เนื้อความทั้งข้อ
[๕๐๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายนำบิณฑบาตอันประณีตไปถวายพวกภิกษุอาพาธ.
พระภิกษุอาพาธฉันไม่ได้ดังใจประสงค์. ภิกษุทั้งหลายจึงทิ้งบิณฑบาตเหล่านั้นเสีย.
พระผู้มีพระภาคทรงสดับเสียงนกการ้องเกรียวกราว ครั้นแล้วได้รับสั่งถามท่านพระ
อานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เสียงนกการ้องเกรียวกราวนั้น อะไรกันหนอ.
จึงท่านพระอานนท์กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
ภ. ดูกรอานนท์ ก็ภิกษุทั้งหลายฉันอาหารอันเป็นเดนของภิกษุอาพาธหรือ?
อา. มิได้ฉัน พระพุทธเจ้าข้า.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ
เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ฉันอาหารอัน
เป็นเดนของภิกษุผู้อาพาธและมิใช่ผู้อาพาธได้ แต่พึงทำให้เป็นเดน อย่างนี้ว่า ทั้งหมดนั่นพอแล้ว.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
๘๔. ๕. ข. อนึ่ง ภิกษุใดฉันเสร็จแล้ว ห้ามภัตแล้ว เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี
ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี อันมิใช่เดน เป็นปาจิตตีย์.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู คิลานานํ ภิกฺขูนํ ปณีเต
ปิณฺฑปาเต นีหรนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tena kho pana samayena bhikkhū gilānānaṁ bhikkhūnaṁ paṇīte piṇḍapāte nīharanti.
อ้างอิงพุทธชยันตี 2.1.230
คิลานา น จิตฺตรูปํ ภุญฺชนฺติ ฯ✎ ร่าง
Gilānā na cittarūpaṁ bhuñjanti.
ตานิ ภิกฺขู
ฉฑฺเฑนฺติ ฯ✎ ร่าง
Tāni bhikkhū chaṭṭenti.
อสฺโสสิ โข ภควา อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ กาโกรวสทฺทํ✎ ร่าง
Assosi kho bhagavā uccāsaddaṁ mahāsaddaṁ kākoravasaddaṁ.
สุตฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Sutvāna āyasmantaṁ ānandaṁ āmantesi—
กินฺนุ โข โส อานนฺท
อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโท กาโกรวสทฺโทติ ฯ✎ ร่าง
“kiṁ nu kho so, ānanda, uccāsaddo mahāsaddo kākoravasaddo”ti?
อถโข อายสฺมา
อานนฺโท ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ✎ ร่าง
Atha kho āyasmā ānando bhagavato etamatthaṁ ārocesi.
ภุญฺเชยฺยุํ ปนานนฺท ภิกฺขู
คิลานาติริตฺตนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Bhuñjeyyuṁ panānanda, bhikkhū gilānātirittan”ti.
น ภุญฺเชยฺยุํ ภควาติ ฯ✎ ร่าง
“Na bhuñjeyyuṁ, bhagavā”ti.
อถโข ภควา เอตสฺมึ
นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ✎ ร่าง
Atha kho bhagavā etasmiṁ nidāne etasmiṁ pakaraṇe dhammiṁ kathaṁ katvā bhikkhū āmantesi—
อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลานสฺส จ อคิลานสฺส จ อติริตฺตํ ภุญฺชิตุํ✎ ร่าง
“anujānāmi, bhikkhave, gilānassa ca agilānassa ca atirittaṁ bhuñjituṁ.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อติริตฺตํ กาตพฺพํ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, atirittaṁ kātabbaṁ—
อลเมตํ สพฺพนฺติ ฯ✎ ร่าง
‘alametaṁ sabban’ti.
เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ✎ ร่าง
Evañca pana, bhikkhave, imaṁ sikkhāpadaṁ uddiseyyātha—
โย ปน ภิกฺขุ ภุตฺตาวี ปวาริโต อนติริตฺตํ ขาทนียํ
วา โภชนียํ ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ✎ ร่าง
“Yo pana bhikkhu bhuttāvī pavārito anatirittaṁ khādanīyaṁ vā bhojanīyaṁ vā khādeyya vā bhuñjeyya vā, pācittiyan”ti.