เนื้อความทั้งข้อ
[๑๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว. พราหมณ์คนหนึ่งในเมืองตักกสิลา
มีโคถึกตัวหนึ่งชื่อนันทิวิสาล. ครั้งนั้นโคถึกชื่อนันทิวิสาล ได้กล่าวคำนี้กะพราหมณ์นั้นว่า
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ท่านจงไปพนันกับเศรษฐีด้วยทรัพย์ ๑,๐๐๐ กษาปณ์ว่า โคถึกของข้าพเจ้า
จักลากเกวียน ๑๐๐ เล่มที่ผูกเนื่องกันไปได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย จึงพราหมณ์นั้นได้ทำการพนันกับเศรษฐีด้วยทรัพย์ ๑,๐๐๐ กษาปณ์ว่า
โคถึกของข้าพเจ้าจักลากเกวียน ๑๐๐ เล่มที่ผูกเนื่องกันไปได้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้นแล้วพราหมณ์ได้ผูกเกวียน ๑๐๐ เล่มให้เนื่องกัน เทียมโคถึก
นันทิวิสาลเสร็จแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า จงฉุดไป เจ้าโคโกง จงลากไป เจ้าโคโกง.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น โคถึกนันทิวิสาลได้ยืนอยู่ในที่เดิมนั่นเอง.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พราหมณ์นั้นแพ้พนัน เสียทรัพย์ ๑,๐๐๐ กษาปณ์แล้ว
ได้ซบเซา.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต่อมา โคถึกนันทิวิสาลได้ถามพราหมณ์นั้นว่า ข้าแต่ท่านพราหมณ์
เหตุไรท่านจึงซบเซา?
พ. ก็เพราะเจ้าทำให้เราต้องแพ้ เสียทรัพย์ไป ๑,๐๐๐ กษาปณ์ นั่นละซิ เจ้าตัวดี.
น. ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ก็ท่านมาเรียกข้าพเจ้าผู้ไม่โกง ด้วยถ้อยคำว่าโกงทำไมเล่า?
ขอท่านจงไปอีกครั้งหนึ่ง จงพนันกับเศรษฐีด้วยทรัพย์ ๒,๐๐๐ กษาปณ์ว่า โคถึกของข้าพเจ้า
จักลากเกวียน ๑๐๐ เล่มที่ผูกเนื่องกันไปได้ แต่อย่าเรียกข้าพเจ้าผู้ไม่โกง ด้วยถ้อยคำว่าโกง.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทันใดนั้นแล พราหมณ์นั้นได้พนันกับเศรษฐีด้วยทรัพย์ ๒,๐๐๐
กษาปณ์ว่า โคถึกของข้าพเจ้าจักลากเกวียน ๑๐๐ เล่มที่ผูกเนื่องกันไปได้. ครั้นแล้วได้ผูกเกวียน
๑๐๐ เล่มให้เนื่องกัน เทียมโคถึกนันทิวิสาลแล้วได้กล่าวคำนี้ว่า เชิญฉุดไปเถิด พ่อรูปงาม
เชิญลากไปเถิด พ่อรูปงาม.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล โคถึกนันทิวิสาลได้ลากเกวียน ๑๐๐ เล่ม ซึ่งผูกเนื่องกัน
ไปได้แล้ว.
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว ตกฺกสิลายํ ๑- อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส
นนฺทิวิสาโล นาม พลิพทฺโท ๒- อโหสิ ฯ อถโข ภิกฺขเว นนฺทิวิสาโล
พลิพทฺโท ตํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, nandivisālo balībaddo taṁ brāhmaṇaṁ etadavoca—
คจฺฉ ตฺวํ พฺราหฺมณ เสฏฺฐินา
สทฺธึ สหสฺเสน อพฺภุทํ ๓- กโรหิ✎ ร่าง
‘gaccha tvaṁ, brāhmaṇa, seṭṭhinā saddhiṁ sahassena abbhutaṁ karohi—
มยฺหํ พลิพทฺโท สกฏสตํ
อติพทฺธํ ปวฏฺเฏสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
mayhaṁ balībaddo sakaṭasataṁ atibaddhaṁ pavaṭṭessatī’ti.
อถโข ภิกฺขเว โส พฺราหฺมโณ เสฏฺฐินา
สทฺธึ สหสฺเสน อพฺภุทํ อกาสิ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so brāhmaṇo seṭṭhinā saddhiṁ sahassena abbhutaṁ akāsi—
มยฺหํ พลิพทฺโท สกฏสตํ อติพทฺธํ
ปวฏฺเฏสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
mayhaṁ balībaddo sakaṭasataṁ atibaddhaṁ pavaṭṭessatīti.
อถโข ภิกฺขเว โส พฺราหฺมโณ สกฏสตํ
อติพนฺธิตฺวา นนฺทิวิสาลํ พลิพทฺทํ ยุญฺชิตฺวา เอตทโวจ อญ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so brāhmaṇo sakaṭasataṁ atibandhitvā nandivisālaṁ balībaddaṁ yuñjitvā etadavoca—
ฺฉ ๔-
กูฏ วหสฺสุ กูฏาติ ฯ✎ ร่าง
‘gaccha, kūṭa, vahassu, kūṭā’ti.
อถโข ภิกฺขเว นนฺทิวิสาโล พลิพทฺโท ตตฺเถว อฏฺฐาสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, nandivisālo balībaddo tattheva aṭṭhāsi.
อถโข ภิกฺขเว โส พฺราหฺมโณ สหสฺเสน ปราชิโต ปชฺฌายิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so brāhmaṇo sahassena parājito pajjhāyi.
อถโข
ภิกฺขเว นนฺทิวิสาโล พลิพทฺโท ตํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, nandivisālo balībaddo taṁ brāhmaṇaṁ etadavoca—
กิสฺส ตฺวํ
พฺราหฺมณ ปชฺฌายสีติ ฯ✎ ร่าง
‘kissa tvaṁ, brāhmaṇa, pajjhāyasī’ti?
ตถา หิ ปนาหํ โภ ตยา สหสฺเสน
ปราชิโตติ ฯ✎ ร่าง
‘Tathā hi panāhaṁ, bho, tayā sahassena parājito’ti.
กิสฺส ปน มํ ตฺวํ พฺราหฺมณ อกูฏํ กูฏวาเทน ปาเปสิ✎ ร่าง
‘Kissa pana maṁ tvaṁ, brāhmaṇa, akūṭaṁ kūṭavādena pāpesi?
คจฺฉ ตฺวํ พฺราหฺมณ เสฏฺฐินา สทฺธึ ทฺวีหิ สหสฺเสหิ อพฺภุทํ กโรหิ✎ ร่าง
Gaccha tvaṁ, brāhmaṇa, seṭṭhinā saddhiṁ dvīhi sahassehi abbhutaṁ karohi—
มยฺหํ พลิพทฺโท สกฏสตํ อติพทฺธํ ปวฏฺเฏสฺสตีติ✎ ร่าง
“mayhaṁ balībaddo sakaṭasataṁ atibaddhaṁ pavaṭṭessatī”’ti.
มา จ มํ
อกูฏํ กูฏวาเทน ปาเปสีติ ฯ✎ ร่าง
‘Mā ca maṁ akūṭaṁ kūṭavādena pāpesī’ti.
อถโข ภิกฺขเว โส พฺราหฺมโณ
@เชิงอรรถ: ๑ ม. ตกฺกสีลายํ ฯ ๒ ม. พลีพทฺโท ฯ สี. พลิวทฺโท ฯ เอวมุปริปิ ฯ@๓ ม. อพฺภุตํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๔ ม. คจฺฉ ฯ
เสฏฺฐินา สทฺธึ ทฺวีหิ สหสฺเสหิ อพฺภุทํ อกาสิ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so brāhmaṇo seṭṭhinā saddhiṁ dvīhi sahassehi abbhutaṁ akāsi—
มยฺหํ พลิพทฺโท
สกฏสตํ อติพทฺธํ ปวฏฺเฏสฺสตีติ ฯ✎ ร่าง
‘mayhaṁ balībaddo sakaṭasataṁ atibaddhaṁ pavaṭṭessatī’ti.
อถโข ภิกฺขเว โส พฺราหฺมโณ
สกฏสตํ อติพนฺธิตฺวา นนฺทิวิสาลํ พลิพทฺทํ ยุญฺชิตฺวา เอตทโวจ
อญ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, so brāhmaṇo sakaṭasataṁ atibandhitvā nandivisālaṁ balībaddaṁ yuñjitvā etadavoca—
ฺฉ ภทฺร วหสฺสุ ภทฺราติ ฯ✎ ร่าง
‘gaccha, bhadra, vahassu, bhadrā’ti.
อถโข ภิกฺขเว นนฺทิวิสาโล
พลิพทฺโท สกฏสตํ อติพทฺธํ ปวฏฺเฏสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho, bhikkhave, nandivisālo balībaddo sakaṭasataṁ atibaddhaṁ pavaṭṭesi.