เนื้อความทั้งข้อ
[๖๐๓] ภิกษุเหล่านั้น อันภิกษุทั้งหลายพึงสวดสมนุภาสน์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์
พึงสวดสมนุภาสน์อย่างนี้ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา
ว่าดังนี้:-
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย
เป็นผู้ประพฤติตาม เป็นผู้พูดเข้ากัน ของภิกษุผู้มีชื่อนี้ ซึ่งเป็นผู้ตะเกียกตะกายเพื่อ
ทำลายสงฆ์ ภิกษุเหล่านั้นยังไม่สละเรื่องนั้น ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว
สงฆ์พึงสวดสมนุภาสน์ ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย เพื่อให้สละเรื่องนั้นเสีย
นี่เป็นญัตติ.
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย
เป็นผู้ประพฤติตาม เป็นผู้พูดเข้ากัน ของภิกษุผู้มีชื่อนี้ ซึ่งเป็นผู้ตะเกียกตะกายเพื่อ
ทำลายสงฆ์ ภิกษุเหล่านั้นยังไม่สละเรื่องนั้น สงฆ์สวดสมนุภาสน์ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อ
นี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย เพื่อให้สละเรื่องนั้นเสีย การสวดสมนุภาสน์ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อ
นี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้นี้ด้วย เพื่อให้สละเรื่องนั้นเสีย ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็น
ผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สอง ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุ
ทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย เป็นผู้ประพฤติตาม เป็นผู้พูดเข้ากัน ของภิกษุ
ผู้มีชื่อนี้ ซึ่งเป็นผู้ตะเกียกตะกายเพื่อทำลายสงฆ์ ภิกษุเหล่านั้นยังไม่สละเรื่องนั้น
สงฆ์สวดสมนุภาสน์ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วยเพื่อให้สละเรื่องนั้นเสีย การ
สวดสมนุภาสน์ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย เพื่อให้สละเรื่องนั้นเสีย ชอบ
แก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สาม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุ
ทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย เป็นผู้ประพฤติตาม เป็นผู้พูดเข้ากัน ของภิกษุ
ผู้มีชื่อนี้ ซึ่งเป็นผู้ตะเกียกตะกายเพื่อทำลายสงฆ์ ภิกษุเหล่านั้นยังไม่สละเรื่องนั้น
สงฆ์สวดสมนุภาสน์ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย เพื่อให้สละเรื่องนั้นเสีย
การสวดสมนุภาสน์ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย เพื่อให้สละเรื่องนั้นเสีย
ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.
ภิกษุทั้งหลายผู้มีชื่อนี้ด้วย ผู้มีชื่อนี้ด้วย สงฆ์สวดสมนุภาสน์แล้ว เพื่อให้สละเรื่องนั้น
ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.
ตสฺเสว โข ปนาติ✎ ร่าง
Tasseva kho panāti
บทว่า อนึ่ง ของภิกษุนั้นแล🤖 AI จับคู่
ตสฺส สงฺฆเภทกสฺส ภิกฺขุโน ฯ✎ ร่าง
tassa saṅghabhedakassa bhikkhuno.
คือภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นั้น🤖 AI จับคู่
ภิกฺขู โหนฺตีติ✎ ร่าง
Bhikkhū hontīti
บทว่า มีภิกษุทั้งหลาย🤖 AI จับคู่
อญฺเญ ภิกฺขู โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
aññe bhikkhū honti.
คือมีภิกษุเหล่าอื่น🤖 AI จับคู่
อนุวตฺตกาติ✎ ร่าง
Anuvattakāti
บทว่า ผู้ประพฤติตาม🤖 AI จับคู่
อ้างอิงพุทธชยันตี 1.458
ยํทิฏฺฐิโก
โหติ ยํขนฺติโก ยํรุจิโก เตปิ ตํทิฏฺฐิกา โหนฺติ ตํขนฺติกา ตํรุจิกา ฯ✎ ร่าง
yaṁdiṭṭhiko so hoti yaṅkhantiko yaṁruciko tepi taṁdiṭṭhikā honti taṅkhantikā taṁrucikā.
ความว่า ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์เห็นอย่างไร ชอบอย่างไร พอใจอย่างไร แม้ภิกษุเหล่านั้นก็เห็นอย่างนั้น ชอบอย่างนั้น พอใจอย่างนั้น🤖 AI จับคู่
วคฺควาทกาติ✎ ร่าง
Vaggavādakāti
บทว่า ผู้พูดเข้ากัน🤖 AI จับคู่
ตสฺส วณฺณาย ปกฺขาย ฐิตา โหนฺติ ฯ✎ ร่าง
tassa vaṇṇāya pakkhāya ṭhitā honti.
คือผู้ดำรงอยู่ในพวกในฝ่ายของภิกษุนั้น🤖 AI จับคู่
เอโก วา
เทฺว วา ตโย วาติ✎ ร่าง
Eko vā dve vā tayo vāti
คำว่า ๑ รูปบ้าง ๒ รูปบ้าง ๓ รูปบ้าง🤖 AI จับคู่
อ้างอิงPTS 3.176 · สยามรัฐ 1.407
เอโก วา โหติ เทฺว วา ตโย วา เต
เอวํ วเทยฺยุํ✎ ร่าง
eko vā hoti dve vā tayo vā. Te evaṁ vadeyyuṁ—
ความว่า มีภิกษุ ๑ รูปบ้าง ๒ รูปบ้าง ๓ รูปบ้าง ภิกษุเหล่านั้น พึงกล่าวอย่างนี้ว่า🤖 AI จับคู่
มา อายสฺมนฺโต เอตํ ภิกฺขุํ กิญฺจิ อวจุตฺถ ธมฺมวาที
เจโส ภิกฺขุ วินยวาที เจโส ภิกฺขุ✎ ร่าง
“māyasmanto etaṁ bhikkhuṁ kiñci avacuttha, dhammavādī ceso bhikkhu, vinayavādī ceso bhikkhu,
พวกท่านอย่าได้กล่าวคำอะไรๆ ต่อภิกษุนั่น ภิกษุนั่นกล่าวถูกธรรมด้วย ภิกษุนั่นกล่าวถูกวินัยด้วย🤖 AI จับคู่
อมฺหากญฺเจโส ภิกฺขุ ฉนฺทญฺจ
รุจิญฺจ อาทาย โวหรติ ชานาติ โน ภาสติ อมฺหากมฺเปตํ ขมตีติ ฯ✎ ร่าง
amhākañceso bhikkhu chandañca ruciñca ādāya voharati jānāti no bhāsati amhākampetaṁ khamatī”ti.
แลภิกษุนั่นกล่าวคล้อยตามความพอใจและความเห็นชอบของพวกข้าพเจ้า เธอทราบความพอใจและความเห็นชอบของพวกข้าพเจ้าจึงกล่าว คำที่เธอกล่าวนั้น ย่อมควรแม้แก่พวกข้าพเจ้า🤖 AI จับคู่