‹ กลับ
เรื่องภิกษุชาวรัฐอาฬวี
เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์) · ข้อ 500 · วิ.มหา.๑. ๑/๑๖๒๐๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๕๐๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โภคสมบัติของคฤหัสถ์รวบรวมได้ยาก แม้ได้มาแล้วก็ยังยาก ที่จะตามรักษา ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย เมื่อโภคสมบัตินั้นอันพวกคฤหัสถ์รวบรวมได้ยาก แม้เขา ได้มาแล้วก็ยังยากที่จะตามรักษาอย่างนี้ พวกเธอได้มีการวิงวอน มีการขอเขาบ่อยครั้ง หลายคราว แล้วว่า ขอท่านทั้งหลายจงให้คน จงให้แรงงาน จงให้โค จงให้เกวียน จงให้มีด จงให้ขวาน จงให้ผึ่ง จงให้จอบ จงให้สิ่ว จงให้เถาวัลย์ จงให้ไม้ไผ่ จงให้หญ้ามุงกระต่าย จงให้หญ้าปล้อง จงให้หญ้าสามัญ จงให้ดิน ดังนี้เป็นต้น การกระทำของพวกเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส ของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำ ของพวกเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่น ของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงติเตียนภิกษุชาวรัฐอาฬวีโดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่ง ความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภ ความเพียร โดยเอนกปริยาย แล้วทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่อง นั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่ม บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุ ผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะเกิดใน ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือ ตามพระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๑๐. ๖. อนึ่ง ภิกษุผู้จะสร้างกุฎีอันหาเจ้าของมิได้ เฉพาะตนเอง ด้วยอาการ ขอเอาเอง พึงสร้างให้ได้ประมาณ ประมาณในการสร้างกุฎีนั้นดังนี้ โดยยาว ๑๒ คืบ โดยกว้างในร่วมใน ๗ คืบ ด้วยคืบสุคต พึงนำภิกษุทั้งหลายไปเพื่อแสดงที่ ภิกษุ เหล่านั้นพึงแสดงที่อันไม่มีผู้จองไว้ อันมีชานรอบ หากภิกษุสร้างกุฎีด้วยอาการขอเอา เอง ในที่อันมีผู้จองไว้ อันหาชานรอบมิได้ หรือไม่นำภิกษุทั้งหลายไปเพื่อแสดงที่ หรือสร้างให้ล่วงประมาณเป็นสังฆาทิเสส.
เทียบรายประโยค (40 ประโยค)
ss6:1.4.1 #
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อญฺญตโร ภิกฺขุ หิมวนฺตปสฺเส วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ ฯ✎ ร่าง
Bhūtapubbaṁ, bhikkhave, aññataro bhikkhu himavantapasse viharati aññatarasmiṁ vanasaṇḍe.
อ้างอิงPTS 3.148 · สยามรัฐ 1.336 · ฉัฏฐสังคายนา 87.228
ss6:1.4.2 #
ตสฺส โข ปน ๑- ภิกฺขเว วนสณฺฑสฺส อวิทูเร มหนฺตํ นินฺนํ ปลฺลลํ ฯ✎ ร่าง
Tassa kho, bhikkhave, vanasaṇḍassa avidūre mahantaṁ ninnaṁ pallalaṁ.
ss6:1.4.3 #
อถโข ภิกฺขเว มหาสกุณสงฺโฆ ตสฺมึ ปลฺลเล ทิวสํ โคจรํ จริตฺวา สายํ ตํ วนสณฺฑํ วาสาย อุปคจฺฉติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, mahāsakuṇasaṅgho tasmiṁ pallale divasaṁ gocaraṁ caritvā sāyaṁ taṁ vanasaṇḍaṁ vāsāya upagacchati.
ss6:1.4.4 #
อถโข ภิกฺขเว โส ภิกฺขุ ตสฺส สกุณสงฺฆสฺส สทฺเทน อุพฺพาโฬฺห เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so bhikkhu tassa sakuṇasaṅghassa saddena ubbāḷho yenāhaṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā maṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi.
ss6:1.4.5 #
เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อหํ ภิกฺขเว ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจํ✎ ร่าง
Ekamantaṁ nisinnaṁ kho ahaṁ, bhikkhave, taṁ bhikkhuṁ etadavoca—
ss6:1.4.6 #
กจฺจิ ภิกฺขุ ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ✎ ร่าง
‘kacci, bhikkhu, khamanīyaṁ kacci yāpanīyaṁ
ss6:1.4.7 #
กจฺจิสิ อปฺปกิลมเถน อทฺธานํ อาคโต✎ ร่าง
kaccisi appakilamathena addhānaṁ āgato?
