‹ กลับ
สิกขาบทที่ ๘ เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร[ว่าด้วย การรับทองเงิน]
เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ) · ข้อ 105 · วิ.มหา.๒. ๒/๒๕๖๗ ↗
👁 การแสดงผล
แตะเพื่อเปิด/ปิดแต่ละส่วน
เนื้อความทั้งข้อ
[๑๐๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน อันเป็นสถานที่ พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์. ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตร เป็น กุลุปกะของสกุลหนึ่ง รับภัตตาหารอยู่เป็นประจำ ของเคี้ยวของฉันอันใดที่เกิดขึ้นในสกุลนั้น. เขาย่อมแบ่งส่วนไว้ถวายท่านพระอุปนันทศากยบุตร. เย็นวันหนึ่งในสกุลนั้นมีเนื้อเกิดขึ้น เขาจึง แบ่งส่วนเนื้อนั้นไว้ถวายท่านพระอุปนันทศากยบุตร. เด็กของสกุลนั้นตื่นขึ้นในเวลาเช้ามืด ร้อง อ้อนวอนว่า จงให้เนื้อแก่ข้าพเจ้า. บุรุษสามีจึงสั่งภรรยาว่า จงให้ส่วนของพระแก่เด็ก เราจัก ซื้อของอื่นถวายท่าน. ครั้นแล้วเวลาเช้าท่านอุปนันทศากยบุตร นุ่งอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวร เข้าไปสู่สกุลนั้น แล้วนั่งบนอาสนะที่เขาจัดถวาย. ทันใด บุรุษนั้นเข้าไปหาท่านพระอุปนันทศากยบุตร กราบแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง, ได้กราบเรียนว่า ท่านเจ้าข้า เมื่อเย็นวานนี้มีเนื้อเกิดขึ้น, ผมได้เก็บไว้ถวายพระคุณเจ้าส่วนหนึ่ง, จากนั้นเด็กคนนี้ตื่นขึ้นแต่เช้ามืดร้องอ้อนวอนว่า จงให้เนื้อแก่ข้าพเจ้า ผมจึงได้ให้เนื้อส่วนของ พระคุณเจ้าแก่เด็ก, พระคุณเจ้าจะให้ผมจัดหาอะไรมาถวายด้วยทรัพย์กหาปณะหนึ่ง ขอรับ. ท่านพระอุปนันทศากยบุตรถามว่า เธอบริจาคทรัพย์กหาปณะหนึ่งแก่เรา แล้วหรือ? บุ. ขอรับ ผมบริจาคแล้ว. อุ. เธอจงให้กหาปณะนั้นแหละแก่เรา. บุรุษนั้นได้ถวายกหาปณะแก่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร ในทันใดนั้นเอง แล้วเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ รับรูปิยะเหมือนพวกเรา. ภิกษุทั้งหลายได้ยินบุรุษนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ท่านพระอุปนันทศากยบุตรจึงได้รับรูปิยะเล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระอุปนันทศากยบุตรว่า ดูกรอุปนันทะ ข่าวว่า เธอรับรูปิยะจริงหรือ? ท่านพระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ, ไฉนเธอจึงได้รับรูปิยะเล่า? การกระ ทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของ ชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว. โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว. พระผู้มีพระภาค ทรงติเตียนท่านพระอุปนันทศากยบุตร โดยอเนกปริยายดั่งนี้แล้วตรัส โทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่ เรื่องนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำ นาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุมีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบัง- *เกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยัง ไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- ๓๗. ๘. อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้, เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
เทียบรายประโยค (27 ประโยค)
np18:1.1 #
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā rājagahe viharati veḷuvane kalandakanivāpe.
อ้างอิงPTS 3.237 · สยามรัฐ 2.89 · ฉัฏฐสังคายนา 87.356 · พุทธชยันตี 1.580
np18:1.2 #
เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต อญฺญตรสฺส กุลสฺส กุลูปโก โหติ นิจฺจภตฺติโก ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena āyasmā upanando sakyaputto aññatarassa kulassa kulūpako hoti niccabhattiko.
np18:1.3 #
ยํ ตสฺมึ กุเล อุปฺปชฺชติ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ตโต อายสฺมโต อุปนนฺทสฺส สกฺยปุตฺตสฺส ปฏิวิโส ฐปิโต โหติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Yaṁ tasmiṁ kule uppajjati khādanīyaṁ vā bhojanīyaṁ vā tato āyasmato upanandassa sakyaputtassa paṭiviso ṭhapiyyati.
np18:1.4 #
เตน โข ปน สมเยน สายํ ตสฺมึ กุเล มํสํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena sāyaṁ tasmiṁ kule maṁsaṁ uppannaṁ hoti.
np18:1.5 #
ตโต อายสฺมโต อุปนนฺทสฺส สกฺยปุตฺตสฺส ปฏิวิโส ฐปิโต โหติ ฯ✎ ร่าง
Tato āyasmato upanandassa sakyaputtassa paṭiviso ṭhapito hoti.
np18:1.6 #
ตสฺส กุลสฺส ทารโก รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย โรทติ มํสํ เม เทถาติ ฯ✎ ร่าง
Tassa kulassa dārako rattiyā paccūsasamayaṁ paccuṭṭhāya rodati—“maṁsaṁ me dethā”ti.
np18:1.7 #
อถโข โส ปุริโส ปชาปตึ เอตทโวจ อยฺยสฺส ปฏิวิสํ ทารกสฺส เทหิ อญฺญํ เจตาเปตฺวา อยฺยสฺส ทสฺสามาติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so puriso pajāpatiṁ etadavoca—“ayyassa paṭivisaṁ dārakassa dehi.
np18:1.9 #
อถโข อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ตํ กุลํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā upanando sakyaputto pubbaṇhasamayaṁ nivāsetvā pattacīvaraṁ ādāya yena taṁ kulaṁ tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.90
np18:1.10 #
อถโข โส ปุริโส เยนายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ปุริโส อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho so puriso yenāyasmā upanando sakyaputto tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ abhivādetvā ekamantaṁ nisīdi. Ekamantaṁ nisinno kho so puriso āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ etadavoca—
np18:1.11 #
หิยฺโย โข ภนฺเต สายํ มํสํ อุปฺปนฺนํ ๒- ตโต อยฺยสฺส ปฏิวิโส ฐปิโต✎ ร่าง
“hiyyo kho, bhante, sāyaṁ maṁsaṁ uppannaṁ ahosi. Tato ayyassa paṭiviso ṭhapito.
np18:1.12 #
อยํ ภนฺเต ทารโก รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย โรทติ มํสํ เม เทถาติ อยฺยสฺส ปฏิวิโส ทารกสฺส ทินฺโน✎ ร่าง
Ayaṁ, bhante, dārako rattiyā paccūsasamayaṁ paccuṭṭhāya rodati—‘maṁsaṁ me dethā’ti. Ayyassa paṭiviso dārakassa dinno.
np18:1.13 #
กหาปเณน ภนฺเต กึ อาหริยตูติ ๑- ฯ✎ ร่าง
Kahāpaṇena, bhante, kiṁ āhariyyatū”ti?
np18:1.14 #
ปริจฺจตฺโต เม อาวุโส กหาปโณติ ฯ✎ ร่าง
“Pariccatto me, āvuso, kahāpaṇo”ti?
np18:1.15 #
อาม ภนฺเต ปริจฺจตฺโตติ ฯ✎ ร่าง
“Āma, bhante, pariccatto”ti.
np18:1.16 #
ตญฺเญว เม อาวุโส กหาปณํ เทหีติ ฯ✎ ร่าง
“Taññeva me, āvuso, kahāpaṇaṁ dehī”ti.
np18:1.17 #
อถโข โส ปุริโส อายสฺมโต อุปนนฺทสฺส สกฺยปุตฺตสฺส กหาปณํ ทตฺวา อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ ยเถว มยํ รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหาม เอวเมวิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
Atha kho so puriso āyasmato upanandassa sakyaputtassa kahāpaṇaṁ datvā ujjhāyati khiyyati vipāceti—“Yatheva mayaṁ rūpiyaṁ paṭiggaṇhāma evamevime samaṇā sakyaputtiyā rūpiyaṁ paṭiggaṇhantī”ti.
np18:1.18 #
อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺส ปุริสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขียนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส ฯ✎ ร่าง
Assosuṁ kho bhikkhū tassa purisassa ujjhāyantassa khiyyantassa vipācentassa.
np18:1.19 #
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
np18:1.20 #
กถํ หิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต รูปิยํ ปฏิคฺคเหสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
“kathañhi nāma āyasmā upanando sakyaputto rūpiyaṁ paṭiggahessatī”ti.
np18:1.21 #
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū āyasmantaṁ upanandaṁ sakyaputtaṁ anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
np18:1.22 #
สจฺจํ กิร ตฺวํ อุปนนฺท รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหาสีติ ๒- ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tvaṁ, upananda, rūpiyaṁ paṭiggahesī”ti?
np18:1.23 #
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
np18:1.24 #
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
np18:1.25 #
กถํ หิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส รูปิยํ ปฏิคฺคเหสฺสสิ✎ ร่าง
kathañhi nāma tvaṁ, moghapurisa, rūpiyaṁ paṭiggahessasi.
np18:1.26 #
เนตํ โมฆปุริส อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisa, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
np18:1.27 #
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
np18:1.28.1 #
โย ปน ภิกฺขุ ชาตรูปรชตํ อุคฺคเณฺหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา อุปนิกฺขิตฺตํ วา สาทิเยยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu jātarūparajataṁ uggaṇheyya vā uggaṇhāpeyya vā upanikkhittaṁ vā sādiyeyya, nissaggiyaṁ pācittiyan”ti.
‹ กลับสารบัญ เล่ม ๒ — วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ๒ (ปาจิตตีย์–เสขิยะ)
ความน่าเชื่อถือ: ✓ ทางการ 🤖 AI จับคู่ ✎ ร่าง — "ร่าง" คือจับคู่อัตโนมัติ อาจคลาดเคลื่อน ยังไม่ตรวจทาน