เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๒] โดยสมัยนั้นพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พระฉัพพัคคีย์ทะเลาะกับพวกภิกษุผู้มีศีล
เป็นที่รัก กล่าวเสียดแทงพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก คือ ด่าว่า สบประมาท กระทบกำเนิดบ้าง
ชื่อบ้าง วงศ์ตระกูลบ้าง การงานบ้าง ศิลปบ้าง โรคบ้าง รูปพรรณบ้าง กิเลสบ้าง อาบัติบ้าง
คำด่าที่ทรามบ้าง.
บรรดาภิกษุผู้มักน้อย สันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ ผู้ใคร่ต่อสิกขา ต่างก็
เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระฉัพพัคคีย์ ทะเลาะกับภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก จึงได้
กล่าวเสียดแทงพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก คือด่าว่าสบประมาทกระทบกำเนิดบ้าง ชื่อบ้าง วงศ์-
*ตระกูลบ้าง การงานบ้าง ศิลปบ้าง โรคบ้าง รูปพรรณบ้าง กิเลสบ้าง อาบัติบ้าง คำด่าที่ทราม
บ้างเล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ใน
เพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า จริงหรือภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอ
ทะเลาะกับพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก กล่าวเสียดแทงพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก คือด่าว่า
สบประมาท กระทบกำเนิดบ้าง ชื่อบ้าง วงศ์ตระกูลบ้าง การงานบ้าง ศิลปบ้าง โรคบ้าง
รูปพรรณบ้าง กิเลสบ้าง อาบัติบ้าง คำด่าที่ทรามบ้าง?
พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉน พวกเธอจึงได้
ทะเลาะกับพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก กล่าวเสียดแทงพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก คือด่าว่า
สบประมาท กระทบกำเนิดบ้าง ชื่อบ้าง วงศ์ตระกูลบ้าง การงานบ้าง ศิลปบ้าง โรคบ้าง
รูปพรรณบ้าง กิเลสบ้าง อาบัติบ้าง คำด่าที่ทรามบ้าง? การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไป
เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...,
ครั้นแล้วทรงกระทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายดังต่อไปนี้:-
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน
อนาถปิณฺฑิกสฺสาราเม ฯ✎ ร่าง
Tena samayena buddho bhagavā sāvatthiyaṁ viharati jetavane anāthapiṇḍikassa ārāme.
อ้างอิงPTS 4.5 · สยามรัฐ 2.162 · ฉัฏฐสังคายนา 88.7 · พุทธชยันตี 2.1.14
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา
ภิกฺขู เปสเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภณฺฑนฺตา ๑- เปสเล ภิกฺขู โอมสนฺติ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena chabbaggiyā bhikkhū pesalehi bhikkhūhi saddhiṁ bhaṇḍantā pesale bhikkhū omasanti—
ชาติยาปิ นาเมนปิ โคตฺเตนปิ กมฺเมนปิ สิปฺเปนปิ อาพาเธนปิ
ลิงฺเคนปิ กิเลเสนปิ อาปตฺติยาปิ หีเนนปิ อกฺโกเสน ขุํเสนฺติ
วมฺเภนฺติ ฯ✎ ร่าง
jātiyāpi, nāmenapi, gottenapi, kammenapi, sippenapi, ābādhenapi, liṅgenapi, kilesenapi, āpattiyāpi; hīnenapi akkosena khuṁsenti vambhenti.
เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ
ขียนฺติ วิปาเจนฺติ✎ ร่าง
Ye te bhikkhū appicchā …pe… te ujjhāyanti khiyyanti vipācenti—
กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เปสเลหิ ภิกฺขูหิ
สทฺธึ ภณฺฑนฺตา เปสเล ภิกฺขู โอมสิสฺสนฺติ✎ ร่าง
“kathañhi nāma chabbaggiyā bhikkhū pesalehi bhikkhūhi saddhiṁ bhaṇḍantā pesale bhikkhū omasissanti—
ชาติยาปิ นาเมนปิ
โคตฺเตนปิ กมฺเมนปิ สิปฺเปนปิ อาพาเธนปิ ลิงฺเคนปิ กิเลเสนปิ
อาปตฺติยาปิ หีเนนปิ อกฺโกเสน ขุํเสสฺสนฺติ วมฺเภสฺสนฺตีติ ฯ✎ ร่าง
jātiyāpi, nāmenapi, gottenapi, kammenapi, sippenapi, ābādhenapi, liṅgenapi, kilesenapi, āpattiyāpi; hīnenapi akkosena khuṁsessanti vambhessantī”ti.
อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ✎ ร่าง
Atha kho te bhikkhū chabbaggiye bhikkhū anekapariyāyena vigarahitvā bhagavato etamatthaṁ ārocesuṁ …pe…
อ้างอิงสยามรัฐ 2.163
สจฺจํ
กิร ตุเมฺห ภิกฺขเว เปสเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภณฺฑนฺตา เปสเล ภิกฺขู
โอมสถ ชาติยาปิ นาเมนปิ โคตฺเตนปิ กมฺเมนปิ สิปฺเปนปิ
อาพาเธนปิ ลิงฺเคนปิ กิเลเสนปิ อาปตฺติยาปิ หีเนนปิ อกฺโกเสน
ขุํเสถ วมฺเภถาติ ฯ✎ ร่าง
“saccaṁ kira tumhe, bhikkhave, pesalehi bhikkhūhi saddhiṁ bhaṇḍantā pesale bhikkhū omasatha—jātiyāpi …pe… hīnenapi akkosena khuṁsetha vambhethā”ti?
สจฺจํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Saccaṁ, bhagavā”ti.
วิครหิ พุทฺโธ ภควา✎ ร่าง
Vigarahi buddho bhagavā …pe…
กถํ หิ นาม
ตุเมฺห โมฆปุริสา เปสเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภณฺฑนฺตา เปสเล
ภิกฺขู โอมสิสฺสถ✎ ร่าง
“kathañhi nāma tumhe, moghapurisā, pesalehi bhikkhūhi saddhiṁ bhaṇḍantā pesale bhikkhū omasissatha—
ชาติยาปิ ฯเปฯ หีเนนปิ อกฺโกเสน ขุํเสสฺสถ
@เชิงอรรถ: ๑ ยุ. ภณฺเฑนฺตา ฯ เอวมุปริปิ ฯ
วมฺเภสฺสถ✎ ร่าง
jātiyāpi …pe… hīnenapi akkosena khuṁsessatha vambhessatha.
เนตํ โมฆปุริสา อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ
วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ✎ ร่าง
Netaṁ, moghapurisā, appasannānaṁ vā pasādāya …pe…
วิครหิตฺวา✎ ร่าง
vigarahitvā …pe…
ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู
อามนฺเตสิ✎ ร่าง
dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
ฯ✎ ร่าง
“Bhūtapubbaṁ, bhikkhave, takkasilāyaṁ aññatarassa brāhmaṇassa nandivisālo nāma balībaddo ahosi.
อ้างอิงสยามรัฐ 2.164 · ฉัฏฐสังคายนา 88.8 · พุทธชยันตี 2.1.16