ss6:1.4.8 #
กุโต จ ตฺวํ ภิกฺขุ อาคจฺฉสีติ ฯ✎ ร่าง
Kuto ca tvaṁ, bhikkhu, āgacchasī’ti?
ss6:1.4.9 #
ขมนียํ ภควา ยาปนียํ ภควา✎ ร่าง
‘Khamanīyaṁ, bhagavā, yāpanīyaṁ, bhagavā.
ss6:1.4.10 #
อปฺปกิลมเถน จาหํ ภนฺเต อทฺธานํ อาคโต อตฺถิ ภนฺเต หิมวนฺตปสฺเส มหาวนสณฺโฑ✎ ร่าง
Appakilamathena cāhaṁ, bhante, addhānaṁ āgato.
ss6:1.4.12 #
ตสฺส โข ปน ภนฺเต วนสณฺฑสฺส อวิทูเร มหนฺตํ นินฺนํ ปลฺลลํ✎ ร่าง
Tassa kho pana, bhante, vanasaṇḍassa avidūre mahantaṁ ninnaṁ pallalaṁ.
ss6:1.4.13 #
อถโข ภนฺเต มหาสกุณสงฺโฆ ตสฺมึ ปลฺลเล ทิวสํ โคจรํ จริตฺวา สายํ ตํ วนสณฺฑํ วาสาย อุปคจฺฉติ✎ ร่าง
Atha kho, bhante, mahāsakuṇasaṅgho tasmiṁ pallale divasaṁ gocaraṁ caritvā sāyaṁ taṁ vanasaṇḍaṁ vāsāya upagacchati.
ss6:1.4.14 #
ตโต อหํ ภควา อาคจฺฉามิ✎ ร่าง
Tato ahaṁ, bhagavā, āgacchāmi—
ss6:1.4.15 #
ตสฺส สกุณสงฺฆสฺส สทฺเทน อุพฺพาโฬฺหติ ฯ✎ ร่าง
tassa sakuṇasaṅghassa saddena ubbāḷho’ti.
ss6:1.4.16 #
อิจฺฉสิ ปน ตฺวํ ภิกฺขุ ตสฺส สกุณสงฺฆสฺส @เชิงอรรถ: ๑ ยุโรปิยโปตฺถเกยํ ปาโฐ น ปญฺญายติ ฯ อนาคมนนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘Icchasi pana tvaṁ, bhikkhu, tassa sakuṇasaṅghassa anāgamanan’ti?
ss6:1.4.17 #
อิจฺฉามหํ ภนฺเต ตสฺส สกุณสงฺฆสฺส อนาคมนนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘Icchāmahaṁ, bhagavā, tassa sakuṇasaṅghassa anāgamanan’ti.
ss6:1.4.18 #
เตนหิ ตฺวํ ภิกฺขุ ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ วนสณฺฑํ อชฺโฌคาเหตฺวา รตฺติยา ปฐมํ ยามํ ติกฺขตฺตุํ สทฺทมนุสฺสาเวหิ✎ ร่าง
‘Tena hi tvaṁ, bhikkhu, tattha gantvā taṁ vanasaṇḍaṁ ajjhogāhetvā rattiyā paṭhamaṁ yāmaṁ tikkhattuṁ saddamanussāvehi—
ss6:1.4.19 #
สุณนฺตุ เม โภนฺโต สกุณา✎ ร่าง
suṇantu me, bhonto sakuṇā,
ss6:1.4.20 #
ยาวติกา อิมสฺมึ วนสณฺเฑ วาสํ อุปคตา ปตฺเตน เม อตฺโถ✎ ร่าง
yāvatikā imasmiṁ vanasaṇḍe vāsaṁ upagatā, pattena me attho.
ss6:1.4.21 #
เอเกกํ เม โภนฺโต ปตฺตํ ททนฺตูติ✎ ร่าง
Ekekaṁ me, bhonto, pattaṁ dadantū’ti.
ss6:1.4.22 #
รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Rattiyā majjhimaṁ yāmaṁ …
ss6:1.4.23 #
รตฺติยา ปจฺฉิมํ ยามํ ติกฺขตฺตุํ สทฺทมนุสฺสาเวหิ✎ ร่าง
rattiyā pacchimaṁ yāmaṁ tikkhattuṁ saddamanussāvehi—
ss6:1.4.24 #
สุณนฺตุ เม โภนฺโต สกุณา✎ ร่าง
‘suṇantu me, bhonto sakuṇā,
ss6:1.4.25 #
ยาวติกา อิมสฺมึ วนสณฺเฑ วาสํ อุปคตา ปตฺเตน เม อตฺโถ✎ ร่าง
yāvatikā imasmiṁ vanasaṇḍe vāsaṁ upagatā, pattena me attho.
ss6:1.4.26 #
เอเกกํ เม โภนฺโต ปตฺตํ ททนฺตูติ ฯ✎ ร่าง
Ekekaṁ me, bhonto, pattaṁ dadantū’ti.
ss6:1.4.27 #
อถโข ภิกฺขเว โส ภิกฺขุ ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ วนสณฺฑํ อชฺโฌคาเหตฺวา รตฺติยา ปฐมํ ยามํ ติกฺขตฺตุํ สทฺทมนุสฺสาเวสิ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so bhikkhu tattha gantvā taṁ vanasaṇḍaṁ ajjhogāhetvā rattiyā paṭhamaṁ yāmaṁ tikkhattuṁ saddamanussāvesi—
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.382
ss6:1.4.28 #
สุณนฺตุ เม โภนฺโต สกุณา✎ ร่าง
‘suṇantu me, bhonto sakuṇā,
ss6:1.4.29 #
ยาวติกา อิมสฺมึ วนสณฺเฑ วาสํ อุปคตา ปตฺเตน เม อตฺโถ✎ ร่าง
yāvatikā imasmiṁ vanasaṇḍe vāsaṁ upagatā, pattena me attho.
ss6:1.4.30 #
เอเกกํ เม โภนฺโต ปตฺตํ ททนฺตูติ✎ ร่าง
Ekekaṁ me, bhonto, pattaṁ dadantū’ti.
ss6:1.4.31 #
รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ฯเปฯ✎ ร่าง
Rattiyā majjhimaṁ yāmaṁ …
ss6:1.4.32 #
รตฺติยา ปจฺฉิมํ ยามํ ติกฺขตฺตุํ สทฺทมนุสฺสาเวสิ✎ ร่าง
rattiyā pacchimaṁ yāmaṁ tikkhattuṁ saddamanussāvesi—
ss6:1.4.33 #
สุณนฺตุ เม โภนฺโต สกุณา✎ ร่าง
‘suṇantu me, bhonto sakuṇā,
ss6:1.4.34 #
ยาวติกา อิมสฺมึ วนสณฺเฑ วาสํ อุปคตา ปตฺเตน เม อตฺโถ✎ ร่าง
yāvatikā imasmiṁ vanasaṇḍe vāsaṁ upagatā, pattena me attho.
ss6:1.4.35 #
เอเกกํ เม โภนฺโต ปตฺตํ ททนฺตูติ ฯ✎ ร่าง
Ekekaṁ me, bhonto, pattaṁ dadantū’ti.
ss6:1.4.36 #
อถโข ภิกฺขเว โส สกุณสงฺโฆ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so sakuṇasaṅgho—
ss6:1.4.37 #
ภิกฺขุ ปตฺตํ ยาจติ ภิกฺขุสฺส ปตฺเตน อตฺโถติ✎ ร่าง
‘bhikkhu pattaṁ yācati bhikkhussa pattena attho’ti
ss6:1.4.38 #
ตมฺหา วนสณฺฑา ปกฺกามิ✎ ร่าง
tamhā vanasaṇḍā pakkāmi.
ss6:1.4.39 #
ตถา ปกฺกนฺโต ว อโหสิ น ปุน ปจฺจาคญฺฉิ ฯ✎ ร่าง
Tathā pakkantova ahosi na puna paccāgañchi.
ss6:1.4.40 #
เตสํ หิ นาม ภิกฺขเว ติรจฺฉานคตานํ ปาณานํ อมนาปา ภวิสฺสติ ยาจนา อมนาปา วิญฺญตฺติ✎ ร่าง
Tesañhi nāma, bhikkhave, tiracchānagatānaṁ pāṇānaṁ amanāpā bhavissati yācanā amanāpā viññatti.
ss6:1.4.41 #
กิมงฺคํ ปน มนุสฺสภูตานํ ฯ✎ ร่าง
Kimaṅgaṁ pana manussabhūtānaṁ.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๑ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๑ (ปาราชิก–นิสสัคคิยปาจิตตีย์)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน