้การกระทำของเธอนั่น เป็น ไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนพวกที่เลื่อม- *ใสแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุทายี โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักยาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความ คลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่เหมาะสม การ ปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อ ข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิด ในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่า ดังนี้:- ๙. ๕. อนึ่ง ภิกษุใด ถึงความเป็นผู้ชักสื่อ บอกความประสงค์ของบุรุษแก่สตรี ก็ดี บอกความประสงค์ของสตรีแก่บุรุษก็ดี ในความเป็นเมียก็ตาม ในความเป็นชู้ ก็ตาม เป็นสังฆาทิเสส ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลายด้วยประการ ฉะนี้
เทียบรายประโยค (49 ประโยค) คำแปลไทย: 🤖 5
ss5:1.3.4 #
อถโข สา กุมาริกา มาตุยา สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ✎ ร่าง
Atha kho sā kumārikā mātuyā santike dūtaṁ pāhesi—
ต่อมา สาวน้อยนั้นส่งทูตไปในสำนักมารดาว่า ดิฉันตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้รับความสุข🤖 AI จับคู่
ss5:1.3.5 #
อหํ หิ ทุคฺคตา ทุกฺขิตา น สุขํ ลภามิ✎ ร่าง
“ahañhi duggatā dukkhitā, na sukhaṁ labhāmi.
ดิฉันตกทุกข์ได้ยาก ไม่ได้รับความสุข🤖 AI จับคู่
ss5:1.3.6 #
มาสํเยว มํ สุณิสาโภเคน ภุญฺชึสุ✎ ร่าง
Māsaṁyeva maṁ suṇisabhogena bhuñjiṁsu.
พวกสาวกของอาชีวกได้เลี้ยงดูดิฉันอย่างสะใภ้ชั่วเดือนเดียวเท่านั้น🤖 AI จับคู่
ss5:1.3.7 #
ตโต อปเรน ทาสีโภเคน ภุญฺชนฺติ✎ ร่าง
Tato aparena dāsibhogena bhuñjanti.
ต่อแต่นั้นมาก็เลี้ยงดูอย่างทาสี🤖 AI จับคู่
ss5:1.3.8 #
อาคจฺฉตุ เม มาตา มํ ๑- เนสฺสตูติ ฯ✎ ร่าง
Āgacchatu me, mātā, maṁ nessatū”ti.
ขอให้คุณแม่ดิฉันมารับดิฉันไป🤖 AI จับคู่
ss5:1.3.9 #
อถโข สา คณกี เยน เต อาชีวกสาวกา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต อาชีวกสาวเก เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho sā gaṇakī yena te ājīvakasāvakā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā te ājīvakasāvake etadavoca—
ss5:1.3.10 #
มา อยฺยา อิมํ กุมาริกํ ทาสีโภเคน ภุญฺชิตฺถ✎ ร่าง
“māyyo, imaṁ kumārikaṁ dāsibhogena bhuñjittha.
ss5:1.3.11 #
สุณิสาโภเคน อิมํ กุมาริกํ ภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
Suṇisabhogena imaṁ kumārikaṁ bhuñjathā”ti.
ss5:1.3.12 #
เต เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Te evamāhaṁsu—
ss5:1.3.13 #
นตฺถมฺหากํ ตยา สทฺธึ อาหารูปหาโร สมเณน สทฺธึ อมฺหากํ อาหารูปหาโร✎ ร่าง
“natthamhākaṁ tayā saddhiṁ āhārūpahāro, samaṇena saddhiṁ amhākaṁ āhārūpahāro,
ss5:1.3.14 #
คจฺฉ ตฺวํ✎ ร่าง
gaccha tvaṁ,
ss5:1.3.15 #
น มยนฺตํ ชานามาติ ฯ✎ ร่าง
na mayaṁ taṁ jānāmā”ti.
ss5:1.3.16 #
อถโข สา คณกี เตหิ อาชีวกสาวเกหิ อปสาทิตา ปุนเทว สาวตฺถึ ปจฺจาคญฺฉิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho sā gaṇakī tehi ājīvakasāvakehi apasāditā punadeva sāvatthiṁ paccāgañchi.
ss5:1.3.17 #
ทุติยมฺปิ โข สา กุมาริกา มาตุยา สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ✎ ร่าง
Dutiyampi kho sā kumārikā mātuyā santike dūtaṁ pāhesi—
อ้างอิงสยามรัฐ 1.298 · ฉัฏฐสังคายนา 87.202
ss5:1.3.18 #
อหํ หิ ทุคฺคตา ทุกฺขิตา น สุขํ ลภามิ✎ ร่าง
“ahañhi duggatā dukkhitā, na sukhaṁ labhāmi.
ss5:1.3.19 #
มาสํเยว มํ สุณิสาโภเคน ภุญฺชึสุ✎ ร่าง
Māsaṁyeva maṁ suṇisabhogena bhuñjiṁsu.
ss5:1.3.20 #
ตโต อปเรน ทาสีโภเคน ภุญฺชนฺติ✎ ร่าง
Tato aparena dāsibhogena bhuñjanti.
ss5:1.3.21 #
อาคจฺฉตุ เม มาตา มํ เนสฺสตูติ ฯ✎ ร่าง
Āgacchatu me, mātā, maṁ nessatū”ti.
ss5:1.3.22 #
อถโข สา คณกี @เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ม. โปตฺถเกสุ อยํ ปาโฐ น โหติ ฯ เยนายสฺมา อุทายิ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho sā gaṇakī yenāyasmā udāyī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ udāyiṁ etadavoca—
ss5:1.3.23 #
สา กิร ภนฺเต กุมาริกา ทุคฺคตา ทุกฺขิตา น สุขํ ลภติ✎ ร่าง
“sā kira, bhante, kumārikā duggatā dukkhitā, na sukhaṁ labhati.
ss5:1.3.24 #
มาสํเยว นํ สุณิสาโภเคน ภุญฺชึสุ✎ ร่าง
Māsaṁyeva naṁ suṇisabhogena bhuñjiṁsu.
ss5:1.3.25 #
ตโต อปเรน ทาสีโภเคน ภุญฺชนฺติ✎ ร่าง
Tato aparena dāsibhogena bhuñjanti.
ss5:1.3.26 #
วเทยฺยาถ ภนฺเต✎ ร่าง
Vadeyyātha, bhante—
ss5:1.3.27 #
มา อยฺยา อิมํ กุมาริกํ ทาสีโภเคน ภุญฺชิตฺถ✎ ร่าง
‘māyyo, imaṁ kumārikaṁ dāsibhogena bhuñjittha.
ss5:1.3.28 #
สุณิสาโภเคน อิมํ กุมาริกํ ภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
Suṇisabhogena imaṁ kumārikaṁ bhuñjathā’”ti.
ss5:1.3.29 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ เยน เต อาชีวกสาวกา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต อาชีวกสาวเก เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī yena te ājīvakasāvakā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā te ājīvakasāvake etadavoca—
อ้างอิงPTS 3.137
ss5:1.3.30 #
มา อยฺยา อิมํ กุมาริกํ ทาสีโภเคน ภุญฺชิตฺถ✎ ร่าง
“māyyo, imaṁ kumārikaṁ dāsibhogena bhujjittha.
ss5:1.3.31 #
สุณิสาโภเคน อิมํ กุมาริกํ ภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
Suṇisabhogena imaṁ kumārikaṁ bhuñjathā”ti.
ss5:1.3.32 #
เต เอวมาหํสุ✎ ร่าง
Te evamāhaṁsu—
ss5:1.3.33 #
นตฺถมฺหากํ ตยา สทฺธึ อาหารูปหาโร คณกิยา สทฺธึ อมฺหากํ อาหารูปหาโร✎ ร่าง
“natthamhākaṁ tayā saddhiṁ āhārūpahāro, gaṇakiyā saddhiṁ amhākaṁ āhārūpahāro.
ss5:1.3.34 #
สมเณน ภวิตพฺพํ อพฺยาวเฏน✎ ร่าง
Samaṇena bhavitabbaṁ abyāvaṭena.
ss5:1.3.35 #
สมโณ อสฺส สุสฺสมโณ✎ ร่าง
Samaṇo assa susamaṇo,
ss5:1.3.36 #
คจฺฉ ตฺวํ✎ ร่าง
gaccha tvaṁ,
ss5:1.3.37 #
น มยนฺตํ ชานามาติ ฯ✎ ร่าง
na mayaṁ taṁ jānāmā”ti.
ss5:1.3.38 #
อถโข อายสฺมา อุทายิ เตหิ อาชีวกสาวเกหิ อปสาทิโต ปุนเทว สาวตฺถึ ปจฺจาคญฺฉิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā udāyī tehi ājīvakasāvakehi apasādito punadeva sāvatthiṁ paccāgañchi.
ss5:1.3.39 #
ตติยมฺปิ โข สา กุมาริกา มาตุยา สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ✎ ร่าง
Tatiyampi kho sā kumārikā mātuyā santike dūtaṁ pāhesi—
อ้างอิงสยามรัฐ 1.299
ss5:1.3.40 #
อหํ หิ ทุคฺคตา ทุกฺขิตา น สุขํ ลภามิ✎ ร่าง
“ahañhi duggatā dukkhitā, na sukhaṁ labhāmi.
ss5:1.3.41 #
มาสํเยว มํ สุณิสาโภเคน ภุญฺชึสุ✎ ร่าง
Māsaṁyeva maṁ suṇisabhogena bhuñjiṁsu.
ss5:1.3.42 #
ตโต อปเรน ทาสีโภเคน ภุญฺชนฺติ✎ ร่าง
Tato aparena dāsibhogena bhuñjanti.
ss5:1.3.43 #
อาคจฺฉตุ เม มาตา มํ เนสฺสตูติ ฯ✎ ร่าง
Āgacchatu me, mātā, maṁ nessatū”ti.
ss5:1.3.44 #
ทุติยมฺปิ โข สา คณกี เยนายสฺมา อุทายิ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุทายึ เอตทโวจ✎ ร่าง
Dutiyampi kho sā gaṇakī yenāyasmā udāyī tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ udāyiṁ etadavoca—
ss5:1.3.45 #
สา กิร ภนฺเต กุมาริกา ทุคฺคตา ทุกฺขิตา น สุขํ ลภติ✎ ร่าง
“sā kira, bhante, kumārikā duggatā dukkhitā, na sukhaṁ labhati.
ss5:1.3.46 #
มาสํเยว นํ สุณิสาโภเคน ภุญฺชึสุ✎ ร่าง
Māsaṁyeva naṁ suṇisabhogena bhuñjiṁsu.
ss5:1.3.47 #
ตโต อปเรน ทาสีโภเคน ภุญฺชนฺติ✎ ร่าง
Tato aparena dāsibhogena bhuñjanti.
ss5:1.3.48 #
วเทยฺยาถ ภนฺเต✎ ร่าง
Vadeyyātha, bhante—
ss5:1.3.49 #
มา อยฺยา อิมํ กุมาริกํ ทาสีโภเคน ภุญฺชิตฺถ สุณิสาโภเคน อิมํ กุมาริกํ ภุญฺชถาติ ฯ✎ ร่าง
‘māyyo, imaṁ kumārikaṁ dāsibhogena bhuñjittha, suṇisabhogena imaṁ kumārikaṁ bhuñjathā’”ti.
ss5:1.3.50 #
ปฐมํ จาหํ เตหิ อาชีวกสาวเกหิ อปสาทิโต✎ ร่าง
“Paṭhamampāhaṁ tehi ājīvakasāvakehi apasādito,
ss5:1.3.51 #
คจฺฉ ตฺวํ✎ ร่าง
gaccha tvaṁ,
ss5:1.3.52 #
นาหํ คมิสฺสามีติ ฯ✎ ร่าง
nāhaṁ gamissāmī”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน